ในวันที่ฉันทำตัวเองหล่นหาย
       ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ฉันนอนร้องให้ไม่ต่ำกว่า 3-4 วัน/สัปดาห์ เป็นอย่างน้อย ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าร้องเพราะอะไร มันระบุแน่ชัดไม่ได้ รู้แค่ว่าอยากร้อง บางทียืนอยู่บนรถไฟฟ้า มองออกไปนอกหน้าต่างสักแป้ป ก็ร้องไห้แล้ว

คุณอาจคิดว่าฉันเป็นโรคซึมเศร้า?
.
.
.
งืมมม ฉันก็คิดเหมือนกันแหละ
       
       ฉันอยากจะหายไป อยากมีอะไรมาลบให้ทุกคนลืมความทรงจำเกี่ยวกับฉัน 
ฉันไม่อยากคุยหรือยุ่งกับใครเลย แม้กระทั้งการเล่น social ต่างๆ ฉันปิดไอจีมาได้ 2 เดือน 
และเลิกเล่นเฟซบุ๊คมาเป็นปีๆแล้ว จะเข้าบ้างก็นานๆที 
เวลาเพื่อนชวนไปไหน ฉันมักจะหาข้อปฎิเสธไปซ้ะหมด
แต่อันนี้ก็อาจเป็นนิสัยปกติของฉันมั้ง

แต่ช่วงนี้อะไรที่เคยชอบทำ ทำแล้วมีความสุข ก็กลับน่าเบื่อไปได้ดื้อๆ 
อ่านหนังสือ เดินเล่น หาของกิน วาดรูป เล่นกีต้าร์ ดูหนัง ดูคอนเสิร์ต นั่งชิลๆร้านกาแฟ
ผู้ชายที่ฉันชอบฉันยังเบื่อเลย
ความสุขที่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองมันหายไป

ฉันถามตัวเองในทุกๆวัน 
ว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร?
เป้าหมายในชีวิตของฉันคืออะไร?
ชีวิตของฉันมีอยู่เพื่ออะไร?
.
.
.
ฉันหาคำตอบไม่เจอเลย
มันก็อาจจะมีบ้างถ้าให้ตอบสวยๆ หรือดูดีหน่อย
อยู่เพื่อเป็นผู้ให้  และอยู่เพื่อคนที่รักเรา
แต่นั้นก็ยังไม่ใช่คำตอบที่ฉันรู้สึกว่าใช่เลย 
ก็แค่หาคำตอบไปตอบเฉยๆ


 
  ตอนเด็กๆ 
ฉันเป็นคนชอบวางแผนชีวิต วางแผนละเอียดมากเป็นรายปีเลยแหละ สามารถบอกได้ว่าต้องใช้ชีวิตยังไงตั้งแต่ตอนนี้ยัน 60 นู้นแหน่ะ ฉันอาจจะเป็นคนคาดหวังในตัวเองสูงไปสักหน่อย
ฉันคิดว่าฉันจะต้องเป็นผู้หญิงที่เก่ง มีหน้าที่การงานดี หาเงินได้เยอะๆ เลี้ยงครอบครัวและให้กับคนอื่นๆได้  มีครอบครัวที่น่ารัก มีลูกสัก 3 คน และเป็นคุณแม่ที่ดี 
   
บั้นปลายชีวิต 
มีโฮสเทลเล็กๆ อยู่ที่ภาคเหนือ เป็นคุณครูที่สอนมากกว่าความรู้ เป็นคนที่ให้ความรัก ความเข้าใจ ความอบอุ่นกับคนอื่นได้ มันต้องเป็นชีวิตที่มีความสุขมากๆแน่ๆ
   
  แต่ตอนนี้
ฉันกลายเป็นคนสิ้นหวังไปแล้ว
ฉันรู้สึกไร้ค่า 
และฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่ 
อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ ฉันฝันอะไร 
ฉันอยากทำอะไร 
เป้าหมายในชีวิตของฉันคืออะไร 
แม้กระทั่งตื่นมาจะทำอะไรยังงงกับตัวเอง 
ฉันมีชีวิตอยู่ทำไม ฉันรู้สึกตัวเองโครตรกโลก



