ทำไมคนที่มีหัวใจถึงกลายเป็นคนด้านชาได้
เราเป็นเด็กปีสองคนนึงที่ผ่านเรื่องราวความรักมาพอสมควร
เราเคยเป็นคนที่รู้สึกเหมือนคนทั่วไปนะ เซนซิทีฟด้วยซ้ำ
แต่สองสามปีมานี้ เราไม่ค่อยจะรู้สึกกับใครเท่าไหร่
รู้สึกในแบบ ชอบหว่ะ รักหว่ะ คนนี้แหละใช่เลย หัวใจเต้นแรง
อาจจะมีบ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่มากพอที่จะให้เรารู้สึกจริงๆ
แต่เรากลับมีความรู้สึกที่ค้างคาอยู่ มันอยู่แบบนั้นมาสองสามปีแล้ว
รัก เกลียด และเสียใจ คือสิ่งที่เรารู้สึกมาตลอดเวลาที่ผ่านมา
นี่คือสิ่งที่ทำให้เราเป็นแบบนี้ในตอนนี้ ประสบการณ์ต่างๆจากเราเอง
ปล.หาน้ำหรือขนมมากินไประหว่างอ่านก็ได้ เพลินไปๆ

ในตอนที่เรายังมีความรู้สึกอยู่
ย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยม.ปลาย เราเป็นเด็กม.ปลายคนนึง
ที่เรียนอยู่โรงเรียนชายล้วนชื่อดัง ซึ่งยอดไลค์เราก็พอมีอยู่บ้าง
ก็พอจะมีคนสนใจเราอยู่ แต่เรากลับไม่เคยมีแฟนมาก่อน
ถ้าถามว่าทำไม คำตอบอาจจะเป็นเพราะว่า เราไม่ได้ชอบผู้หญิง
ใช่ เราเป็นเกย์ และก็แทบจะไม่มีคนในโรงเรียนมาสนใจเราเลย
(เราคงจะจำไม่ได้ว่าเรื่องไหนเกิดก่อนหลังต้องขอโทษไว้ก่อนล่วงหน้า)
เราเคยคุยกับรุ่นพี่คนนึง เขาเป็นคนเข้ามา ทักมาคุย
เราก็ดีใจว่ามีคนสนใจเราซักที เราก็คุยกันหลายวันอยู่
แล้วโทรศัพท์เราดันมาเสีย จนต้องเอาไปซ่อม
พอใช้ได้ก็รีบทักไปหาเขาเลย แต่คำตอบของเขามันน่าตกใจมาก
เขานัดเจอเรา บอกว่ามีเรื่องอยากจะเคลียร์
เราก็บอกเขาแล้วว่าเราโทรศัพท์เสีย ซึ่งก็ไม่มีผลอะไร
เขาอยากจะเคลียร์อะไร เราทำอะไรผิด นั่นคือสิ่งที่เราคิด
แล้วเวลานั้นก็มาถึง ขณะนั้นเรากำลังซ้อมสำหรับโชว์ในงานโรงเรียนอยู่
เขาเดินมาบอกให้เราตามเขาไป มีเรื่องจะคุยด้วย
แล้วเขาก็เดินนำขึ้นตึกไป ใจเราก็เสียแล้ว
จะเกิดอะไรขึ้นวะ เขาโกรธเรารึเปล่า แย่แน่ๆ
แต่อีกใจก็คิดว่าเขาจะทำอะไรเรารึเปล่า
เพราะตอนนั้นเป็นตอนเย็นแล้ว คงไม่มีใครอยู่บนตึก
แล้วเราก็ได้ยินเรื่องคนมีอะไรกันในโรงเรียนมาด้วย
(มันเป็นแค่เรื่องเล่า ไม่ได้จะบอกว่าจริงหรือไม่จริง)
เขาหยุดที่ชั้นสามแต่ไม่ได้เข้าไปในห้อง เขาให้เรานั่ง
ซึ่งเราก็นั่ง แต่เขาไม่ได้นั่งด้วย เขายืนอยู่แบบนั้น
นิ่งเงียบ ไม่พูดอะไรทั้งสิ้น เราก็ไม่กล้ามองหน้าเขา
มันอึดอัดมากจนสุดท้าย เราต้องพูดออกไป
ถามว่ามีอะไร คำตอบที่ได้กลับมาคืออยากคุยด้วยเฉยๆ
