Neglect of Probability ทำไมคนเราถึงยอมเสียเงินกับหวยอยู่เรื่อยๆ
มีรายงานข่าวออกมาว่าคนไทย 1 ใน 4 หรือประมาณ 20 ล้านคนซื้อหวยปีละ 250,000 ล้านบาทซึ่งคิดเป็น 3 เท่าของมูลค่าการซื้อกองทุน LTF และ RMF ส่งผลให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นรัฐวิสาหกิจที่นำส่งรายได้เข้ารัฐมากที่สุด

แต่ถึงแม้ปริมาณการซื้อจะเยอะแต่โอกาสที่คนซื้อจะถูกรางวัลมีเพียง 1.4168% หรือก็คือแค่ซื้อหวยก็มีโอกาสสูญเงินไปเปล่าๆถึง 98.5832% เลยทีเดียว หวยในมือคุณสามารถกลายเป็นกระดาษไร้ค่าทันทีที่คุณไม่ถูกรางวัล

โอกาสที่จะถูกรางวัลช่างมีน้อยนิด แต่ไม่ใช่อุปสรรคใหญ่โตของคนชอบวัดดวง

แน่นอนว่าไม่ใช่แค่คนไทยเท่านั้นที่ชอบเรื่องนี้ ทุกคนในโลกต่างก็มีแนวโน้มที่จะพนันกับผลตอบแทนที่น่าดึงดูดเพราะงั้นจึงทำให้ธุรกิจ Las Vegas Sands ของ Sheldon Adelson เติบโตและทำให้เขาติดอันดับ 1 ใน 100 คนที่รวยที่สุดในโลก

ทั้งล็อตเตอร์รี่ ไพ่ ไฮโล สล็อตแมชชีน ต่างเป็นการพนันที่คนทั่วไปอย่างเราไม่มีความได้เปรียบ เราอาจจะได้รางวัลบ้างในระยะสั้น แต่ในระยะยาวแล้วยังไงซะเราก็มีโอกาสแพ้สูงกว่า ซึ่งเป็นสิ่งที่คนเล่นก็รู้แต่พวกเขาก็ยังคงเล่นต่อไป

ทำไมถึงเป็นแบบนั้น

เราอาจจะต้องย้อนไปช่วงปี 1972 กันหน่อย 
--"คุณจะโดนช็อตไฟฟ้า"-- 

มีการทดลองที่น่าสนใจในปี 1972 ผู้เข้าร่วมทดลองถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ทั้งสองกลุ่มได้รับแจ้งว่าจะถูกช็อตด้วยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ โดยกลุ่ม A ได้รับแจ้งวา่พวกเขาจะถูกช็อต 1 ครั้ง ส่วนกลุ่ม B ได้รับแจ้งว่าพวกเขามีโอกาสถูกช็อต 50%

ก่อนเริ่มการทดลอง นักวิจัยได้วัดระดับความเครียดของผู้เข้าร่วมทั้งสองกลุ่มและพบว่า ทั้งสองกลุ่มมีระดับความเครียดที่เท่ากัน แต่ที่น่าสนใจคือหลังจากนั้นนักวิจัยก็ค่อยๆลดความเป็นไปได้ที่จะถูกช็อตของกลุ่ม B จาก 50% เป็น 20% แล้วก็ 10% แล้วก็ 5% ตามลำดับ

ปรากฎว่าระดับความเครียดของทั้งสองกลุ่มก็ยังเท่ากันอยู่ดี !

