นิยายประโลมโลก: ยาขนานดีในการใช้ชีวิต

That’s the thing about books. They let you travel without moving your feet - Jhumpa Lahiri

จริง

บางที ในสังคมที่เราอยู่ สิ่งแวดล้อมที่เราอาศัย อาจจะไม่มีอิสระในการทำอะไรได้ดั่งใจคิดมากนัก ทุกย่างก้าวที่ออกจากบ้าน ประหนึ่งมีโซ่ตรวนคล้องเท้าเราอยู่ตลอดเวลา เพียงแค่เรามองไม่เห็นเท่านั้น และสิ่งที่เรามองไม่เห็น ก็ใช่ว่าจะไม่มีอยู่จริง ถูกมั้ยล่ะ


เมื่อเรายังเด็ก โซ่ตรวนของการเรียน บีบคั้นเราตลอดเวลา จนลืมความสนุกในวัยเด็ก เพราะต้องแข่งขันในการเรียนอย่างหนัก แต่สุดท้าย บางทีกลับได้ทำงานในสิ่งที่ไม่ได้เรียนมาด้วยซ้ำ


เมื่อเราโตขึ้น โซ่ตรวนของสังคม ก็ตีกรอบให้เราอีก ว่าแต่ละช่วงวัยในชีวิต เราต้องประสบความสำเร็จอะไรบ้าง ทำงานอะไร แต่งงานเมื่อไหร่ มีลูกหรือยัง อย่าลืมเก็บเงินไว้ตอนเกษียณล่ะ เดี๋ยวจะลำบาก


ทุกอย่างดูเหมือนจะถูกวางไว้หมดแล้ว โดยที่เราไม่มีโอกาสคิดเลยด้วยซ้ำ และนี่หรือเปล่า ที่ปลูกฝังให้เด็กไทย โตขึ้นมาแบบ 'คิดไม่เป็น' เพราะเราไม่สอนให้เค้าคิดเองตั้งแต่แรก แต่กลับผูกโซ่ตรวนนี้ที่ข้อเท้าของพวกเขาไว้ ในคราบของสิ่งที่สังคมเชื่อว่า 'เพราะผู้ใหญ่หวังดี'


แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ การจะมานั่งนิ่งจมจ่อมอยู่ในกรอบที่สังคมตีให้ ผมคงไม่ทำ คงทำให้ทุกนาทีของชีวิตถูกใช้ไปโดยไม่มีค่าเท่าไหร่ เพราะมียาขนานดีที่เรียกว่า 'นิยายประโลมโลก'


ทุกครั้งที่เปิดหนังสือ จริงๆ แล้ว ไม่ว่าหนังสือประเภทไหนก็ตาม กายหยาบยังอยู่ในที่ที่เดิม สังคมเดิมๆ จารีตเดิมๆ แต่ มโนจิตของเราคือไปไกลแล้ว มันไปอยู่ในอีกโลกที่เราสร้างขึ้น ยิ่งสำหรับโลกของนิยายประโลมโลก ใครหลายคนชอบถามว่า มึงจะอ่านไปทำไมว่ะ ไร้สาระ โลกในนิยายประโลมโลกแม่งก็มีแต่ความเพ้อฝันทั้งนั้นแหละ


แต่จริงๆ แล้ว ความเพ้อฝันในนิยายมักมี 2 ด้านเสมอ ก่อนจะมีด้านดี ก็ต้องมีด้านร้าย ด้านดี สีชมพูหวานแหวว มีเพื่อทำให้คนอ่านมีความสุข แต่ก็ยังไม่ลืมใส่ด้านร้าย สีดำหม่นๆ ลงไป เพราะถ้าไม่มีด้านร้ายเลย จะรู้ได้ยังไง ด้านดีของชีวิต มันมีความสุขมากแค่ไหน เพราะโดยธรรมชาติแล้ว คนเรามันก็มองทุกอย่างในเชิงเปรียบเทียบทั้งนั้นแหละ


เพราะฉะนั้น ถ้าเจอใครที่ชอบคิดว่า นิยายประโลมโลกทำให้คนลืมความจริง จงบอกเขาไปว่า ลืมไปหรือเปล่าว่า มันก็ยังมีความจริงอยู่ในนั้น


เพราะฉะนั้น ถ้าเจอใครที่ชอบคิดว่า นิยายประโลมโลก ทำให้คนเอาตัวออกมาจากโลกเพ้อฝันไม่ได้ ก็ต้องขอบอกว่า คำว่า ประโลมโลก น่าจะมาจาก ประโลมชาวโลก และถ้าโลกมันดีอยู่แล้ว คงไม่ต้องมีอะไรถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปลอบประโลมคนบนโลกหรอก จริงป่ะ


ตราบใดที่ สองมือจับหนังสือ ตากวาดไปตามรอยน้ำหมึก นิ้วก็พลิกเปิดไปทีละหน้า ทีละหน้า จิตใจก็ล่องลอยไปไกล แต่ 2 เท้าของเรายังอยู่บนโลกของความเป็นจริง แค่นี้ก็พอแล้ว 


#แด่การมีชีวิตอยู่
SHARE
Writer
Artsimone
Writer
แด่การมีชีวิตอยู่...

Comments