แต่ด้วยความอึดอัด พูดไปพูดมา เราก็บอกไปว่าเราชอบเขา
คำตอบที่ได้ มันเหมือนมีฟ้าผ่าลงมาตรงหน้า
หน้าของเราชาไปหมด ทำอะไรไม่ถูก
สิ่งที่เขาบอกคือเขาไม่ได้ชอบเรา
เราบังคับใครให้มาชอบเราไม่ได้หรอกนะ
พี่ก็ยังเป็นพี่คนเดิมของเรานั่นแหละ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะทักไปนะ
เรารู้สึกเสียใจมาก คิดในใจว่า แล้วมึงจะมาคุยกับกูทำไม
เราอาจจะไม่เข้าใจโลกด้วยเพราะความที่ยังประสบการณ์น้อย
หลังจากนั้น เขาก็แทบจะไม่เคยติดต่อกลับมาเลย
เขาจะเข้ามาคุยกับเราก็ต่อเมื่อมีผลประโยชน์ก็เท่านั้น
รู้จักคนนี้มั๊ย ทำอันนี้ให้หน่อย ต่างๆนานา
จนมาถึงจุดนึงที่เราทนไม่ไหวอีกต่อไป
เรากำลังนั่งทำเพลทอยู่ที่สนามบาสเกตบอล
เขาเดินมาหาเรา ใช้เท้าเขี่ยหัวเข่าเราแล้วถามว่ารู้จักคนนั้นมั๊ย
เราบอกเขาเลยว่าเราไม่โอเคมากๆ
หลังจากนั้นเขาก็ไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย
เราก็เกลียดเขาตั้งแต่นั้นมา


หลังจากนั้น ก็มีศิษย์เก่าเข้ามาคุยด้วย
คุยกันไม่ถึงวันเขาก็ขอเราเป็นแฟนแล้ว
ตอนนั้นเราตกใจมาก ก็ปฏิเสธไป แต่ก็ยังคุยกันต่อ
ตอนนั้นเราคิดว่า นี่คงเป็นวิธีการแบบของคนที่โตแล้วเขาทำกัน
เขานัดเราไปดูหนัง ซึ่งเราก็โอเค ดูหนังก็ดี ไม่เสียหายอะไร
อีกอย่าง เราก็แทบไม่เคยเข้าโรงหนังเลยด้วย เราก็ไป
ด้วยความที่เราก็ไม่ได้รู้ทางเท่าไหร่ ทำให้เราหลงทางเล็กน้อย
เปลี่ยนขบวนบีทีเอสผิด กว่าจะไปถึงเซ็นจูรี่ได้
เขาเลี้ยงเราอย่างดีเลยนะ ที่นั่งแพงที่สุด
ขนม เครื่องดื่ม มาเต็ม รูดบัตรให้เลย
เขาก็ถามว่าเราจะเข้าห้องน้ำมั๊ย เราปฏิเสธไปเพราะไม่ได้ปวด
เขาไปเข้าห้องน้ำเสร็จเราก็เข้าไปดูหนังกัน
จำได้แม่นเลยว่าเป็นเรื่อง Lucy ซึ่งเราสนใจตั้งแต่ตัวอย่างหนังแล้ว
ระหว่างที่เรากำลังดูหนังอยู่ มือของเขาก็ย้ายมาวางบนหัวเข่าเรา
หัวของเขาเอียงมาซบไหล่เรา เราก็คิดว่านี่คงปกติสำหรับผู้ใหญ่แหละ
ไม่นาน มือของเขาก็เริ่มกระเถิบขึ้นมาสูงขึ้นเรื่อยๆ
เราก็เอามือเขาออกอยู่สองสามครั้งจนเขาเลิกทำ 
เราเริ่มไม่โอเคแล้ว ณ จุดๆนั้น
หลังจากที่ดูหนังกันเสร็จ เขาก็ชวนเราเข้าห้องน้ำอีก
ตอนนั้นเรายังไม่ได้คิดอะไรนะ แต่ด้วยความไม่ปวดก็ไม่เข้า
เรายืนรอเขานานมาก จนเขาออกมาหัวเราะแห้งๆแล้วถามว่ารอนานรึเปล่า
ในหัวเราคิดแล้วว่า เข้าไปนานๆนี่คือรอกุเเดินตามเข้าไปเพื่อ...ใช่มั๊ยวะ