นอนมองเพดาน เปิดเพลง แล้วร้องไห้
เดินออกไปไหนมาไหน ก็เหม่อลอย เหมือนคนไร้วิญญาณ

ฉันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีค่า
ฉันให้ค่ากับการที่คนอื่นมารัก หลายคนมองฉันว่าเป็นผู้หญิงที่เก่ง
แต่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่เลย
ฉันโครตอ่อนแอ
ฉันผูกตัวเองไว้กับอะไรหลายๆอย่าง
ต้องเป็นอย่างนู้นต้องเป็นอย่างนี้
ถึงแม้ฉันจะเป็นเป็ด ทำอะไรไม่ดีสุดๆสักอย่างเลยก็เถอะ
และอาจจะกากกว่าเป็ดด้วยซ้ำ 
พอเทียบกับคนอื่นแล้วฉันแม่งโครตไม่มีไรดีเลย
แต่ภายนอกคนมักมองว่าฉันใช้ชีวิตเก่ง
ด้วยความที่ปัญหาครอบครัวฉันเยอะ
และบุคลิกของฉัน
ฉันพยายามแสร้งว่าฉันเป็นคนที่เข้มแข็งเสมอ
มันเลยกลายเป็นว่าฉันเก็บกด และแบกรับความคาดหวังจากคนอื่นมากเกินไป
 


อีกทั้ง
ฉันยังเป็นเจ้าแม่อกหัก
จริงๆแล้ว ฉันเป็นคนโหยหาความรักมากพอสมควรเลย
อยากได้คนมาอยู่ข้างๆ
คนที่เข้าใจ และรับได้ในสิ่งที่ฉันเป็น
แต่พอมันไม่มี
เลยตีไปว่าตัวเองไม่มีค่า
ไม่ดีพอให้ใครมารัก
ฉันยึดติดการให้ค่าตัวเองจากผู้ชายด้วย
ซึ่งอาการคล้ายๆกับโรค Hysteria
โหยหาความรักตลอด
จริงๆฉันเป็นคนชอบอยู่คนเดียวมากๆเลยนะ
แต่ลึกๆก็เหงามากๆเหมือนกัน

ตอนนี้ฉันไม่ได้ติดต่อกับคนในครอบครัว หรือแม้กระทั่งเพื่อน 
ฉันอยากหายไป ไม่อยากยุ่งกับใครเลย

ฉันไม่รู้ว่าฉันจะเอาตัวเองออกมาจากสภาวะที่เป็นอยู่นี้ยังไง
ฉันยังคิดไม่ออก
แต่คิดว่าไม่นานนี้แหละ 
ฉันจะต้องดึงตัวเองขึ้นมาให้ได้
อย่างน้อยฉันก็คิดว่า 
คนที่ชีวิตลำบากกว่าฉันก็ยังมีอีกมากมาย
ที่ฉันมีชีวิตอยู่ได้ และไม่ได้ขาดปัจจัยสี่ก็ดีแค่ไหนแล้ว

บางทีเราอาจคิดว่า ทำไมชีวิตเรามันแย่จัง
แต่จริงๆแล้ว ความทุกของเราอาจจะเป็นแค่เสี้ยวหนึ่งของความทุกข์คนอื่น
หรืออาจจะเทียบไม่ได้เลยก็ได้ 


ฉันยังเชื่อว่า
ถ้าฉันเป็นตัวของตัวเอง ยอมรับว่าฉันดีพอในแบบของฉัน ฉันจะรู้สึกดีกับตัวเองขึ้นเยอะ
ถ้าฉันไม่ให้ค่ากับการมีคนมารัก แต่รักตัวเอง สักวันจะต้องมีคนรักฉัน ในแบบที่ฉันเป็น
ถ้าฉันพัฒนาตัวเองให้ได้มากกว่านี้ โดยไม่ไปเปรียบเทียบ และแบกความคาดหวังจากคนอื่น 
แต่แข่งกับตัวเองได้ ฉันต้องเป็นคนที่ดีขึ้นกว่านี้ อย่างมั่นคงแน่นอน
และถ้าฉันรักตัวเองมากพอ 

ฉันจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับตัวเองได้ ถึงแม้ว่าจะยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าความสุขที่แท้จริงของฉันคืออะไรก็เถอะ  ฉันจะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรในชีวิต และมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร
.
.
.

