หนังสือ/เมืองเล็ก/ความรัก
#หนังสือเมืองเล็กความรัก #นวนิยายแปลสวีเดน #KatarinaBivald #สำนักพิมพ์กำมะหยี่
 
ถึงคุณ
.
แทนที่จะอ่านเองแล้วเล่าให้ฉันฟัง คุณกลับส่งหนังสือเล่มนี้มาให้ฉันเสียนี่!!!

คุณยิ้มและฉันเองก็ยิ้มด้วย ยิ้มกว้างมากกว่าเชื่อรึเปล่า ฉันแกล้งโวยประชดคุณไปงั้นแหละคุณรู้ดี จะมีอะไรทำให้ฉันมีความสุขได้มากเท่าการที่ใครสักคนส่งหนังสือมาให้ได้อีกเล่าจริงมั้ย ฉันค่อนไปทางดีใจจนโอเว่อร์เสียมากกว่า นั่นล่ะฉันคนนี้
 
ยังมีหน้ามาแปะโพสอิทด้วยอีกเนอะ

“คนเราต้องมีความเป็นนักฝันสักหน่อยจึงจะอ่านหนังสือได้สนุก” (น.๔๖)

โธ่เอ้ย...คุณทำฉันหัวเราะ 
อย่างกับฉันไม่รู้งั้นแหละ ขอเถอะอย่าได้ย้ำกับฉันด้วยประโยคนี้ พลีสสส อย่างฉันน่ะช่างมโนเพ้อคลั่งได้มากกว่านั้นอีกหลายเท่าตัวทีเดียว ขอบอกให้ทราบ ฉันเห็นตัวฉันนั่งอยู่ในบ้านหลังที่สามนั่นแล้ว และฉันเตรียมตัวเดินทางไปพร้อมกับซาร่าในทันทีที่หนังสือตัวแรกปะทะสายตา
 
ชื่อหนังสือทำให้ฉันลอยไกลคิดถึงจังหวัดของฉัน อย่าเพิ่งขัดล่ะ ถึงยังไงบางส่วนของชีวิตฉันยังคงมีอยู่ที่นั่น ระยะสองสามเดือนมานี่ฉันเดินทางกลับไปกลับมาตั้งหลายรอบ เมืองของเราเป็นเมืองเล็กของจังหวัดที่เล็กด้วยเหมือนกัน แค่คุณขับรถไปตามเส้นทางหลักตรงไปข้างหน้าเรื่อยๆ ไม่ต้องเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา แค่นั้นคุณก็จะเจอ

เมืองที่ไม่มีห้างสรรพสินค้า เมืองที่ไม่มีโรงหนัง เมืองที่ครั้งหนึ่งเคยมีโรงแรมที่รู้จักกันในชื่อ “วังใหม่” เมืองที่มีหมอฟันคู่เมืองชื่อ “คุณหมอสมศักดิ์ หลีกภัย” เมืองที่เคยมีซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งเดียวชื่อว่า “ตงโห” เมืองที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีร้านหนังสือมาก่อน
 
แล้ววันหนึ่งร้านหนังสือชื่อ “ต้นไม้” โผล่มา ฉันเจอโดยบังเอิญในวันที่เข้าไปทำธุระในเมือง ฉันตื่นเต้นเสียยกใหญ่ ร้านไม่ใหญ่โตซุกตัวอยู่เงียบเชียบริมทางระหว่างโรงแรมวังใหม่กับจวนผู้ว่า ทางเดินเป็นช่องเล็กแคบ ด้วยความดีใจออกนอกใบหน้าอย่างกับว่าเป็นร้านหนังสือของตัวเอง ฉันจะไม่คุยกับเจ้าของร้านได้อย่างไร
 
ได้ความว่าเปิดมาสองสามเดือนแล้วก่อนฉันเจอ จำได้ว่าหนังสือเล่มแรกที่ฉันซื้อจากร้านต้นไม้ชื่อเรื่อง “โจนาธาน เจ็บบ็อค ปาฏิหาริย์ไม้เท้าฮาเชเวท” เล่ม๑-๒ หลังจากนั้นการเข้าเมืองของฉันจึงมีความหมายมากกว่าปกติทั่วไปหลายเท่า
 