หลังจากนั้นเขาก็พาไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือต่อ เขาก็เลี้ยงตามเดิม
กินเสร็จเราก็ไปเดินสวนกันแถวๆอนุเสาวรีย์นั่นแหละ
ตอนนั้นคือเริ่มมืดแล้ว เรานั่งลงที่ม้านั่งในสวนนั่น
ไม่นาน เขาก็ขอเราจูบ ซึ่งเราก็ไม่ให้
เพิ่งเจอกันครั้งแรก ให้ก็บ้าแล้ว 
เขาก็นั่งเล่นโทรศัพท์ซักพัก แล้วเราก็แยกกัน
เราขอให้เขาไปส่งขึ้นบีทีเอสหน่อย เขาก็ไม่ยอมขึ้นไปส่ง
ทั้งๆที่หอเขา เขาบอกเองว่าไม่ไกลจากอนุเสาวรีย์
เราก็กลับคนเดียว ตอนนั้นเราไม่เข้าใจตัวเองเลย
ว่าทำไมเราถึงเสียใจทั้งๆที่รู้ว่าเขาแค่อยากได้เรา
ตอนนี้พอจะเข้าใจแล้วว่า เราดันไปคาดหวังความรักจากเขา
หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย เขามาไลค์บ้าง อาจจะทักมาด้วย
แต่เราไม่ได้ตอบเขา เราก็เกลียดเขาด้วยแหละ แล้วก็จบกันไป

มีคนๆนึงเข้ามาอีกหลังจากนั้น เราคุยกันซักพักแล้วก็ห่างกันไปเอง
รู้อีกทีคือเขาไปคบกันเพื่อนของเราที่อยู่ห้องอื่น เราก็ดีใจด้วย
ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกหวงหรือเสียใจใดๆทั้งสิ้น ก็ปกติดี
จนเขาเริ่มกลับมาคุยกับเรา เราก็คิดกับเขาแบบพี่น้อง
จนเขาเลิกกับเพื่อนเรา เราแอบคิดนะว่าเราเป็นสาเหตุรึเปล่า
แต่ก็พยายามไม่คิดอะไร เพราะเราก็ไม่ได้คุยกับเขาแบบอย่างว่า
เราก็คุยกันจนมีการเจอกัน ซึ่งการเพื่อนของเราก็ชอบเขา
แต่เพื่อนดันแนะนำให้เราไปหาเขา ก็งงๆแต่ไม่ได้สนใจอะไร
ก็เจอกันหลายครั้งอยู่ มีอยู่ครั้งนึง เขามาสายมากๆ
เขาก็ขอโทษเราแล้วบอกว่าจะเลี้ยงน้ำ
เราไปกินข้าวที่ฟู๊ดคอร์ทห้างนึง
เขาถามว่าเราจะเอาน้ำอะไร เราก็ตอบว่าอะไรก็ได้
สิ่งที่เขาถือกลับมาก็คือน้ำเปล่าขวดนึงโค้กแก้วเล็กแก้วนึง
ซึ่งน้ำเปล่านั่นเขายื่นให้เรา เราก็ไม่ได้พูดอะไร
แต่ในใจเราไม่โอเคมากๆคือเราไม่ได้ต้องการอะไรแพงหรอกนะ
แต่ถ้าจะเลี้ยงแบบนี้อ่ะ อย่าเลยเถอะ มันน่าเกลียด
เราก็ไม่โอเคแต่ก็ไม่ได้อะไรมาก
การเจอกันครั้งสุดท้าย เขาบอกว่าจะไปตัดผม
แล้วเดี๋ยวจะไปส่งเราที่บ้าน เราก็โอเค
ในตอนนั้นเราเริ่มที่จะรู้สึกดีกับเขาแล้วแหละ
เขาพาไปที่ตลาดแห่งนึง
หลังจากที่รถจอด เขาก็ขอยืมกางเกงพละในกระเป๋าเรา
เพราะเขาไม่อยากให้กางเกงของเขามันเปื้อนเศษผม
เราก็โอเคให้ยืม แล้วเขาก็เริ่มปลดเข็มขัด
เราตกใจรีบถามว่าให้ไปรอข้างนอกมั๊ย
เขาบอกไม่เป็นไร เราก็หันหน้าไประหว่างเขาเปลี่ยน
หลังจากที่กินข้าว ตัดผมเสร็จ ก็กลับมาที่รถ
