หมัดทะลุฟ้า...ไอ้หนุ่มล่าฝันในโลกหนังบู๊

(1)

หนังบู๊, หนังกังฟู, หนังฮ่องกง 

เป็นหนึ่งในกลุ่มหนังที่ซึมซับมาตั้งแต่เด็กโดยได้รับอิทธิพลจาก พ่อ, น้องชาย และ เพื่อนซี้ โดยเฉาะหนังบู๊ฮ่องกงน่าจะคุ้นตา พอโตหน่อยก็ดูที่ทุกคนการันตีว่าสนุก ครบรสชาติ  แล้วยิ่งเป็นหนังที่มี หงจินเป่า, หยวนเปียว, เฉินหลง ฯลฯ ก็ได้ดูบ้าง 

หนังบู๊ฮ่องกง คงขึ้นชื่อพอๆกับพิซซ่าแดนนาโปลีหรืออาหารจีนก็ว่าได้ โดยเฉพาะคิวบู๊ที่สวยงาม ทำให้แต่ละฉากเพิ่มมูลค่าให้กับหนังเป็นทวีคูณ 

พอโตได้อ่านเบื้องหลังกองถ่าย ก็สงสัยว่าเขาทำงานแบบไหนกันถึงได้ผลงานออกมาอย่างยอดเยี่ยม แต่ก็เคยได้ยินว่าฮ่องกงชอบทำงานแบบแก้ได้แก้ ฉันจะใส่อันนี้ ซึ่งส่วนใหญ๋มักจะเพิ่มเติมจากที่วางไว้จนเป็นเรื่องปกติของวงการนั่นเอง

แล้วที่ทำให้ผมได้สัมผัสเรื่องราวของวงการหนังฮ่องกง ก็เมื่อน้องชายได้ซื้อการ์ตูนเรื่อง ไอ้หมัดทะลุฟ้า ที่ได้ เคนจิ ทานิกุจิ อดีตสตั๊นท์แมนที่เคยทำงานร่วมกับ เจ็ท ลี และ ทาดาชิ มานาเบะ ถ่ายทอดเรื่องราว 

(2)

หมัดทะลุฟ้า ว่าด้วยเรื่องราวของ จินโนะ เด็ก ม.ปลาย ที่ไม่เคยประสบความสำเร็จในชีวิต แต่เมื่อเขาได้ดูหนังจีนกำลังภายในที่มี ลี หลินฟาง นางเอกนักบู๊ ซึ่งประจวบเหมาะมาถ่ายหนังที่ใกล้บ้าน จนเกิดความวุ่นวาย ซึ่งทำให้จินโนะต้องมาสัมผัสงานกองถ่ายครั้งแรกในฐานะสแตนด์อินหนังบู๊ แล้วเมื่อมีโอกาส จึงตัดสินใจออกตามหาฝันด้วยการเดินทางไปยังฮ่องกงเพื่อไปเป็นพระเอกนักบู๊ แต่ทว่าก็เจอเรื่องราววุ่นวายตั้งแต่ เงินหาย, แถมผู้กำกับที่ชวนเขาไปทำงานก็ดันปิดบริษัทหนีหนี้ไปซะงั้น 

จนเมื่อเขาได้ไปดูกองถ่ายที่สตูดิโอของ ชอว์บราเดอร์ ที่ทำให้เขาได้เจอ แซม หว่อง ผู้กำกับชื่อดัง และ อาหมั่น สตั๊นท์แมนจอมหยิ่งยโสที่เป็นมือหนึ่งของทีม ซึ่งทำให้ จินโนะ ได้ไปร่ำเรียนวิชาสัต๊นท์แมน พร้อมกับ ช่วยงานกองถ่าย 

โอกาสมาถึงเมื่อโปรดิวเซอร์หนัง กำลังต้องการพระเอกนักบู๊คนใหม่ โดยจะให้ตัวแทนแต่ละสังกัดในวงการหนังบู๊ส่งคนไปออดิชั่น ซึ่งจินโนะ และ อาหมั่นคือสองตัวแทนของ ทีม แซม หว่อง ซึ่งความดีใจและมั่นใจเกินไป ทำให้จินโนะพบทีหลังว่าเขายังไม่ดีพอ หลังถ่ายฉากหนึ่งจนเกือบจะถูกรถชน แตกต่างจาก อาหมั่น ที่โชว์ฟอร์มแบบไร้ที่ติ ทำให้เขาเยาะเย้ยและไม่คิดว่าจินโนะจะได้งานนี้นี่เอง

แต่ในความสิ้นหวังของจินโนะ ก็ได้เจอกลุ่มนักแสดงงิ้ว ที่กำลังประสบปัญหาหนี้สิน จนท้ายที่สุดพวกเขาจะจัดแสดงนัดสั่งลา ซึ่งจินโนะขอฝากตัวเป็นศิษย์ แม้หลายคนในกลุ่มจะไม่พอใจ แต่อาจารย์ของพวกเขาจึงทดสอบจนผ่าน จึงได้ไปเรียนวิชางิ้ว ซึ่งการเรียนงิ้ว ช่วยในเรื่องงานที่กองถ่ายเพราะสามารถไปปรับใช้จน แซม หว่อง ยังประทับใจในพัฒนาฝีมือ 

