นิราศเวียงพิงค์ 1
...ความทรงจำที่ดีๆ คุณเริ่มต้นและเก็บมันไว้ให้ยาวนานอยู่อย่างนั้นได้อย่างไร...
หนึ่งในความทรงจำดีๆ ของผมนั้นคงเป็นที่เชียงใหม่
นิราศเวียงพิงค์ผมอยากจะบอกว่าผมชอบฟังเพลงหลายแนวครับ หนึ่งในหลายๆ แนวนั้น คือเพลงลูกกรุง อาจจะเป็นเพราะว่านั่นคือต้นตอของการเริ่มฟังพลงของผมเลยก็ว่าได้ 

ผมเริ่มฟังเพลงเหล่านี้จากที่บ้านของผมเอง พ่อและแม่ผมจะเปิดให้ฟัง หากไม่ตอนเช้ามืดก็ช่วงยามเย็นหรือหัวค่ำ
การได้ฟังเพลงเหล่านี้มันสุนทรีดีนะครับ และหนึ่งในหลายๆ เพลงนั้น 
นิราศเวียงพิงค์ คือเพลงโปรดที่ผมชื่นชอบ
แล้วเชียงใหม่กับนิราศเวียงพิงค์ มันเกี่ยวอะไรกัน !!!นิราศ แปลว่า ไป
เวียงพิงค์ หมายถึง เชียงใหม่
รวมกัน = ไปเชียงใหม่ 
นิราศเวียงพิงค์ = ชื่อเพลง (เพลงอาจจะแก่ๆ หน่อย แต่ถ้าใครอยากลองฟัง แนะนำเป็นของ กุ้ง กิตติคุณ เชียร์สงค์ )

โอเค เข้าเรื่องดีกว่า เกรงว่าจะเยินเย้อไปกว่านี้

คุณเคยจินตนาการไว้บ้างไหมว่าครั้งหนึ่งในชีวิตคุณอยากไปที่ไหนมากที่สุด...
ผมเองก็มีสถานที่แห่งหนึ่งที่อยากไปมากที่สุดเหมือนกัน ก็ไม่ใกล้ไม่ไกล ในเมืองไทยเรานี่แหละครับ นั่นก็คือ"เชียงใหม่"

เชียงใหม่ คือเมืองที่ผมใฝ่ฝันที่จะไปให้ได้ ความใฝ่ฝันนั้นมันเร่ิมจากฟังเพลงและการกล่าวขวัญของใครต่อใครหลายๆ คนที่เคยไปเยือนมาแล้ว
แต่ติดตลกที่ว่าอยากไปแล้วทำไมไม่ไปซะล่ะ ?

มันเป็นแบบนี้ครับ ผมเองเกิดที่ที่ภาคกลางแถวๆ กทม.นี่แหละ แม้ว่าแม่จะชอบปล่อยให้เดินทางไปไหนต่อไหนคนเดียวตั้งแต่ 8 ขวบก็ตาม แต่การไปไกลถึงเชียงใหม่นั้น ในความรู้สึก ผมรู้สึกว่ามันก็ไกลเกินนนนนน

แม้จะมีเพื่อนคนหนึ่งที่รู้จักกันมานานหลายปี เขาเป็นคนเชียงใหม่โดยกำเนิด มันก็ไม่ได้ช่วยให้ผมรู้จักเชี่ยงใหม่ดีขึ้นเลย 555 (ถ้ามีโอกาสจะเล่าเรื่องเพื่อนคนนี้ให้อ่านนะครับ)

ผมได้แต่บ่นพรึมพรำกับตัวเองบ่อยๆ ว่าอยากไปเที่ยวเชียงใหม่ อยากไปสัมผัสหมอกสีขาวๆ อยากอยู่กับบรรยากาศเย็นๆ อยากกินอาหารเหนือดูบ้าง อยากเห็นคนภาคนี้เขาทำอะไรกัน เขาเหมือนกับคนทางนี้บ้างไหม อะไรแบบนี้
แต่ใครที่เคยไป หรือเกิดที่นั่นก็อาจจะเฉยๆ กับมันใช่ไหมล่ะครับ
แต่ผมนั้น...ไม่ !!!!
มีแฟนครับ ผมมีแฟน...คนจะมีแฟนคงไม่ใช่เรื่องแปลกใช่ไหมล่ะครับ
แต่แฟนคนนี้ของผมเขาเป็นคนเชียงใหม่ (เห่อมาก ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ )
จนวันหนึ่งเขาชวนไปบ้านเขาที่เชียงใหม่ ผมตอบรับแบบไม่ลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว และดีใจมากๆ ที่จะได้ไปที่นั่น

