การReflectionคืออะไร?
หลายๆ คนคงเคยผ่านการฝึกงานมา ไม่ว่าจะในระยะสั้นหรือยาว ซึ่งวิทลัยของเราก็มีการให้เด็กไปฝึกงานเหมือนกัน

การฝึกงานของเราเป็นการฝึกงานหนึ่งปีการศึกษาเต็มนั่นก็ประมาณราวๆ สิบเดือน

ที่ฝึกงานของเราจะมีการรีเฟคชั่นทุกๆ สามเดือน เราตีความหมายของการรีเฟคชั่นว่ายังไงกัน?

สำหรับเราการรีเฟคชั่นก็เหมือนกับการนำความรู้หรือประโยชน์ที่ได้ในระหว่างฝึกงานมานำเสนอให้ทุกคนได้รู้ว่าเราไปทำอะไรมาบ้าง ได้ประโยชน์จากตรงนั้นยังไง ซึ่งการรีเฟคชั่นก็เหมือนประเมินผลสิ่งที่เราได้ 

ซึ่งส่วนใหญ่ก็เฟคขึ้นมาซะเยอะ น้อยครั้งและน้อยคนที่จะได้จากตรงนั้นจากการฝึกงานของเรามาเต็มๆ อาจจะด้วยปัจจัยหลายอย่าง เช่น พี่เลี้ยงไม่มีเวลา หรือเรายังมีความพยายามที่จะใฝ่รู้ไม่มากพอ ซึ่งคนอื่นถ้าเขาไม่ใส่ใจเราจริงๆ เขาก็จะไม่ได้มากระตุ้นเอาความรู้มาใส่หัวเรา แน่นอนล่ะก็เขาไม่ใช่พ่อ ไม่่แม่ของเรา

แน่นอนว่าการรีเฟคชั่นต้องมีการคอมเม้นท์ทั้งในส่วนที่เราขาดหายและที่ผู้ฟังอยากรู้ หรือชื่นชมในการพรีเซ้นท์ของเรา แต่.....สำหรับบางคน ที่เข้าใจคำว่ารีเฟคชั่นยังไม่มากพอกลับมาลดคุณค่าในงานของเรา

เราไม่แน่ใจว่าคนๆ นั้นเขาเข้าใจคำว่ารีเฟคชั่นแบบไหนกันแน่ 

การจะทำให้รีเฟคชั่นของเด็กเป็นร้อยๆ คนเสนอไปในทิศทางเดียวกันนั้นเป็นไปได้ยากหากจะให้ใช้ความคิดของตัวเองล้วนๆ เพราะฉะนั้นจึงมีหัวข้อมาแล้วให้เด็กแต่ละคนไปทำแบบเสนอมาเอง

ซึ่งคนที่ดูแลโครงการอยู่ก็ให้คีย์เวิร์ดมาแล้วว่า
ไม่มีแบบเทมเพลทของPowerPointหรือแม้กระทั้งแบบฟอร์มในการนำเสนอ ทำตามใจตัวเองได้เลย เพียงแค่ต้องใส่หัวข้อที่ให้มาในพรีเซนท์ของเราให้ครบ
ซึ่งนั่นแปลว่าเราจะนำเสนองานของเราแบบไหนก็ได้ ตามความคิดสร้างสรรค์ของเราโดยมีหัวข้อที่กำหนด

เด็กนักเรียนที่มาฝึกที่นี่มีมาหลายรุ่นแล้วแต่นั่นไม่ใช่เด็กจากวิทลัยเรา เป็นเด็กจากวิทลัยอื่น และคนละแผนกวิชากันด้วย 

แผนกของเราเพิ่งเข้ามาฝึกที่นี่เป็นที่รุ่นแรกจึงเป็นความแปลกใหม่ของที่นี่ในการรีเฟคชั่น แน่นอนว่าหน้างานของเราไม่เหมือนกัน

เมื่องานพรีเซนต์ของเรามีข้อผิดพลาดเราพร้อมที่จะแก้ไข....

แต่นี่มาคอมเม้นท์งานเราในแบบที่เราเข้าใจคำว่ารีเฟคชั่นกันคนแบบซึ่งเราไม่โอเค และเมื่อเราชี้แจงในสิ่งที่เขาสงสัยไปแล้วแต่เขายังจะแถไปเรื่อยๆ อีก ก็เหนื่อยที่จะพูด

ในความคิดของเขา การรีเฟคชั่นคือการนำสิ่งที่ได้ปฏิบัติจริงมานำเสนอ ใช่ เราเข้าใจในส่วนนี้ตรงกัน แต่เขาจะให้เราทำพรีเซนท์ตามแบบที่เขาคิดไว้ในหัว และมีหัวข้อชัดเจน ซึ่งเราว่าส่วนนี้มันไม่จำเป็น หัวข้อทั้งหมดที่เราได้มาเราสอดแทรกและได้พูดไปหมดเรียบร้อบแล้ว เพียงแต่ว่าในพรีเซนต์เราไม่ได้ขึ้นตัวอักษรเท่านั้นเอง แล้วยังไงอ่ะ? นั่นหมายความว่าเราทำพรีเซนท์มาไม่ดีหรอ....

การมีหัวข้อมาให้ และบรรทัดต่อไปเราก็ตอบขีดเส้นใต้สองเส้น ไม่คิดเหรอว่ามันเหมือนเด็กประถม

การที่จะให้เราทำตามแบบที่คุณคิด แบบที่เป็นบล็อกไปเรื่อยๆ นั่นไม่ได้ทำให้ความคิดของเราต่อยอดไปได้ เหมือนกับการที่คุณสอนให้เด็กนักเรียนสร้างรูปวงกลมด้วยดินสอสีดำเท่านั้น ซึ่งความจริงมันก็สามารถวาดวงกลมได้หลายรูปแบบและเครื่องมือที่ต่างกัน ไม่ใช่แค่ดินสอสีดำที่สร้างรูปวงกลมได้

เหมือนกับการที่คุณสอนให้ลูกคุณออกวิ่งด้วยขาขวาเพราะเป็นขาที่ถนัดที่สุดและจะไปถึงเส้นชัยเป็นคนแรก นั่นแปลว่าเด็กที่เริ่มออกวิ่งด้วยขาซ้ายจะไปถึงเส้นชัยคนสุดท้ายงั้นเหรอ

เลิกจับมือเด็กนักเรียนเขียนหนังสือได้แล้ว เป็นถึงอาจารย์ซะเปล่า....อย่าให้เด็กโตขึ้นมาในกรอบของความสำเร็จกด้วยวิธีเดียวเลย

จิตนาการสำคัญกว่าวิธีคิดนะ แต่ถ้าไม่คิดอะไรเลยคุณว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น...?
SHARE
Writer
umpynxess
Human
Music listener & Good listener

Comments