ปีแห่งการย่อตัวเพื่อไปต่อ
“ ปีนี้การงานคุณไม่ค่อยดีนะ ต้องระวัง

แต่หลังจากนั้นภายใน 4 ปี คุณจะได้ตามที่ต้องการ... ”

หมอดูที่หัวลำโพงบอกกับผมอย่างงี้

ไม่รู้ว่าปีที่ผ่านมา ตัวเองอยู่ๆหันไปพึ่งเรื่องแบบนี้ได้ไง

ทั้งที่แต่ก่อนมองว่ามันไร้สาระ งมงาย

จนมาพบสาเหตุว่า อ๋อ ที่คนมาหาหมอดู หรือเข้าวัด

อะไรพวกนี้ ก็เพื่อความสบายใจนั่นเองง

ไม่ว่ามันจะมีจริงหรือไม่จริงก็ชั่งเหอะ

แต่ผมพึ่งจะเข้าใจว่าการเป็นผู้ใหญ่

มันมีเรื่องมีภาระให้กลุ้มมากมาย...

และถ้าไม่รู้จะพึ่งใคร ก็มีสิ่งเหล่านี้นี่แหละที่มันช่วยได้!

ใช่แล้ว! ที่ผมไปหาหมอดูเพราะปีนี้มันวุ่นวายสับสนจริงๆ

ทั้งเรื่องการค้นหาตัวเองเพื่อให้มันตอบโจทก์กับชีวิต

ความฝันและก็ครอบครัวที่เราอยากดูแลในอนาคตข้างหน้า

ทีนี้ผมจะมาเล่าบทเรียนที่เจอมาตั้งแต่ต้นปีให้ฟัง.

เปิดมาที่ฉากการเป็นครูฝึกสอนใน รร ศึกษานารี

ในช่วงนั้นผมมีเวลาว่างเหลือเยอะมาก ๆ

และผมดันไปพบกับคลิป “รวยด้วยการพนัน” เข้า!

ผมเริ่มศึกษามันอย่างจริงจังและพาตัวเองเข้าไป.

ในเว็ปคาสิโนออนไลน์ เพื่อเจอกับสิ่งที่เรียกว่า “ บาคาร่า “

ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคลิปที่สอนเนี่ย

มันมีทฤษฎีจริงๆนะเว่ย เรื่องหลักความน่าจะเป็น

ในการเดาว่าฝั่งแดงกับฝั่งน้ำเงินฝั่งไหนจะชนะ

ละคือมันมีทั้งทฤษฎีที่เป็นแบบแพทเทินกราฟบ้าง

การบริหารเงินทุนแบบฟิโบนันชี่บ้าง อะไรแบบเนี่ยจริงจังมาก 555

ทำให้ผมเชื่อว่ามันหาเงินได้จริง! เลยลองเข้าไปเล่น.

ตลอดสองสัปดาห์ ผมรู้สึกตื่นเต้นและยอมรับว่าติด

กับการลุ้นไพ่ และทดลองเล่นตามทฤษฎีต่างๆ

ผมเติมเงินครั้งแรกไปแค่ 500 จากนั้นก็เสียหมด

และเล่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีได้บ้าง เสียบ้าง แต่นั่นแหละ

ตราบใดที่เราโลภ ความฉิบหายก็มาถึง!

ผมเล่นเสียติดต่อกันไปเป็นเงิน 20,000 บาท

ด้วยความหัวร้อน + เสียดายเงิน ทำไงดีว้า

บาคาร่าเล่นตรูแร้ววว ....

สัญชาติญาณเอาตัวรอดผมก็ผุดขึ้นมา

โดยการเติมเงินเข้าไปใหม่อีก 20,000 บ.

และขอแทงครั้งเดียวให้ถูกเพื่อเอาเงินทั้งหมดกลับมา…

เวลานั้นผมนั่งอยู่ในห้องพักครูไม่ติดแล้วครับ.

มองซ้ายมองขวา มีแต่ปอโต้ ที่ฟุบหลับอยู่โต้ะข้างๆ

ดีมาก เพราะผมไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้ จะมาหมดตูดโชว์ไม่ได้ !