เรานั่งรถที่หมอชิตไปลงที่อาเขต หลังก้าวขาลงจากรถมายืนบนพื้นดินของนครพิงค์เชียงใหม่ ความรู้สึกแรกคือ "ร้อน !!!"
ก็ใช่น่ะสิ นี่มันฤดูร้อน จะไม่ให้ร้อนได้ไง แม้จะเช้าๆ ก็ตาม เพราะภาพในหัวสมองคือ ภาคเหนือจะต้องหนาววววว และเย็น คนที่นี่จะต้องพูดช้าๆ เอื่อยๆ เนิบๆ สุภาพ เรียบร้อย (คิดอย่างกับเด็กเพิ่งเริ่มอ่านนิยายปรำปราโบราณท้องถิ่น)
แต่ก็คิดแบบนี้จริงๆ แม้จะโตแล้ว เพราะไม่เคยได้มาที่นี่เลยจริงๆ น่ะสิครับ
อยากบอกว่าตื่นเต้นที่สุดที่ได้มายื่นอยู่ ณ ที่แห่งนี้

แฟนผมพาไปรอรถมารับที่ McDonald มองออกไปตามถนน จะมองเห็นห้างใหญ่ๆ คงจะเป็นเซนทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ ในใจเราก็คิดว่าที่นี่ก็เจริญดีนะแม้จะไม่เหมือนใน กทม.แต่ก็มีอะไรครบเหมือนกัน

ไม่นานก็มีรถเก๋งสีขาวคันเล็กๆ มาจอดเทียบหน้าร้าน พร้อมมีเสียงโทรศัพท์เข้ามาบอกว่ารถมารอหน้าร้านแล้ว นั่นก็คือรถคันนั้นนั่นเองที่เรามองเห็น
สวัสดีครับแม่ สวัสดีครับ(พี่สาวท่านหนึ่งที่เป็นสารถี)พอก้นนั่งลงบนเบาะนุ่มๆ นั้นแล้ว สักพักรถก็ออก การสนทนาระหว่างแฟนกับแม่ของเขาก็เริ่มขึ้น ถามไถ่เรื่องนั้นเรื่องนี้ พร้อมกับคนขับรถก็สอดแทรกคำถามต่างๆ นาๆ ผมก็ตั้งใจฟังอย่างไม่ลดละเลยทีเดียว ระหว่างฟังไปก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
คำเมืองเอ๊....เขาพูดอะไรกัน ทำไมเราฟังไม่รู้เรื่องเลย แต่หน้าตาเราก็ยังยิ้มแย้มอยู่อย่างนั้น จนมีเสียงเรียกชื่อเราแหลมขึ้นมา...
ช...
พร้อมถามว่า ฟังภาษาเหนือออกไหม....
ผมส่ายหน้าไปมา และก็ยิ้มไปด้วยพร้อมๆ กัน ทำตัวเหมือนลูกแมวเหมียวที่แสนเชืองในรถสีขาวคันเล็กนั้น คำถามต่างๆ นาๆ ก็ค่อยๆ ถามผมมาทีละคำถามจากแม่และคนขับ...
นกแลสักพักเพลงก็ถูกเปิดขึ้นมาจากบนรถ...เสียงดนตรีดังขึ้น เสียงกลองมาเป็นระยะๆ เฮ้ย นี่มันเพลงในเรื่องแฟนฉันที่เราเคยฟัง Into มาเต็ม พร้อมเสียงคนร้องจากหน้ารถ ก็ตามมา คลอๆ
...โอ...เย โอ้เย โอ้เย โอ้ๆ เย โอ้เย โอ้เย โอ้ๆ เย โอ้เย โอ้เย โอ้ๆ เย โอ้เย โอ้เย....
...หนึ่งในคำถามต่างๆ ไม่ว่าจะถามว่า เคยมาเชียงใหม่ไหม เคยกินอาหารเหนือไหม นั่นก็คือเคยฟังเพลงหนุ่มดอยเต่าไหม รู้จักหรือเปล่า โอ้เย ล่ะ น่าจะเคยฟังนะ
...ผมบอกว่าเคยฟังครับ เคยฟังตั้งแต่เด็กๆ ครับ 
คนขับกับแม่แฟนก็คุยกัน...หนุ่มกรุงเตปจะเคยฟังกันเหรอ
...ไอ้เราก็บอกว่าเคยฟังบ้างครับ
รู้จักไหมชื่อวงอะไร รู้จักนกแลไหม
...เคยได้ยินชื่อครับเป็นวงเด็ก
นี่ไง...พี่คนขับเป็นหนึ่งในสมาชิกวงนะ เป็นคนร้องด้วย
......ผมนี้ตะลึง เจอตัวจริง