ฉันยังทำไม่ได้หรอก กับการรักตัวเอง ฉันรู้สึกว่ามันแค่คำพูดสวยหรู ดูดี แค่นั้นแหละ


แต่ในเมื่อชีวิตเราสุดท้าย เกิดมาคนเดียว ก็ต้องตายคนเดียว
คนที่เราจะอยู่ด้วยได้ตลอดเวลา ไม่ทิ้งเราไปไหน 
คนที่่จะเป็นกำลังใจให้เรามากที่สุด และเป็นคนเดียวที่ทำให้เราอ่อนแอมากที่สุด
ในความจริงแล้ว มันไม่ใช่ใครหรอก
มันคือตัวเราเอง
ตอนนี้ฉันหันไปมองรอบข้าง
ฉันไม่เห็นใครเลยที่จะมานั่งฟังความรู้สึกฉัน โดยที่ฉันไม่รู้สึกเกรงใจเค้า
ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะอธิบายสภาวะนี้ยังไง ฉันเหนื่อยแทนคนที่จะรับฟัง

และฉันก็คิดว่าคนที่จะดึงตัวฉันขึ้นมาได้มากที่สุดอย่างมั่นคงที่สุด
และจะรับมือกับความอ่อนแอถ้าหากมันเกิดขึ้นอีก โดยไม่ไปไหนเลย
นั้นก็คือ ตัวฉันเอง
จึงๆแล้วก็คุยกับตัวเองบ่อยนะ แต่ก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ในหลายๆเรื่อง

ฉันชอบที่จะนึกถึงตัวเอง แยกร่างออกมา
ฟังดูตลกเน้อะ แต่ลองทำดูแล้วมันดีนะ
กอดกับตัวเองอยู่ ซับน้ำตา ลูบหัว ยิ้มให้กับตัวเอง
หลอนหน่อยๆป่ะ55555 (แต่พอคิดจริงๆนี่อยากร้องไห้เลยนะ เป็นความตื้นตันอะไรสักอย่าง)
แล้วบอกว่า
เธอจะเป็นคนที่ดีกว่านี้ 
เธอมีค่าพอสำหรับคนที่มีค่าพอที่จะเห็นได้
อย่าเศร้าไปเลยนะ สู้ๆหน่อย
เธอเป็นคนที่สมบูรณ์ในแบบของเธอ
เธอเป็นคนที่เก่งอยู่แล้ว


ถึงมันจะเหมือนการปลอบใจตัวเอง
แต่ถ้าเราไม่รักตัวเอง แล้วไม่ดึงตัวเองขึ้นมาด้วยตัวเอง
ถ้าเราเป็นแบบนี้อีกแล้วหวังได้กำลังจากคนอื่น
สุดท้ายแล้ว มันไม่มีใครจะดึงเราออกจากความเศร้า ความอ่อนแอต่างๆได้ตลอดหรอก
สุดท้ายเราก็มีแค่เรานั้นแหละ ที่จะอยู่กับตัวเราเองไม่ไปไหน


ฉันกำลังพยายามดึงตัวเองอยู่
ดึงยังไม่ขึ้นเท่าไหร่หรอก 
แต่ก็พยายามอยู่นะ
สักวันที่เราเข้มแข็งกับตัวเองได้มากพอ
เราว่าเราก็ไม่ต้องกลัวว่าจะอ่อนแอกับอะไรในชิวิตแล้วหล่ะ
อย่างน้อยเราก็รู้ว่าจะมีใครอยู่ข้างๆเราเสมอ
ตลอดไป.
:)))
 






SHARE

Comments

MrSunday
2 months ago
รู้สึกคล้ายๆกันเลยครับ
แต่ของผมคืออยากสูญ​สลา​ยไป​แบบ​ไม่ต้องการ​ให้​ใคร​จดจำ​ เพราะตลอดช่วงชีวิตวัยรุ่น เราช่วยเหลือคนรอบข้างมาตลอด จนกลายเป็นว่าเราต้องแบกทุกคนเอาไว้
ไม่มีใคร​ปล่อย​ให้​เราใช้ชีวิต เพราะการมีเราอยู่ทำให้เขาสุขสบาย​ ทุกปัญหาเราแก้ได้ ไปไหนก็เป็นที่ต้องการตลอด ทั้งๆที่ผมเป็นคนประเภทอินโทรเวิร์ท
การที่เราเป็นคนที่แคร์ความรู้สึกของคนอื่นมากเกินไป
มันทำให้ตัวตนของผมหล่นหายไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าที่กำลังใช้ชีวิตอยู่นี่คือใครกันแน่
ไม่ไหวแล้วครับ หมดแรง
Reply
6423465
2 months ago
หยุดฟังเสียงตัวเองบ้างก็ได้นะ มันน่าจะช่วยให้เรามีกำลังขึ้นมาในการชีวิตได้ไม่มากก็น้อย เก็บตัวเองขึ้นมาให้ได้นะ เราก็พยายามอยู่เหมือนกัน :)