ผมลุกออกมาจากห้องตรงไปที่ระเบียงตึก

อธิฐานสิ่งศักด์สิทธิ์ทั้งหมดที่มีใน รร 5555

บอกว่าช่วยเอาเงินผมคืนมาเถอะ แล้วผมสัญญาจะเป็นคนดี!

แล้วก็ตู้มม ผมกดไปหมดหน้าตัก ลุ้นเยี่ยวแตก

หัวใจผมเต้นตุบๆๆๆ อย่างรัว

และแล้ว....ในที่สุดก็ได้เงินทั้งหมดกลับมา เย้!

หลังจากนั้นมันทำให้ผมตรัสรู้แล้วว่า ไอนี่มันหาเงินไม่ได้โว้ย

วิธีการมันเสี่ยงเกินไป มรุงอย่าโลภ

หลังจากนั้นผมจึงเลิกเล่น บาคาร่า ได้สำเร็จ 555

แต่นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของอีกวงการนึงถัดมา

ซึ่งแม่งก็เสี่ยงพอกัน 5555 นั่นคือ FOREX! (ตลาดค่าเงิน ตปท.)

ผมเริ่มเข้าวงการจากแนวคิดที่ว่า บาคาร่า ตรูยังรอดมาได้

Forex เสี่ยงน้อยกว่า ต้องทำได้สิวะ น่าเชื่อถือกว่าด้วย

ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงปิดเทอมแล้ว เยี่ยมเลย!

ผมเรียนจบบริบูรณ์แล้ววว และความตั้งใจตอนนั้นคือ

จะเล่น Forex ให้ได้เงินเยอะๆ

เพื่อเอาไปซื้อ Fender Mustang สี Olive

กับการพาแม่ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยเงินจากการเทรดแบบชิวๆ

เนื่องจากไม่มีงานแล้ว ผมทุ่มเทศึกษา Forex ทั้งวันทุกวัน

ดูกราฟจนตาแฉะ เติมพอทครั้งแรกไป 300 USD

แล้วก็เสียหมดเพราะโลภ ลงออเดอร์เยอะเกิน

เลยไปหาที่เรียนที่ไหนที่เขาว่าเทพ ผมไปเรียนกับเขาหมด!

ตั้งแต่ M ชัยชนะ (ที่ไลฟ์กระทืบแฟน), อ. แอค ACME ที่มีข่าวพาคนล้าง

คอสเรียนออนไลน์ต่างๆที่ยิงแอดมาในเฟสผม ผมก็เรียนหมด

สรุปเสียค่าคอร์สไปเยอะมากกก

แต่เอาจริงๆเอากลับมาเล่นเอง มันทำไม่ได้แบบจารย์หรอก

ผมจึงกลับมาเรียนรู้ด้วยตนเอง เติมเงินเข้าไปอีก 1000 USD

เล่นด้วยความไม่โลภ จากนั้นก็ไม่ล้างพอทอีกเลย

จนถึงทุกวันนี้ ถึงได้กำไรมาไม่มากเว่อแต่ก็พอใจและอยู่ตัว

เพราะผมได้รู้จักการบริหารความเสี่ยงมากขึ้น

สุดท้ายสรุปเรื่อง Forex นี้เลยละกัน อย่าโลภภภ

รวยทางลัดแม่งไม่มีจริง โลกนี้มันมีพวกนักฉ้อฉล

และโค้ชกำมะลอมากมาย ที่จะเอาเงินในกระเป๋าคุณไปฟรีๆ

อย่าไปหลงตามง่ายๆ สำคัญคือผมเข้าใจแล้วว่า

เราไม่สามารถคาดเดาอานาคตได้....

