หลบหนี2 เขียนบนค่าย82 ผลัด2
ฉันรับรู้ได้ถึงการหลบหนีการกลั่นตัวภายในสมองของความคิดที่มักจะวิ่งวกไปวนมา และด้วยตัวเองที่รู้สึกว่ามันมากกว่าคนอื่นๆเขา ทั้งๆที่จริงๆแล้ว มีความเป็นไปได้ที่จะ น้อยกว่า มากกว่า เท่าเทียม หรืออาจไม่เท่าเทียม แต่เทียบเท่าได้

การหลบหนีในรูปแบบนี้ไม่เป็นพิษ และ After Effect ของมันดูจะไม่รุนแรงมากมาย หรืออาจเรียกได้ว่าฤทธิ์ของมันบรรเท่าอาการปวดอย่างหายเป็นปลิดทิ้ง แต่เมื่อมวลยาในร่างกายนั้นถูกย่อยสลาย และถูกแปรเปลี่ยนนำมาใช้ในกลไกลร่างกายจนหมดแล้ว อาการที่เหลืออยู่กลับไม่ถูกดีดขึ้นมาจนรู้สึกเจ็บปวดได้ชัดเจนเท่ากับวิธีอื่นๆที่เคยใช้

รู้สึกได้ว่าวิธีนี้เป็นวิธีการที่บริสุทธิ์ซะเหลือเกิน บริสุทธิ์จนชื้นใจและทำให้หลงใหลมัน และตั้งใจจะเก็บเกี่ยวความรู้สึก บรรยากาศข้างเคียงที่เราได้รับสัมผัสที่นี่

แน่นอนว่าก้อนเมฆมวลความรู้สึกนั้น ยังไม่ได้หายไปไหนหรอก มันยังคงอยู่ในตัวเราในตอนนี้ มันจึงยังมีความรู้สึกฝนตกออกมาให้ได้รับรู้ และเผลอแสดงออกต่อคนข้างๆบ้างในบางครั้ง แต่ความพยายามที่จะสู้กับเงามือครึ้มของก้อนเมฆมวลนั้น ด้วยแสงแดดดูจะได้ผลดีพอควร

แสงแดดจากอากาศหนาวๆที่เราโหยหา
แสงแดดจากท้องฟ้าสีสวยในตอนกลางวัน
แสงแดดจากแสงดาวและพระจันทร์ กับท้องฟ้าตอนกลางคืนที่ไร้แสงไฟจอมปลอม
แสงแดดจากกลุ่มต้นไม้ที่งอกขึ้นมาด้วยตัวตนของตัวเอง
แสงแดดจากพลังงานบวกของทุกๆคนรอบๆตัว

แต่ตัวเรานี้ก็เหมือนโลก ที่จะต้องหมุนรอบตัวเองไปเรื่อยๆ จนเกิดฤดู การมีแสงแดดในตอนนี้อาจทำให้เมฆฝน กลายเป็นเมฆในวันที่ฟ้าเปิดในบางครั้งคร่าว หยุดกลั่นตัวไปได้สักพัก แต่ในเมื่อยังคงมีเมฆอยู่และที่สำคัญเมฆนั้นเป็นเมฆฝน ฝนยังคงตก ทั้งๆที่เราเคยมั่นใจหนักหนาว่าตัวเองนั้นชอบฝน แต่เมื่อต้องมาอยู่กับมันในระยะเวลาเนินนานแบบนี้ กลับทำให้เราเปลี่ยนใจ แต่ก็ไม่สามารถปฏิเศษได้ว่า ยังมีความรื่นเริงในมันอยู่ลึกๆข้างใน เหมือนกับตัวตนในรูปแบบเด็กของคุณ ยังคงชอบความชื้นแฉะของฝน แต่ตัวตนในทางตรงกันข้ามนั้นต้องการความสว่างแสงแดดในการทำอะไรต่อมิอะไร

บางทีฝนก็ตกทั้งๆที่ฟ้ายังสว่างอยู่ บางทีฟ้าก็ครึ้มซะจนคาดเดาได้ว่าฝนกำลังจะตก แต่ในบางครั้งก็ไม่ตก ทั้งหมดนั่นอยู่ในวันๆเดียวของเรา แบ่งช่วงเวลาตามอารมณ์ของผู้บงการชีวิตล่องหน

เรายังคงเฝ้ารอวันนั้น วันที่เราจะเจอแสงแดดเป็นส่วนใหญ่ แล้วเจอกับฝนตกแค่บางวัน แต่ไม่รู้สิ คงจะต้องรอคอย มือของใครบางคนที่มีความหมาย จนมีกำลังมากพอที่จะหมุนโลกทั้งใบนี้ของเรา ให้หยุดนิ่งเพียงฤดูที่ดี เราได้ลองพยายามด้วยมือของตัวเองหยุดโลกใบนี้แล้ว แต่ในเวลานี้มันยังมีกำลังไม่มากพอที่จะทำสิ่งนั้นได้

เราคิดว่าเราได้เจอกับมือมือนั้นแล้ว
ท้องฟ้าที่เราพบเจอในช่วงนั้นมันสวยงาม
จนเราสัญญากับตัวเองว่าจะไม่มีทางลืมมัน
แต่มือมือนั้น อ่อนล้าจนปล่อยมือ
จนทำให้โลกของเราหมุนกลับมาต้องร่องร่องเดิม

ในตอนนี้
ที่สถานที่พิเศษนี้
เรารู้สึกได้ถึงมือของทุกคนที่นี่
ที่ช่วยกันหมุนโลกของเราให้ไปเจอแดด
อาจจะค้างได้แค่ 1 อาทิตย์
ก็ยังดี
เราขอขอบคุณทุกคนมากมาก

เราคาดหวังเสมอเสมอว่าตัวเองจะเป็นเจ้าของมือนั้น
มือที่จะหมุนโลกของตัวเอง
อาจจะพร้อมกับอีกมือที่จะมาช่วยพยุงมือของเราในวันที่อ่อนล้าเกินไปให้โลกยังคงหยุดนิ่ง
พร้อมกับเขาที่จะอนุญาติให้มือของเราพยุงโลกของกันและกัน
SHARE
Writer
gradarng
after rain waiter
กระด่าง ผู้รอคอยฟ้าหลังฝน กระด้างไม่อ่อนโยน กับกระบนหน้าที่เหมือนรอยด่างจากกรดอ่อนๆของหยาดเหงื่อ

Comments