นั่นมันเมืองเล็กในอดีต ส่วนตอนนี้เหรอมีโน้นนั่นเพิ่มขึ้นมา เช่นว่าซุปเปอร์สโตว์ที่มีตัวซีอยู่ในเมือง ออกมาหน่อยเป็นตัวเอ็ม ออกมากว่านั้นอีกเป็นตัวแอลและก่อนฉันย้ายออกมาในปีเดียวกันมีโรงหนังในแอล มีร้านหนังสือในซีกับแอล
 
มีร้านหนังสือในเมืองเพิ่มขึ้นสองสามร้าน ก่อนร้านหนังสือคุณนักเขียนที่ชื่อ “ความกดอากาศต่ำ” จะเข้ามาเป็นสมาชิกเมือง มีโรงแรมมากกว่าหนึ่งแห่ง และชื่อโรงแรมวังใหม่ในอดีตก็เปลี่ยนไปแล้วหลายครั้ง แต่ผู้คนมักเรียกติดปากด้วยชื่อเดิม มีคลินิกหมอฟันทันสมัยเพิ่มขึ้นมาหลายร้าน ขณะคุณหมอฟันคู่เมืองยังคงเป็นที่รู้จักของชาวบ้าน
 
มีหอนาฬิกาเป็นหอไม่สูง พอเหมาะสมกับเมืองเล็ก มีสะพานโค้งพาดลำคลองริมตลาดสดที่กำลังก่อ ตอนนี้คงสร้างเสร็จไปแล้ว ตอนย่ำรุ่งกับตอนเย็นจะได้ยินเสียงการทำพิธีทางศาสนาเพราะมัสยิดอยู่กลางเมือง นี่แหละเมืองเล็กที่ฉันคิดถึง
 
ส่วนบ้านของฉันเหรอ ก่อนเข้าถึงเมืองสามสิบกก. ไม่มีร้านหนังสือ ไม่มีผู้คนอ่านหนังสือ นอกจากบ้านของฉันที่ประหลาดกว่าบ้านอื่น มีหนังสือเต็มบ้านตามแต่รสนิยมของใครของมัน มีคำถามว่าอ่านทำไมนักหนา หนังสือเรียนเหรอ? เปล่าหนังสือไม่เรียน มีคำถามที่เราเพียงแต่ยิ้มด้วยไม่รู้จะตอบให้เข้าใจด้วยคำไหนอีกหลายคำถาม
 
ไม่มีใครสนใจอ่านหนังสือ ยังมีผู้คนที่อ่านหนังสือไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านแถวนั้นทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และการชักชวนให้อ่านหนังสือเป็นเรื่องฝันเฟื่องเกินไปในความจริง ความสนใจของคนเรามีแตกต่างกันพอจะเข้าใจ แต่ส่วนลึกของคนที่รักการอ่านหนังสือคืออยากให้คนรอบข้างอ่านด้วย
 
จึงไม่แปลกที่ฉันจะทำตัวเฉกเช่นเผยแพร่ลัทธิที่ชื่อว่า “ลัทธิการอ่าน” หรือ “ลัทธิหนอน” ชื่อไหนดูดีกว่ากันน้า คุณช่วยเลือกหน่อยสิ หรือทริปการเดินทางเข้าป่าอักษรก็ฟังดูเข้าท่าเหมือนกันว่ามั้ย เอาแล้วไงความฝันของฉันไปไกลอีกแล้วเห็นมั้ย ถึงว่าไม่ต้องย้ำกับฉันเรื่องความฝัน
 
คุณรู้จักต้นต้อยติ่งหรือเปล่าที่เมล็ดมันเอามาแช่น้ำแล้วแตกน่ะ หนังสือเมืองเล็กความรักให้ความรู้สึกแบบเดียวกับตอนเราเอาเมล็ดต้อยติ่งมาอมไว้ในปากนั่นล่ะ รอสักพักมันแตกเปรี๊ยะในปากเรานี่ ฉันเป็นแบบนั้นล่ะตอนอ่าน ยิ้มไปด้วยก็มันอิ่มหัวใจนี่นา ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่รักการอ่านหนังสือได้อย่างกับสิงร่าง อย่างว่าฉันคือซ่าร่า หรือบางทีฉันคือเอมี่ ในเรื่องนี้เปี้ยบ ฉันรักหนังสือเล่มนี้จังรู้มั้ย
 