ว่ากราฟจะขึ้นหรือลง แต่ที่เราทำได้คือการคุมความเสี่ยง

ให้เงินของเราอยู่ได้นานๆในทุกสภาวะตลาด และไม่เสียมันไปหมด

(แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้กีต้าและพาแม่ไปเที่ยวเลยครับ TT)

หลังจากที่ผมเริ่มปล่อยวางเรื่อง forex ไปละ

ผมก็อยากจะหางานประจำทำบ้าง

ผมสมัครไปสองที่ เป็นโฮสเทลฮิพๆแถวบ้าน กับ ดิจิตอลเอเจนซี่

ละก็ไปสัมภาษณ์แล้วผ่านทั้งคู่ แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่าผมคิดอะไรอยุ่

มันเป็นความรู้สึก “เสียดายช่วงเวลาที่ได้อยู่บ้าน...” (เอ้า)

คือผมอยู่บ้านทุกวันจนชินไปแล้ว ....

แล้วก็ได้เจอแฟนทุกวันด้วยแหะๆ

ละถ้าไปทำงานประจำเราคงเสียดายช่วงเวลาแบบนี้อ่า

ผมก็เลย ปฎิเสธ งานสองที่นั้นไปแบบงงๆ (เวงกำ)

ละตอนนั้น มันดันมีเหตุการณ์ที่เป็นจุดเปลี่ยนเข้ามาพอดี

นั่นคือ มี บริษัท จากญี่ปุ่น ติดต่อมา

อยากจะส่งออก พาราเฟซ ไปขายที่ญี่ปุ่น!

เอาแล่วว เขาต้องสั่งเยอะแน่ๆ ได้เงินเยอะละโว้ย

แต่นั่นแหละ เรื่องราวมันไม่ได้ราบรื่นขนาดนั้น

ญี่ปุ่นบอกเราว่า เขาอยากให้เราจดทะเบียนเป็น บริษัท

และจดภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อเปิดบิล VAT ได้

เวงละ เท้าความก่อน พาราเฟซ เป็นแบรนด์ที่ผมทำกับเบส

เป็นงานอดิเรกมาตลอด ไม่มีออฟฟิศ เวลาส่งของก็ใช้ไลน์แมน

ส่งกันไปมา เพราะคนผลิตอยุ่คนละที่

ทีนี้พอมันมีเรื่องแบบนี้ เราก็เลยเอาวะ เป็นไงเป็นกัน

ตระเวนหาตึกเช่า เพื่อจะได้มีออฟฟิศเป็นของตัวเอง

จนคิดขึ้นได้ว่า..ผมมีความฝันอยู่อย่างนึง ที่พูดกับเพื่อนสนิทบ่อยๆ

ว่าผมอ่ะอยากมีร้านอะไรก็ได้ ตั้งอยู่ที่สวนหลวงสแควร์.

เพราะมันบรรยากาศมันเงียบ ร่มรื่น น่าอยู่

แล้วก็อยากเป็นแบบพี่จุ้ย (เจ้าของร้านเครื่องเขียนชื่อดัง)

ที่แบบนั่งอยู่แต่ในร้านละก็มีคนเข้ามาหาเรื่อยๆ

มีเพื่อนแวะมาหาบ่อยๆอะไรเงี้ย

และนั่น....วันนี้มันก็กลายเป็นความจริงแล้วเฮ้ย

แต่ด้วยความไม่รอบคอบ (อีกและ)

เราดันไปเช่า(ช่วง)อาคาร ในราคา 25,000 บาทต่อเดือน

ทั้งที่ถ้าเดินไปอีกนิดไปคุยกับนิติโครงการ เขาปล่อยเช่าอยู่แค่ 17,000 บาท!

ตรูโครตซื่อบื้อ และแล้วก็มีเพื่อนมารับชะตาด้วยกัน

นั่นคือร้านบอร์ดเกมของตะวันนั่นเอง.

เราหารที่กัน ผมอยู่ชั้นล่าง ตะวันอยู่ชั้นสอง

กับสัญญาเช่า 1 ปีและมัดจำ 75,000 บาท!