แต่เมื่อนักวิจัยแจ้งว่าจะเพิ่มความแรงของกระแสไฟฟ้า ระดับความเครียดของทั้งสองกลุ่มก็เพิ่มขึ้นและเพิ่มในระดับที่เท่ากันอีกต่างหาก นั่นหมายความว่าคนเราตอบสนองต่อความรุนแรง (ขนาดของรางวัลหรือความแรงของกระแสไฟฟ้า) แต่ไม่ตอบสนองต่อความเป็นไปได้  

พูดง่ายๆคือ คนเรามองข้ามความเป็นไปได้โดยไม่รู้ตัว ศัพท์ในทางจิตวิทยาเรียกว่า Neglect of Probability  

กลับมาที่เรื่องหวย ถึงแม้ว่าโอกาสถูกหวยรางวัลที่ 1 จะมีแค่ 1% แต่คนที่เล่นก็ไม่ได้มองที่จุดนั้น พวกเขามองที่ผลตอบแทนที่พวกเขาจะได้รับต่างหาก ถ้าผลตอบแทนมันสูงจนน่าลองเสี่ยง ผู้กล้าทั้งหลายก็พร้อมที่จะลงสนามอยู่แล้ว 
อย่างไรก็ตามแต่ละครั้งที่คุณถูกรางวัลก็อย่าเพิ่งดีใจไป ถ้าคุณเป็นคนที่ซื้อหวยสม่ำเสมอ ลองเตือนสติตัวคุณเองด้วยการนับเงินที่คุณซื้อหวยมาทั้งหมดแล้วเอาไปหักออกจากเงินรางวัลที่คุณได้ สมมติว่าคุณถูกรางวัล 10,000 บาท แต่ตั้งแต่กลางปียันท้ายปี คุณซื้อหวยไปแล้ว 30,000 บาท แสดงว่าตอนนี้คุณยังขาดทุนจากการเล่นหวย

ยิ่งคุณซื้อมาก ต้นทุนในการลุ้นหวยก็ยิ่งสูง และผลตอบแทนที่แท้จริงก็จะลดลงตามส่วน ถ้าสมมติว่ารัฐบาลเปลี่ยนไปให้เพิ่มราคาหวยล่ะ จากใบละ 80 บาทเป็นใบละ 200 บาท แน่นอนว่าต้นทุนสูงขึ้นเป็นเท่าตัว แต่มันจะมีผลให้คนเล่นหวยน้อยลงรึเปล่า
--หวยออกก่อนวันคริสมาสต์--
 
ประเทศสเปนมีล็อตเตอรี่ที่เรียกว่า Spanish Christmas Lottery ซึ่งจะออกในช่วงวันที่ 22 ธันวาคมของทุกๆปี โดยมีมาตั้งแต่ปี 1812 มันจึงขึ้นชื่อว่าเป็นล็อตเตอรี่ที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก

มันก็เหมือนกับล็อตเตอรี่ทั่วไปที่มีผลตอบแทนที่น่าดึงดูดและมันก็ถูกขายให้กับทุกคน แต่ปรากฎว่ารัฐบาลถูกวิพากย์วิจารณ์เรื่องล็อตเตอรี่ว่าพวกเขาฉวยโอกาสจากความอยากได้อยากมีของคนจน ดังนั้นรัฐบาลสเปนจึงตัดสินใจเพิ่มราคาล็อตเตอรี่เพื่อให้มีเพียงคนรวยเท่านั้นที่มีสิทธิซื้อหวยได้

อย่างไรก็ตาม ชาวสเปนก็มีพฤติกรรมมองข้ามความเป็นไปได้โดยไม่รู้ตัวเหมือนกับคนไทยที่ติดหวย ต่อให้โอกาสถูกรางวัลจะน้อยกว่า 1% ก็ตาม พวกเขาก็ไม่สนและมองแต่ผลตอบแทนเท่านั้นและการขัดขวางของรัฐบาลก็ไม่สามารถหยุดความทะเยอทะยานของชาวบ้านในการพาตนเองเข้าไปมีส่วนร่วมกับผลตอบแทนนั้นได้ 

ในเมื่อรัฐบาลขึ้นราคาล็อตเตอรี่ ประชาชนชาวสเปนผู้เสพติดจึงใช้วิธีตั้งกลุ่มและรวมเงินกันมาซื้อ นอกจากจะไม่สามารถขัดขวางคนจนไม่ให้เข้ามาเล่นได้แล้ว มาตรการนี้ยังทำให้คนเล่นล็อตเตอรี่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมซะอีก

ประชาชนจะตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อซื้อล็อตเตอรี่มาแล้วแบ่งให้แก่กันเป็นสัดส่วนเหมือนหุ้น ใครซื้อมากก็ได้สัดส่วนมากและมีโอกาสได้ผลตอบแทนตามสัดส่วนที่ตนมี  

วิธีนี้ถือว่าสร้างความเสมอภาคให้ทั้งคนรวยและคนจน นอกจากนี้ยังทำให้บางกลุ่มสามารถระดมเงินเพื่อมาบริหารกลุ่มของตนได้ อย่างเช่นสมาคมแม่บ้าน Sodeto
 
ในปี 2011 สมาคมแม่บ้าน Sodeto ได้ซื้อล็อตเตอรี่หมายเลข  #58268 ในราคาใบละ 26 ดอลล่าร์แต่แบ่งขายเป็นสัดส่วนให้กับชาวบ้านในราคาคนละ 6.50 ดอลล่าร์

สมาคมแบ่งเงินที่ได้เป็นสองส่วนคือ 5 ดอลล่าร์สำหรับค่าล็อตเตอรี่และส่วนที่เหลือจะกลายเป็นเงินบริจาคให้กับสมาคมเพื่อนำมาซื้ออาหารและเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงานเทศกาลของเมือง

พวกเขาทำแบบนี้ในทุกๆปี และปีนี้โชคเข้าข้างพวกเขา รางวัลที่หนึ่งออกหมายเลข #58268 ทำให้สมาคมได้รับเงินรางวัล 950 ล้านดอลล่าร์ซึ่งถือว่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีมา นอกจากนั้นชาวบ้านที่มีสัดส่วนอยู่ในล็อตเตอรี่ได้รับผลตอบแทนไปคนละ 130,000 ดอลล่าร์
เรื่องราวของสมาคมแม่บ้าน Sodeto และชาวบ้านอาจจะเป็นเรื่องของคนโชคดี แต่ก็ต้องไม่ลืมว่ามีอีกหลายกลุ่มที่ไม่มีโชคดีๆวิ่งเข้ามาหาและต้องสูญเงินเปล่าๆไปทุกปี

นอกจากนี้มันยังทำให้รู้ว่าการเพิ่มต้นทุนในการเผชิญความเสี่ยงไม่อาจหยุดยั้งการไล่ล่าผลตอบแทนได้เลย ถ้าผลตอบแทนยังสูงอยู่ ยังไงคนเราก็จะมองข้ามความเป็นไปได้และจ้องอยู่แต่ผลตอบแทนเท่านั้น  

ถ้าจู่ๆรัฐบาลอยากที่จะลดจำนวนคนเล่นล็อตเตอรี่ขึ้นมา วิธีที่น่าจะได้ผลก็คงเป็นลดผลตอบแทนลงไม่ให้น่าดึงดูด 

ถ้ารางวัลที่หนึ่งมีโอกาสถูก 1% แต่มีมูลค่าเพียง 5,000 บาท คนอยากเล่นก็คงน้อยลงไปเยอะ

ข้อมูลอ้างอิง : หนังสือ The Art of Thinking Clearly 
https://en.wikipedia.org/wiki/Neglect_of_probability
https://www.nytimes.com/2012/02/01/world/europe/tiny-village-of-sodeto-wins-big-in-spains-lottery.html
https://econlife.com/2017/09/lottery-ticket-spending/
SHARE
Writer
Stikpost
Readaholic / INFJ
กอบโกยความรู้ให้มากแล้วแบ่งใหักับผู้อื่น

Comments

kxrmxcxlls
5 months ago
แด่ฉัน ผู้ไม่เคยถูกหวย และไม่เคยจะเข้าใกล้เลขรางวัลเลยแม้แต่น้อย
Reply