สิ่งที่เหนือกว่า
บัดนี้อาณาจักรของผมกำลังพบผู้รุกราน มันสูงเสียดฟ้า เรี่ยวแรงดุจมหาคชสารร้าย เราพยายามที่จะช่วงชิงพื้นที่ แหล่งหากินของเรากลับคืนมา แต่เหล่าผู้หาญกล้าที่เป็นแนวหน้า น้อยคนนักที่จะหวนคืน และก็ไม่มีผู้ใดคิดหาญต่อกรกับพญามัจจุราชนั้นอีกเลย

ที่มา

ตระกูลของผมอยู่ที่นี่มาชั่วนาตาปี เหล่าพ่ีน้องของผมก็เช่นกัน พวกเราต่างเกิดจากแม่เดียวกัน อาณาจักรเดียวกัน ร่วมล่าและหาอาหารร่วมกัน แม้จะมีการแบ่งระบบวรรณะ แต่ทุกคนก็ยินดีที่จะทำเพื่อดำรงเผ่าพันธ์ของเราต่อไป แต่บัดนี้ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงไปแล้ว กองลาดตระเวณที่ 1 พบอสูรกายนั้นตั้งแต่ราว 3-4 เดือนก่อน ที่แหล่งอาหารที่เราพบโดยบังเอิญ มันใช้ลมหายใจที่เกรี้ยวกราด ปัดเป่ากองลาดตระเวณเสียจนกระเจิง ก่อนบี้เหล่ากองลาดตระเวณดุจสิ่งไร้ค่าและไร้ชีวิต

เราแทบไม่กล้ากลับไปยังแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์นั้นอีกเลย นานเเสนนาน เราเสาะหาแหล่งอาหารใหม่ที่ทั้งมืดและชื้น แม้เสี่ยงอันตรายจากเหล่าศัตรูของเรา แต่อย่างน้อยก็คงดีกว่าที่จะพานพบกับอสูรกายนั่น แต่แล้วสันติสุขมักเป็นของเเสลงกับวันเวลา เป็นครั้งแรกที่ราชินีทรงต้องการอาหารอย่างยิ่งยวด เผ่าพันธ์ของผมเริ่มร่อยหรอในปริมาณทางสังคม อาหาร หมดเวลาเเล้วที่เราจะถอย เราหลังพิงฝาแล้ว และเราต้องการแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์นั้นกลับมา

สู้

"หมดเวลาถอยแล้ว" เราคำรามกันลั่นหน้าปะรำที่องค์ราชินีใช้พบปะกับเรา 
"มันเอาอาหารของเราไป มันเอาชีวิตของเราไป มันเอาเพื่อน พี่น้องของเราไป แล้วเราจะไม่ยอมอีก" แม่ทัพใหญ่กล่าวปลุกใจบนเวทีใต้ปะรำ 
"เราไม่ยอมๆๆๆ" ทุกคนต่างคำรามลั่น รวมทั้งผมด้วย เวลานั้นผมพูดตามตรง ชีวิตไม่เป็นของผมอีกแล้ว ต่อให้มันมอดไหม้ในบัดดล ผมเองก็พร้อมที่จะผลาญมันไปเพื่อความอยู่รอด ไม่ใช่เพื่อผมเท่านั้น แต่หมายถึงทั้งอาณาจักร!!!
"เราจะชนะจริงๆหรือ นั่นไม่เท่ากับการเอาไข่ไปกระเเทกหินหรือ?" ใครผู้หนึ่งเอ่ย "เราดำรงเผ่าพันธ์ุ กับอสูรกายแบบต่างคนต่างอยู่ไม่ได้หรือ?" 
ผมจำได้ดีว่ามาเมื่อสิ้นคำเขาเราต่างกรูเข้าไป ยกร่างเขาขึ้นจับเขาโยนลงกับพื้น จับเขาลากขึ้นบนเวที ผู้คนต่างประณามเขาถึงความอ่อนแอและขี้ขลาด บางคนถุยน้ำลายและขว้างปาสิ่งของไปยังเขา แน่นอนมีคนเห็นด้วยกับเขา แต่คนเหล่านั้นก็ถูกคนที่อยู่บริเวณประรำลากขึ้นบนเวทีสาธยายความอ่อนและความขลาดเขลา ก่อนจะรุมด่าทอและว้างปาสิ่งของใส่

เราฮึกเหิม!!!!!!!!! เราจะชิงแหล่งอาหารกลับมา และฆ่าเจ้าอสูรกายนั่น!!!!!!!!! 


