Back to ?

เราคิดว่าเธอคงอยากเป็นความทรงจำของเราในปี 2018 แบบงงๆ 
รู้สึกตกใจนิดหน่อย ไม่สิ เราตกใจมากเลยล่ะ ที่เห็นว่ามันเป็นสายของเธอที่โทรเข้ามา
อดคิดไม่ได้ว่าเธอเก่ง และก็เลือกช่วงเวลาได้โคตรดีเลย จนเธอติดอยู่ในความคิดของเราตั้งแต่วันสุดท้ายของปี 2018 จนกระทั่งวันนี้ที่เราตัดสินใจจะเขียนความรู้สึกตัวเองออกเป็นตัวหนังสือ 

เราว่าเธอคงเมาเหมือนเดิม เหมือนสมัยก่อนที่เราคุยกัน แล้วเธอก็มักจะเมามายไร้สติก่อนจะตัดสินใจโทรหาเราบ่อยๆ แล้วก็... นั่นสิ เราแค่เคยคุยกัน เราไม่มีโอกาสได้คบกับเธอด้วยซ้ำ ถึงการใช้ชีวิตของเราในตอนนั้นมันจะเหมือนคนคบกันซะจริง แต่เธอก็ไม่เคยขอเรา และเราเองก็ไม่ได้มีสถานะที่จะคบกับเธอได้ มันเลยเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ลับแต่ไปต่อก็ไม่ได้ของเราแบบงงๆ และสุดท้ายเราเองก็ตัดสินใจที่จะปล่อยเธอไป ทั้งที่เธอในตอนนั้นยินยอมในทุกอย่าง อยากจะอยู่ข้างเราทั้งที่เราเองก็มีคนของเรา อยากจะอยู่ในสถานะแบบนั้นเรื่อยๆ แค่ขอให้มีเราอยู่

เราบอกเธอว่า "เรารำคาญ" และยอมรับเลยว่าในใจเราไม่เจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย สำหรับเราในตอนนั้นเธอเป็นคนที่เป็นได้ทุกอย่างจริง แต่เราไม่อยากให้เธอจมอยู่กับความคิดว่าเธอเป็นแบบนั้นได้ ตอนนั้นมันไม่มีโอกาสที่เธอจะเป็นได้มากกว่าสถานะที่ซับซ้อนแบบนั้นเลย ความจริงก็คือเธอคู่ควรกับคนที่รักเธอ ทั้งในแบบที่เป็นเธอ และแบบที่เธออยากจะเป็น และสำหรับเรา เรารู้ดีว่าถ้าเธออยู่กับเรา มันมีแต่ความพยายามเกินไป เธอตัวจริงไม่ใช่แบบเราที่จะรัก และเธอที่เราอาจจะรักคงไม่ใช่เธอตัวจริง เราบอกเธอเสมอว่าเรากลัวการเปลี่ยนไป และมันเป็นเรื่องจริง เพราะเรารู้ว่าเธอจะต้องเปลี่ยนไปจากสิ่งที่ไม่ได้เป็น 

และเราก็คิดถูก เธอโทรมาหาเราในวันสุดท้ายของปี มีเรื่องเล่ามากมาย ความฝันของเธอ ซึ่งเรามั่นใจว่าเราเคยได้ยินได้ฟังมาก่อน เธอดูมีความสุข ถึงจะเหนื่อย เอาจริงๆ เราโคตรจะยินดีในความฝันของเธอทุกอย่างเลย และมันก็ตอกย้ำว่าเราคงคิดถูกแล้วล่ะ ที่เราปล่อยเธอในวันนั้น เธอบอกกับเราว่าเธอรู้สึกว่าตัวเธอเองติดค้างอะไรกับเราซักอย่าง

ไม่เลย..

เราต่างหากที่ติดค้างเธอ

ไม่่ว่าวันนั้นคำพูดของเรามันจะทำร้ายเธอแค่ไหน ให้รับรู้ไว้ว่าการเห็นเธอมีความสุขและรอยยิ้มของเธอที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเราแล้ว มันทำให้รู้สึกถูกเธอทำร้ายเราอยู่ลึกๆ เรายินดีกับเธออย่างสุดหัวใจ ในขณะเดียวกันเราก็เกิดคำถามมากมายอยู่ในหัวเหมือนกัน เธอไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดที่เราเสียไปหรอก แต่เรากลับอดคิดไม่ได้ว่า เราไม่รู้จะหาคนที่ทุ่มเทเพื่อเราแบบเธอได้อีกไหม แต่นั่นแหละคือสิ่งที่เราควรได้รับจากการกระทำของตัวในวันนั้นที่เธออาจจะรักเราที่สุด 

ไม่รู้อยากจะย้ำกับเธออีกมากแค่ไหน ว่าเรารู้สึกยินดี ยินดีโคตรๆที่เห็นเธอมีความสุขกับความฝัน กับความรัก กับชีวิตของเธอ และก็อดดีใจไม่ได้เหมือนกัน ที่เรายังเป็นเรื่องเล็กๆที่ติดอยู่ในความทรงจำของเธอ และเธอก็เหมือนจะจำเรื่องราวของเราสองคนได้มากมายเสียเหลือเกิน แต่เราทั้งสองคนกลับแทบจะจำเหตุผลที่เป็นจุดแตกหักของความสัมพันธ์ของเราสองคนไม่ได้ แต่สิ่งที่เราสองคนคิดเหมือนกันในวันนี้ก็เหมือนเป็นการก้าวผ่านความโกรธ ความเสียใจจากวันนั้นมาได้หมด 