เรื่องเช่าที่ก็ลำบากพอตัวละ ยังมีเรื่องจดทะเบียนบริษัทอีก

ท่ามกลางคำเตือนมากมายที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นพ่อ อาโกว ไอพิช(เพื่อนนักบัญชี)

ที่มีประสบการณ์มากกกว่าผม บอกว่าคิดดีๆ หจก.ดีกว่ามั้ย วุ่นวายน้อยกว่า

แต่ในใจผมกลับคิดแค่ว่า หจก. มันดูไม่เท่ แค่นั้นแหละ 555

และด้วยความอวดเก่งนั่นนี่ของผมเอง กับแนวคิดที่ว่า

มันคงไม่ยากกว่าการเรียนมหาลัยที่ผ่านมาตั้ง 5 ปีหรอกมั้ง.

ผมเลยเปิดบริษัทในแบบคนไม่พร้อมจริงๆ !

คือไม่รู้haอะไรเลยว่าต้องเจอไรบ้าง

ผมติดต่อสำนักงานบัญชีบอกขอจดทะเบียนบริษัทหน่อยคับ

ได้มาในราคา 10000 บาท พร้อมจด VAT

(ถูกกว่าเจ้าอื่นๆ แต่ทำงานโครตช้าา)

แล้วหลังจากนั้น ก็เป็นช่วงที่ชีวิตของผมจมดิ่งไปกับเรื่องเอกสาร

การติดต่อวุ่นวายที่สุด และเครียดที่สุดตั้งแต่เคยเจอมา

เอกสารไม่เรียบร้อยบ้าง เจ้าของตึกบ่ายเบี่ยงให้เอกสารไม่ครบบ้าง

ต้องวิ่งไปติดต่อนู่นนี่เต็มไปหมด

บัญชีก็ทำไม่เป็น ต้องไปหาคอสเรียนเพิ่ม

ละคือมันไม่ใช่ผมอ่า ผมไม่ถนัดอะไรพวกนี้โว้ย โครตเซง

ไม่อยากติดต่อกับใครเลยช่วงนั้น ....

กว่าจะปรับตัวได้นี่ใช้เวลาเยอะพอสมควร

ในขณะที่ บ.ญี่ปุ่น บอกว่าจะเอานาฬิกาเราไปเสนอผ่านงานโชว์ที่กรุงโตเกียว

แลกกับการขอให้เราเอาสินค้าของเขา (เป็นกำไลเชือกจากฝรั่งเศษ)

ไปตั้งโชวในสยามเซนเตอร์ให้หน่อย เราก็ทำให้!

สุดท้ายบ.ญี่ปุ่น ก็เอาของเราไปนำเสนอให้ลูกค้าฝั่งนั้น

ละก็มากดราคาในแบบที่เราขายให้ไม่ได้จริงๆ ....

เพราะราคาที่เขาขอเราแทบไม่ได้กำไรเลย

เราก็ต่อรองไปมา ใช้เวลาเกือบ 4 เดือน เพื่อรอคำตอบ...

และสุดท้ายพวกเราเลยยอมยื่นข้อเสนอ

ราคาในตอนแรกที่เขาอยากได้ให้

(ยอมแล้ว เพราะต้องการเงินสดมาใช้)

แต่ผลคือไรรู้มั้ยครับ เขาไม่ได้ซื้อไงง

ละคือที่ผิดพลาดสุดๆคือ ตั้งแต่วันที่ญี่ปุ่นติดต่อมาอาทิตแรกๆ

เราก็คิดเกินไป ว่าขายได้แน่ๆ

(ไม่รอบคอบ เพราะยังไม่ได้มีการทำสัญญาตกลงไรกันเลย)

เราก็เลยรีบสั่งผลิตมาเลย 500 เรือน ซึ่งต้องใช้เงิน 3 แสนอัพ

จ่ายมัดจำ30% เพื่อสั่งผลิต และอีก 70% ตอนของเสร็จ

ซึ่งตอนนั้นอ่ะ เงินในบัญชีร้านมันจะหมดอยู่ล้ะ เหลือน้อยมาก

(สาเหตุมาจากที่ผ่านมาตอนเรียนปี4-5 เราให้เงินเดือนตัวเองและหุ้นส่วน

เอาออกมาใช้ตลอดทั้งที่ไม่ได้ทำงานเต็มที่ ทำให้เงินของร้านมันน้อย

เพราะรายได้มาจากแค่การฝากขายหน้าร้านเฉยๆ ออนไลน์ไม่ได้ขายเลย )