หรือว่าความคิดฝันของคนชอบอ่านจะเป็นแบบเดียวกันทั้งโลกโดยสันดานก็ไม่รู้ล่ะ ประเภทว่า

@ฉันรักหนังสือปกอ่อน
@ฉันชอบสูดดมกลิ่นของกระดาษและหมึกพิมพ์
@หนังสือทำให้ฉันหัวเราะ ฉันยิ้ม หรือร้องไห้ได้
@หนังสือที่ผ่านการอ่านมาแล้วทำให้หนังสือมีชีวิต
@หนังสือที่ยังไม่ได้อ่านเปรียบเหมือนคนที่เรายังไม่รู้จัก เรื่องราวต่างรอคอยที่จะทำความรู้จักกับเราอยู่เสมอ
@หนังสือทุกเล่มมีความหมายและคุณค่าในตัวเอง
@มีหนังสือที่เหมาะกับคนทุกคนเสมอ
@ฉันอยากให้คุณอ่านหนังสือเล่มนี้จัง หนังสือเล่มนี้เหมาะกับคุณ
@และหนังสือจะเปลี่ยนแปลงโลก

อะไรประมาณเนี้ย
 
เรื่องการเดินทางของซาร่ามันก็คือคิดฝันของคนอ่านหนังสือ การเดินทางพบเพื่อนใหม่ เมืองเล็กที่กำลังจะตายและชาวเมืองใจดีน่ารักเกินบรรยาย แม้ทุกคนจะมีเรื่องความขัดแย้งภายในใจที่ตัวเองต้องเผชิญ หนังสือของเอมี่ที่ยังคงอยู่แม้เจ้าของจะเสียชีวิตไปแล้ว และซาร่าเปลี่ยนเมืองเล็กด้วยร้านหนังสือ ที่น่าหมั่นไส้คือเจ้าหล่อนพบรักกับหนุ่มหล่อด้วยนี่สิ ทั้งที่ในเรื่องบอกว่าเจ้าหล่อนไม่สวยนะ แต่เสน่ห์ของเจ้าหล่อนคงอยู่ที่การอ่านหนังสือ
 
เรื่องราวอิ่มอุ่นละมุนละไมไปหมดเห๊อะ หนังครอบครัวดิสนีย์อ่ะถ้าคุณเคยดูพอนึกภาพออกใช่มั้ย มีความขัดแย้งแต่พองาม มีมิตรภาพความเข้าอกเข้าใจช่วยเหลือกันกันในเวลาต่อมา ทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองนี้ดูงดงามไปหมด และก็จบแบบสุขนิรันด์ ซาร่าซึ่งไม่เคยรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของที่ไหนเลยกลับพบว่าเธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของเมืองนี้ นั่นล่ะที่มีความหมายสุดๆ
 
แม้ในความเป็นจริงเราจะหาชาวเมืองแสนน่ารักอย่างโบรกเคนวีลไม่เจอ เราจะทำให้คนที่ไม่อ่านหนังสือหันมาอ่านหนังสือช่างยากเย็น เมื่อมีสิ่งอื่นอีกมากมายที่น่าสนใจมากกว่าการหลบหน้าตาไว้ภายใต้หนังสือเป็นไหนๆแต่ฉันยังคงทำตัวเป็นผู้เผยแพร่ลัทธิการอ่านต่อไปในแบบของฉันนี่ล่ะ
 
กระซิบ
“ได้กลิ่นหรือเปล่า กลิ่นหนังสือใหม่ การผจญภัยที่ยังไม่มีใครอ่าน เพื่อนที่เรายังไม่ได้พบ และช่วงเวลามหัศจรรย์ที่รอเราอยู่” (น.๓๒๓)
 
แล้วระหว่างคนกับหนังสือล่ะ คุณว่าอย่างไหนสำคัญกว่ากัน?

๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๑
 


SHARE
Written in this book
เล่มนี้ที่ฉันอ่าน
บันทึกเป็นเรื่องราวบอกเล่าผ่านหนังสือ
Writer
Takaing_Doa
Reader and Writer
เพราะอ่านฉันจึงเขียน

Comments