จนกระทั้งการออดิชั่นมาถึง ซึ่งจัดเป็นการแข่งพร้อมถ่ายสดไปทั่วประเทศ ซึ่งรอบสุดท้าย จินโนะ และ อาหมั่น ต้องแสดงในบทคนรักของลี หลินฟาง ซึ่งท้ายสุด แม้ จินโนะ จะฟันฝ่า ด่าน 18 อรหันต์ในแต่ละด่าน แต่ด้วยชั่วโมงบินที่ยังน้อย จึงพ่ายให้กับ อาหมั่น แต่ ลี หลิน ฟาง ก็กระซิบว่า เธอชอบการแสดงของจินโนะ และรอวันที่เขาได้เป็นพระเอกแล้วแสดงคู่กัน 

(3)  

จินโนะ ได้รับโอกาสครั้งที่ 2 เมื่อผู้กำกับที่หนีจากหนี้สิน กลับมาท้าทายวงการว่าเขาจะสร้างหนังบู๊ที่เป็นหนังฮ่องกงขนานแท้ แข่งกับ หนังที่มี อาหมั่นเป็นพระเอกเรื่อง 

จินโนะ ยังได้เจอกับนางเอกน้องใหม่ถอดด้าม ที่ทางผู้ออกทุนหนังต้องการจะดัน แต่ด้วยความที่เธอขาดความมั่นใจ และไม่มีทักษะ จินโนะจึงขอเวลา 2 อาทิตย์ เพื่อปรับฟอร์มใหม่ แต่ก็ทำให้จินโนะเกือบน็อตหลุด จนเมื่อกินข้าวนี่เองที่ทำให้เธอปลดล็อกการแสดง 

จนครบกำหนด แล้วต้องแสดงให้ดู เธอกลับปล่อยพลังการแสดงอย่างยอดเยี่ยม จนเฉลยว่า ถ้าเธอดื่มเบียร์หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ มันจะเปิดสวิตช์ในตัวทันที ซึ่งแม้จะได้ผล แต่ทางทีมงานกลับเห็ฯว่าจะกลายเป็นดาบสองคมในภายหลัง ทางแก้คือจึงต้องใช้เครื่องดืมที่ไร้แอลกอฮอล์มาดื่มแทน คือทำพอเป็นพิธีนั่นเอง 

การถ่ายทำของจินโนะคือกองถ่ายหนังแบบตำรับยุค 90 ไม่ใช่สลิง, ไม่ใช่ซีจี, ไม่ใช่สแตนด์อิน เลนจริงเจ็บจริง ขณะที่ทางด้านหนังของอาหมั่น กับ ลี หลิน ฟาง คือหนังฟอร์มยักษ์ออกฉายทั่วโลก 

จนเมื่อถึงรอบปฐมทัศน์ หนังทั้งสองเรื่องประสบความสำเร็จ และได้รับคำชมอย่างมาก ก่อนที่จินโนะ จะพานางเอกเรื่อง ไปญี่ปุ่น เพราะได้รับการทาบทามจากผู้กำกับชื่อดัง ซึ่งงานต่อมาของทั้งคู่คือแสดงหนังขบวนการ 5 สี ซึ่งผู้กำกับคนนี้ต้องการจะสร้างสิ่งที่แตกต่างจากเดิมให้ได้ แล้วด้วยความอินดี้ ที่ทำให้บางครั้ง จินโนะ ต้องถกเถียงแกมขอร้องกับทีมงานญี่ปุ่นซึ่งฝางนู้นก็ไม่พอใจที่จินโนะเปลี่ยนระบบใหม่ 

ท้ายที่สุดหนังขบวนการห้าสี ก็ประสบความสำเร็จ ก่อนที่เขาจะไปอยู่เบื้องหลังในฐานะผู้ประสานงานฝ่ายคิวบู๊ รับงานเล็กๆ จนกระทั่ง ซันนี่ ชิบะ ดาราที่เคยร่วมงานในหนังขบวนการ 5 สี ชวนเขามาทำหนังทีวีด้วยกัน โดยได้รับความร่วมมือจากสถานีทีวีในการเฟ้นหาดาวบู๊คนใหม่ จนกะรทั้งการมาของ คุมาดะ นักมวยปล้ำหญิง ที่สมาคมของเธอกำลังเกิดปัญหาหนี้สิน แถมเคยมีปัญหากับทางสถานีดังกล่าวจนโดนเชิดเงิน ทำให้คนในสถานีแอนตี้ตั้งแต่แรกพบ 

คุมาดะ โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยม แต่ก็ทำให้ ชิบะ ยืนกรานที่จะให้เธอแสดง แต่ทางสถานียืนกรานว่าถ้าเธอเล่นสถานีก็จะถอนตัว จนในที่สุดสถานีก็ไม่ขอร่วมวง ทำให้จินโนะและทีมงานต้องระดมทุนทุกวิถีทาง พอจะไปยิมเงินชิบะปรากฎเขากำลังถังแตก 