เราพูดกับเธอว่า "เราในวันนี้ไม่เหมือนเราในวันนั้นแล้วล่ะ และเธอเองก็ไม่ใช่คนในวันนั้นที่จะตกหลุมรักเราเหมือนกัน" เธอบอกว่าจริง ตอนนั้นเราสองคนดูเด็กเหลือเกิน ทั้งเลือดร้อน เต็มไปด้วยอารมณ์ ขาดซึ่งเหตุผลอะไรจะมาเข้าใจว่ารักจะเป็นยังไง คิดแต่จะมอบให้และหวังจะได้กลับมา จนมาถึงวันนี้ เราก็เข้าใจดีแล้วว่าที่เราปล่อยเธอไปไม่ใช่ความรักแต่มันเป็นเพราะเราไม่ได้รักเธอหรือรู้สึกกับเธออีกแล้วต่างหาก เธอเองก็เช่นกัน เธอไม่ได้จากเราไปเพราะความไม่รัก แต่มันเต็มไปด้วยความรักที่เธอรู้สึกมันมากเสียจนเธอเจ็บปวดมากเกินไป แต่วันนี้ก็พิสูจนให้เราได้เห็นแล้วว่า ไม่ใช่เพราะเวลาที่เยียวยาทุกอารมณ์ ทุกความรู้สึก แต่เราเติบโต ก้าวผ่าน และเข้าใจในความรักมากขึ้น จนเธอได้พบหนทางและคนข้างๆที่เหมาะสม 

เธอบอกว่า ถ้าหากเราแต่งงาน ขอร้องว่าเชิญเธอได้ไหม เธออยากจะเห็นคนที่มาดูแลเราเสียเหลือเกิน เรายังหัวเราะ บอกเธอเลยว่า เราไม่คิดเรื่องแต่งงานเลยด้วยซ้ำ ความสัมพันธ์ของเรากับคนที่เรารักทุกคนเป็นเรื่อยๆเสมอ เธอยังพูดเลยว่านั่นสิ คงเป็นเรื่องเดียวที่เรายังเหมือนเดิม เราเงียบไปนิดนึง อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองดูไม่จริงจังไม่ใส่ใจความรู้สึกของคนที่เราคบด้วยมากไปหรือเปล่า ก็เลยได้แต่บอกเธอไปว่า คงแบบนั้นแหละ เพราะคนที่เราคบด้วยก็ไม่ได้เหมือนจะจริงจังกับเราซะเท่าไหร่ เราไม่ใช่คนคิดซับซ้อนเวลาคบกับใคร ทุกอย่างมันเลยเป็นไปตามความรู้สึกเสียส่วนใหญ่  จะรัก จะเลิก จะโกรธ จะเสียใจ เราก็ยังคงเต็มที่ อาจจะโฟกัสน้อยลงเพราะมีเรื่องงานมาให้ปวดหัวมากขึ้น แถมยังมีเรื่องเงินมาเป็นเรื่องหลักในชีวิตอีก

เธอบอกว่าคิดถึง เราหลุดขำ เพราะรู้ว่ามันคงจริง ไม่งั้นคงไม่มีสายเรียกเข้าของเธอในวันนั้นหรอก แต่เอาจริงๆนะ เราก็ไม่ชอบอยู่ดีที่เป็นคนที่เธอคิดถึงตอนเมา ไม่เคยชอบเลยตั้งแต่สมัยเราสองคนคุยกันแล้ว เธอบอกว่าอยากเจอ เราก็ยิ่งขำ เพราะตอนนี้เราห่างกันครึ่งโลก เลยรับปากไปแค่ถ้าหากไปหาพี่สาวอีกครั้ง เราจะแวะไปหาเธอที่ NY นะ เธอดูดีใจนะ แต่เอาจริงๆ เรายังไม่รู้จะหาเวลาไหนไปเลย นอกจากเราจะยอมลาออกจากงาน ซึ่งมันก็คงอีกซักปีสองปีนั่นแหละ 

แค่เวลาชั่วโมงกว่าๆที่เราคุยกัน เวลาบ่ายสองของเรา กับตีสองของเธอ มันทำให้เรารู้สึกดีใจที่เราได้กลับมาคุยกับเธออีก แม้จะแค่ครั้งเดียวในปี 2018 ภูมิใจเล็กน้อยที่มีคนยังคิดถึงเราและไปเป็นบาดแผล ไปเป็นความทรงจำทำให้เธอมีรักครั้งใหม่ที่โคตรดี โคตรมั่นคง เราบอกเธอว่าอิจฉา เธอกลับบอกว่าเธอไม่ได้น่าอิจฉาเลย เพราะเธอรู้ดีว่าเราจะต้องเจอกับคนที่ดีกับชีวิตเราเหมือนกัน... โหว โคตรพระเอก เราเองก็หวังแบบนั้นนะ แต่ตัวเราเองก็ไม่ใช่คนดีขนาดนั้นเท่าไหร่หรอก 


มีความสุขมากๆนะกับ NY ที่เธอใฝ่ฝัน คนรักที่รอคอย
งานแต่งเอาจริงๆ.... ไม่เชิญเราก็ไม่เป็นไรหรอก เราคงไม่อยากจะแบกหน้าตัวเองไปเจอว่าที่เจ้าสาวของเธอให้เค้าโมโหเล่นเสียเท่าไหร่ 

ขอบคุณที่กล้าเดินตามความฝันให้เราเห็นนะ.. ดีใจกับทุกความสำเร็จของเธอเสมอ B

SHARE
Writer
Aonandon
ฉันผู้อยากจะมีความหวังเสมอ.
ฉันผู้เขียนความผิดหวังเป็นตัวหนังสือ.

Comments