เรื่องราวต่างๆ ของวงก็ค่อยๆ ออกมาจากปากของสมาชิกวง พี่เขาเล่าให้ฟังหลายเรื่อง ฟังเพลิน จนลืมไปเลยว่า นี่เขาจะพาเราไปไหน...(เป็นผู้ชายแล้วยังจะกลัวอีกว่าสาวๆ บนรถจะพาไปไหน)
จอมทองนี่ๆ เรากำลังจะไปไหนกันเหรอ คำถามของผมที่ถามแฟน
...ไปบ้านที่จอมทองค่ะ ไปบ้านน้า ๆ ทั้งหลาย
ผมเริ่มตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ เรากำลังจะไปพบเจอญาติของแฟนเรา ไม่รู้จะทำตัวแบบไหนดี แต่ก็เอาเถอะ เป็นในแบบที่เราเป็นนี่แหละ

และแล้วก็ถึงบ้าน ได้พบเจอกับน้าๆ ของแฟน ผู้ใหญ่ก็ต้อนรับหนุ่มจากกรุงเทพเป็นอย่างดี อู้คำเมืองใส่ด้วย น้าๆ คงลืมไปว่าผมคือหนุ่มกรุงเทพ ผมก็เอ๋อๆ หน่อย เพราะฟังไม่ออก อาจจะเดาได้เป็นบางคำ แต่ถ้ารวมๆ กันแล้วล่ะก็พูดรัวๆ ใส่แบบนี้ Stun ไปแป๊บบบบนึงเชียวล่ะ กว่าจะตอบกลับได้ 555

อยากบอกว่าที่นี่บรรยากาศดีมาก ดีกว่าในเมืองเชียงใหม่เสียอีก รู้สึกเป็นธรรมชาติมากกว่า เป็นบ้านที่อยู่ในเมืองจอมทองเลย ห่างจากวัดพระศรีจอมทองไม่ไกลเท่าไหร่ ในหมู่บ้านมีทางลาดชันเหมือนที่บ้านแม่ผมเลยทีเดียว

ก็เกือบจะเทียงวันแล้วของวันแรกที่มาถึง ความตื่นเต้นยังไม่หายไปไหน สักพักตาที่แฟนสาวผมเล่าให้ฟังบ่อยๆ ก็เดินเข้ามา สายตาชายแก่ก็สบเข้ากับสายตาผม ผมรู้ทันทีว่านี่คือใครผมยกมือไหว้ครับ แต่ตาก็ยังนิ่งเงียบ ไม่พูดอะไรกับผม ไม่ทักทาย เพียงแค่มองเฉยๆ เท่านั้น ผมเองทำได้แค่ยิ้มอย่างเดียว...

ใช่ๆ เรามันคนแปลกหน้าที่เพิ่งก้าวเข้ามาในบ้านเขา ใจดีสู้เสือๆ ๆ  ยิ้มเข้าไว้ อะไรจะค่อยๆ ดีขึ้นหลังจากที่พวกเขาได้รู้จักเราแล้ว...การเข้ากับผู้ใหญ่หรือกับคนอื่นๆ สำหรับผมแล้วการสานสัมพันธ์นั้นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผม แม้ในช่วงแรกผมจะเกร็งๆ ไปบ้าง และแล้วอะไรก็ดีขึ้นดังความคิด