ในศึกมวยปล้ำของสมาคมที่คุมาดะ รับผิดชอบ จินโนะ ได้ช่วยอดีตประธานที่กำลังถูกเจ้าหนี้ตามล่า ซึ่งท้ายสุดเ้วยบารมีของชิบะ จึงไม้สามารถเอาความได้ แต่จินโนะตัดสินใจจะล้างหนี้ให้ จึงบุกไปถึงออฟฟิศเจ้าหนี้ ซึ่งเจ้าหนี้ดันชอบความท้าทาย จินโนะเลยขอเสนอ ว่า ถ้าเขาหลบหนีการไล่ล่าจากพวกเจ้าหนี้ โดยไม่ถูกแตะตัว หนี้ทั้งหมดจึงเป็น 0 

ขณะเดียวกัน จินโนะ ก็วางแผนให้ทีมงาน ถ่ายทุกชอตที่เกิดขึ้นแบบ ไม่มีหยุดพัก เพระาฉะนั้นนี่คือการไล่ล่าที่กลายเป็นฉาก non stop ที่ทรงพลังเอามากๆ ซึ่งในด่านสุดท้าย ฝั่งเจ้าหนี้ เตรียมพรรคพวกล้อมไว้ แล้วให้พระเอกฝ่าเข้าไป ซึ่งพระเอกสามารถก้าวข้ามเข้าเส้นชัยในที่สุด

หัวหน้าเจ้าหนี้จึงยอมรักษาสัญญา ก่อนจะยกหนี้ให้ทั้งหมดแลกกับที่พวกเขาขอมีส่วนร่วมในหนังเรื่องนี้ ซึ่งช่วงเย็นก็ใช้ฟิลม์กองโจรที่ถ่ายมาถ่ายเพิ่มเติม

จินโนะตื่นเต้นที่หนังจะได้เข้าฉาย

แต่ทว่า 

หนังของเขาหมดสิทธิ์เข้าโรง เพราะตารางหนังที่วางไว้ถูกวางล่วงหน้า จนทำให้หนังของจินโนะ แทบจะเป็น 0 เท่ากับความพยายามสูญเปล่า ขณะที่ทีมงานรู้แล้วว่าเป็นแผนกลั่นแกล้งของสถานี 

จินโนะที่กำลังสิ้นหวัง จู่ๆ มีโทรศัพท์บอกให้รอที่นั่น เพราะมีแขกจะพบกับเขา ซึ่งทันที่แขกคนนี้มา จินโนะแทบอึ้งเลยก็ว่าได้ เพราะแขกที่กำลังยืนตรงหน้าเขามีชื่อว่า ทาแรนติน แควนติโน่ ผู้กำกับจากฮอลี้วู้ด ซึ่งก่อนมาหาเขาได้ดูฟุจเตจจากหนังจินโนะ เขาบอกมันสุดยอดมากๆ แต่จินโนะบอกว่ามันอาจจะไม่ได้ฉายแล้ว 

ด้วยบารมีของทารันติน ที่ตัดสินใจยื่นมือมาช่วยอีกแรง โดยในงานแถลงข่าวได้ประกาศว่าเขาจะมาช่วยหนังจินโนะ พร้อมกับถ่ายทำฉากบางส่วน เพื่อเป็นกนังระดับโลก พร้อมกับเปิดตัวนางเอกระดับโลกที่ชื่อ ลี หลิน ฟาง นางเอกที่เขาชื่นชอบนั่นเอง

ความฝันในวันนั้นของเขาได้กลายเป็นความจริงแล้ว.....

(4)

ความสนุกของการ์ตูนเรื่องนี้ คือการได้เห็นเรื่องราวในกองถ่ายโดยเฉพาะกองถ่ายหนังฮ่องกงที่ได้ชื่อว่าดุเดือดไม่แพ้ฮอลลี้วูด เหมือนฉากหนึ่งที่ทีมงานได้บอกจินโนะว่าถึงจะมีพรสวรรค์ก็ไม่เพียงพอ แต่ต้องมาพร้อมกับโอกาส และ พัฒนาตัวเองตลอดอยู่เสมอ 

อีกสิ่งหนึ่งคือความบ้าของพระเอก ที่ยอมออกหาฝัน จนเจอปัญหาต่างๆมากมาย แต่นั่นก็ทำให้เขาได้ไปถึงฝันมากขึ้นเรื่อยๆ 

การ์ตูนเรื่องนี้ ถ้าใครที่เป็ฯสายหนังบู๊ฮ่องกง ก็ยิ่งทำให้ได้รับรู้เรื่องราวมากยิ่งขึ้น ส่วนแฟนทั่วไปก็ได้อรรถรสเหมือนดูหนังบู๊ก็ว่าได้  
 
SHARE
Writer
DreamerWriter25
Rookie Writer
นักเขียน / นักฝัน (สมัครเล่น)

Comments