ผมจำได้ดีว่าเรารีบไปยังแหล่งอาหารและขนมันกลับมาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เหล่าทีมสำรวจที่เก่งที่สุด นักรบที่เก่งฉกาจที่สุดต่างถูกเกณฑ์ เข้าร่วมการขนอาหารครั้งใหญ่นี้ เราขนกันจนลืมเวลาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของราชินีที่ดุจดังพระเจ้าของพวกเรา

แล้วมันก็มา!!!!!!!  อสูรกายนั่นยืนตระงานเสียดฟ้า ผมไม่อาจบรรยายถึงความน่ากลัวน่าขยะแขยงของมันได้ เพื่อนหลายคนของผมอาเจียน หลายคนใจเตลิดไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แล้วความตายก็เดินมาหาเราอย่างแช่มช้า ผมจำไม่ได้เสียด้วยซ้ำว่าพายุที่เกิดจากอสูรกายนั่นรุนแรงเท่าใด ผมปลิวไปตามแรงลม และเห็นพี่น้องของผมบี้แบน เหล่านักรบฉกาจที่ฉีกร่างคู่ต่อสู้จนขาดวิ่นโดยตัวคนเดียวเปรียบดั่งธุลีที่กระทบขุนเขา แม้นักรบจะถาโถมเข้าไปหลายร้อยหลายพัน ก็ไม่อาจทำอันตรายใดๆ ต่อมันได้เลย แล้วผมก็ตกลงยังพื้นก่อนสิ้นสติสมประดีไป

สิ้นสุด


ผมกลับมาที่อาณาจักร พร้อมกับร่างกายที่อิดโรย และไม่สมประกอบ นักรบที่ออกไปมีรอดกลับมาไม่ถึงครึ่ง บ้างสูญหาย และไร้ซึ่งศพมาทำพิธีตามความเชื่อ ราชินีเองก็กลับเข้าไปยังปราสาท ไม่มีใครเห็นพระองค์อีก เราต่างใช้ชีวิตกันอย่างไร้หัวจิตหัวใจ กองลาดตระเวณที่ออกไปหาอาหารเป็นหน้าใหม่และประสบกับความสูญเสียอยู่เนืองๆ ราชินีเองก็คล้ายดุจไร้ซึ่งชีวิต นางไม่เคยออกมาพบปะกับเราอีก วันหนึ่งขณะที่พวกเรากำลังซ่อมแซมอาณาจักร ความตายอันเป็นสัจธรรมก็มาเยือนเรา แต่คราวนี้ไม่ใช่แค่ใครผู้ใด แต่หมายถึงเรา ผมจำได้เพียงมันเป็นกลุ่มลมและควันสีขาว ทะลักเข้ามายังอาณาจักรของเรา เราต่างวิ่งกันอย่างสุดชีวิตเพื่อหนี ชีวิตของทุกคนที่สัมผัสพากันปลิดปลิวดุจใบไม้ร่วง ผมหวาดกลัวสุดชีวิต แต่มัจจุราชปฏิบัติแก่เราอย่างเท่าเทียม ผมไม่รอดแล้ว ไม่นานหลังจากลมร้ายพัดผ่าน ลมหายใจสุดท้ายของผมก็ขาดห้วง

สิ่งที่่หนือกว่า

ผมรู้สึกรำคาญกับมดที่มาคอยกวนใจบ้านของเรามากเลย วันก่อนมันขึ้นกับข้าวของแม่ที่อยู่ที่ครัว ผมเป่ามัน พร้อมบี้มันตายไปหลายตัว 

แล้วมันก็ขึ้นน้ำตาลในครัวอีกรอบ ผมโมโหมาก คราวนี้มันไต่ขึ้นตัวผม กัดที่แขนจนผมเป็นตุ่มคันหลายตุ่ม แต่ผมจำได้ว่าเอามือบี้มันตายไปเป็นร้อย รวมทั้งเอาขาเหยียบมันตายไปอีกเป็นปื้น เศษซากของมันเกลื่อนครัวเต็มไปหมด

แล้ววันนี้ พี่สาวของผมก็พบรังของมันแล้ว อยู่หลังตู้กับข้าวนี่เองแต่คราวนี้ ผมไม่อยากจะบี้มันอีกแล้ว ผมเพิ่งซื้อยาฆ่าแมลงมาหนึ่งกระป๋อง และครัวผมจะปราศจากมดอีกต่อไป

บันทึกตอนท้าย
ฉันเขียน โดยมีจุดประสงค์ในการตั้งคำถามว่า เราเลิศเลอในสายตาเผ่าพันธ์ุอื่นๆ จริงหรือ และถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ อยากให้จินตนาการว่าเราคือมดตัวหนึ่ง



SHARE
Written in this book
ในความเป็นคน
เพราะคนเป็นคน ที่หลากหลายในความคิด หลากหลายจิตใจ เราจึงซับซ้อนอย่างที่ไม่มีใครเข้าใจถ่องแท้ แม้กระทั่งตัวของเราเอง

Comments