หลังกินข้าวเทียงกันเสร็จแม่กับพี่สาววงนกแลก็กลับเชียงใหม่ เราสองคนก็คิดแผนออกเที่ยว ไปไหนดี ผมถามแฟนผม
ดอยอินทนนท์...ไปยังไงล่ะเนี่ย เช่ารถเหรอ จ้างรถเหรอ ?
ป่าวค่ะ ไม่มีให้เช่าหรอกแถวนี้ ต้องขึ้นไปเอง...
...เดินไปเหรอจ้ะ ? คำถามของผม
มีรถค่ะ ถ้าเดินไปคงไม่ได้เที่ยว...
...รถยนต์เหรอพี่ขับไม่เป็นนะ
มอเตอร์ไซต์จ้า เด่วหนูขับพาพี่ไป...
...ไปไหนล่ะจ้ะ ? เด่วพี่ขับเองจ้า สองล้อพี่ขับได้
แล้วแต่พี่จะอยากไปไหน มีน้ำตก มีขึ้นดอย...
...งั้นขึ้นดอยเนอะ
ค่ะ...:-)

นั่นคือบทสนทนาระหว่างผมกับเธอก่อนขึ้นไปดอยอินทนนท์ด้วยรถมอเตอร์ไซต์ สกู๊ปี้ ไอ สองล้อ ขี้กันขึ้นดอย

ในใจก็คิดว่า รู้สึกมีความสุขดีนะ นี่คือการมีแฟนที่มีความสุขและสนุก เอ๊ะ ต้องบอกว่าเริ่มจะสนุกสิถึงจะถูก ใช่ ความสนุกเริ่มขึ้นแล้วที่เชียงใหม่

ผมและเธอขี่สองล้อขึ้นดอยไปเรื่อยๆ รถไม่เยอะเลย โล่งๆ ก่อนขึ้นดอยก็จะรู้สึกร้อน แต่ไม่มากเหมือนอยู่ กทม. พอถึงช่วงที่มีต้นไม้เยอะๆ บดบังแสงแดดไว้ ก็จะรู้สึกว่าเย็นสบาย พอขึ้นไปสูงๆ แล้วจะรู้สึกว่าอากาศเบาบางมาก เริ่มรู้สึกหูอื้อไปหมด และถ้าผ่านทิวสนเมื่อไหร่ล่ะก็จะรู้สึกถึงความหนาวเย็นได้เลยล่ะ

อาจจะเป็นเพราะว่าใส่เสื้อเชิร์ตตัวสีขาวแขนสั้นลายเรือใบตัวนั้น ที่เธอซื้อให้ผมเป็นของขวัญปีใหม่ของปีนั่นเองกับกางเกงขาสั้นสีดำน้ำตาล พร้อมรองเท้าแตะตราช้างดาวของที่บ้านเธอ
กาดแม้ว
หูวววว สเตอเบอรี่ขายกันที่นี่เลยเหรอ เธอบอกว่าที่นี่เป็นตลาดแม้ว ที่เอาผลไม้มาขายระหว่างทางขึ้นดอยอินทนนท์ อยากจะบอกว่าหวานมากครับสำหรับสตอเบอรี่ ผมซื้อกินกันระหว่างขึ้นดอย และราคาก็ไม่แพงด้วย สดใหม่ หวานเชียวล่ะ น่ากินมาก

ระหว่างขับรถผมชอบที่จะดึงแขนเธอมาเพื่อกอดเอวผมเอาไว้เพิ่มความอบอุ่น มือผมก็กุมมือเธอไว้แบบนั้น(ผมชอบจับมือเธอครับ มือเธอนุ่ม ผมชอบเอามือเธอมาแนบที่แก้มของผม)
สักระยะหนึ่งก่อนที่จะตั้งใจขับรถต่อไปเพื่อจะไปให้ถึงยอดดอยอินทนนท์

ทางชันมากครับในบางช่วงของเส้นทาง มีจุดหนึ่งที่ชันมาก ขนาดที่บิดจนสุดก็วิ่งได้แค่ 20 กม/ชม. เท่านั้น จึงต้องหยุดพักถ่ายรูปกันสักสองสามรูป แล้วก็เข็นรถขึ้นทางลาดชันนี้ต่อไปจนถึงทางลาดชันที่น้อยกว่านี้นิดหนึ่ง

แล้วเราก็ขี่ต่อไปจนถึงยอดดอย...
13 องศาที่นี่มีอะไร...
ขอต่อใน นิราศเวียงพิงค์ 2 นะครับ
SHARE
Written in this book
Chatim_Memories
Writer
Chatim
Memories Diary
ฉันชอบอ่านเรื่องต่างๆ ที่สนใจ ชอบเขียนเรื่องราวต่างๆ ที่ได้ผ่านเข้ามา และจะบันทึกทุกความรู้สึกนั้นไว้เป็นอย่่างดี

Comments