บวกกับเรื่องลงทุนทำออฟฟิศ ที่ควักกระเป๋าจ่ายไปเยอะอยู่

พอมาคุยกับเพื่อน เพื่อนบอกไม่อยากลงเงินเพิ่มและเพราะไม่พร้อม

บู้ม! กลายเป็นเราต้องมาเร่งขายของเก่าๆที่เหลือ

เพื่อเอาเงินสดมาใช้จ่ายของล้อตใหม่แบบเดือนต่อเดือน

ผมทำงานไม่ได้เงินมาใช้ส่วนตัวเลย ให้ร้านหมด

พึ่งมาได้เดือนตุลาหมื่นนึง พฤศจิกาหมื่นห้า มาพอใช้จ่ายในชีวิตบ้าง

และเดือนนี้ พึ่งทำยอดขายมาเคลียค่าของรอบสุดท้ายได้หมด ฮู้ว

และแล้วมันก็จบปี 2018 พอดี...

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเรื่องนี้คือ รอบคอบให้มาก

ที่เขาบอกว่าจะซื้อ แต่ถ้ายังไม่ได้โอนมัดจำอะไรก็เกิดขึ้นได้

แล้วบริษัทที่เปิดมานี่ทำไง??

คือที่ฝันไว้ตอนแรกคือ อยากขยายและมีทีมงานเพิ่ม

แต่มันต้องใช้เงินไง และพอคุยๆกับเพื่อนแล้วกลายเป็น

บ.นี้ จะไม่มีการเพิ่มเงินลงทุนละ ก็เลยต้องทบทวนกันอีกที

และสิ่งที่เป็นจุดอ่อนอีกข้อในปีนี้ก็คือ

ผมเป็นคนที่สกิลการต่อรองกับผู้ใหญ่และคนแปลกหน้า

ห่วยแตกมาก! คือโดนเอาเปรียบได้ง่ายๆมากอ่ะ

เพราะเราไม่รู้จะต่อรองยังไง….พูดก็ไม่มีพลัง

ถ้ามีอะไรมาเสริมจุดอ่อนนี้ได้จะแจ่มว้าวมาก

ส่วนปีหน้า ตั้งใจไว้ว่าจะทำโปรเจคของตัวเองเพิ่มอีกอัน

สนองนี๊ดตัวเอง จะได้ลุยตามสไตล์ตัวเองได้เต็มที่

แล้วก็อยากลองทำงานออฟฟิศดูบ้างจังครับ

ถ้าเป็นงานที่มีกรอบเวลาชัดเจน ไม่แน่นมาก

ทำร่วมกับงานเสริมข้างนอกได้ คงจะดีไม่น้อย

อยากมีหัวหน้าเก่งๆคอยสอนงาน

อยากสัมผัสระบบการทำงานที่แท้จริงว่ามันจะมันส์ขนาดไหน

อยากรู้ว่าเขาหาลูกค้ากันได้ยังไงเยอะๆ

ถ้าใครมีโอกาสเหลือซัก 1 โอ ก็หยิบมาให้กันได้นะครับ

ฝาก Port แบบเนียนๆ

https://chavit.carbonmade.com/

สุดท้ายก็ขอบคุณทุกคนมากๆ ทั้งคุณมะปราง ครอบครัวผม เพื่อนๆกรู้ฟกะโปก
ชาว Paraface Studio และ Second Floor Board Game Cafe
ชาว ARTED และทุกคนที่แวะเวียนมาพบกัน
ผมหวังว่าที่หมอดูทักไว้อีก 4 ปีข้างหน้าจะเป็นจริง...
สวัสดีปีใหม่ 2019 ล่วงหน้าครับ โชคดี!
.
( เสียงจุดพลุดังขึ้น )
..
( พร้อมกับเปิดเพลงนี้ https://youtu.be/5NV6Rdv1a3I )



SHARE
Writer
pondchavit
Ordinary People
Just share something.

Comments