เขาถอดกางเกงมาคืนเราแล้วก้ออกรถทั้งๆที่ใส่แค่บ้อกเซอร์
เขาบอกว่าไม่เป็นไร ปกติเขาก็ขับรถแบบนี้แหละ 
ขับไปซักพัก เขาก็เริ่มลวนลามเรา
เข้าไซร้คอเราพลางปลดกระดุมเสื้อเรา
เราก็พยายามขัดขืนแล้ว บอกแล้วว่าอย่า พยายามปัดมือออก
แต่เราก็สู้แรงคนที่เขาออกกำลังกายเป็นประจำไม่ได้หรอก
เขาเลียที่หัวนมของเรา มือก็พลางล้วงเข้าไปในกางเกงของเรา
ตอนนั้นมันเป็นความรู้สึกที่เราบรรยายไม่ถูก
แล้วเราก็อ่อนแรง สู้เขาไม่ไหว
พอเขาเห็นว่าเราสู้ไม่ได้ เขาก็ขับเขาไปในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง
เขาเอาที่บังกระจกมาบังกระจกหน้า แล้วจับหัวเรากดลง
เราก็พยายามขัดขืนอยู่ตามเดิม แต่เราไม่มีแรงแล้ว
เขากดหัวให้เราใช้ปากให้เขา ทำไปจนเขาเสร็จใส่ปากเรา
เราก็เปิดกระจกไปคายทิ้ง ตอนนั้นเรารู้แล้วว่ามันคือเซ็กซ์
ตอนนั้นตัวเราร้อนผ่าวมาก มันแฉะไปหมด
แล้วเขาก็บอกว่ามาส่งแค่นี้นะ กลับถูกใช่มั๊ย
เราหน้าชาไปเลย เราก็บอกว่ากลับถูก แต่ไม่ไปส่งที่บ้านหรอ
เขาก็บอกว่าบ้านเขามันไกล นี่มันมืดแล้ว กว่าเขาจะถึงบ้านอีก
เราถูกทิ้งไว้กลางทาง ทั้งแบบ Litterally และ Sexually
 เขาไม่พาเราไปถึงจุดหมาย
บ้านก็ไม่ได้ไปส่ง แถมปล่อยเราความรู้สึกค้างเติ่ง
ไม่เสร็จอยู่แบบนั้น แล้วเราต้องเดินไปที่ป้ายรถเมล์
เพื่อที่จะรอรถกลับบ้าน
ความรู้สึกตอนที่ยืนรอที่ป้ายรถเมล์มันไม่โอเคมากๆ
เรารู้สึกอับอาย รู้สึกแย่มากๆ
และสิ่งที่แย่กว่านั้นคือ เขาถึงบ้านก่อนเรา
เราเกลียดเขา เราไม่อยากคุยกับเขาแล้ว
หลังจากนั้น เขาก็ขอเราเป็นแฟนทางแชท
เราไม่โอเคมากๆ
มึงเคยทิ้งกุไว้กลางทาง
แล้วมึงจะขอกุเป็นแฟนเพราะมึงกำลังจะไปเป็นทหารเกณฑ์เนี่ยนะ
แล้วเราก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย แต่เรายังไมไอจีกับเฟซบุ๊คเขาอยู่
สิ่งที่เราเห็นคือ เขาถ่ายเซลฟี่กับแก๊งสาวๆทหารเกณฑ์แบบสาวมากๆ
เราก็คิดในใจว่า ได้ไปเยอะแล้วแน่ๆ เป็นทหารเกณฑ์แบบนี้ ไม่เหลือ
เราก็อันฟอลอะไรเขาไป ไม่ติดต่อแล้ว

จนเราได้มาเจอกับแฟนคนแรกของเรา
เขาเป็นนักดนตรีซึ่งปัจจุบันอยู่เล่นให้กับนักร้องที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่ง
เขาเข้ามาตอนที่ทุกอย่างกำลังแย่ ตอนนั้นเรากำลังทำงานโปรเจ็คใหญ่มาก
เราจำเป็นต้องหาเสื้อผ้าสำหรับละครเวที เราขอให้เขาพาไปยูเนี่ยนมอล์
นั่นคือการเจอกันครั้งแรกของเรา หลังจากนั้นเราก็หาอะไรกินกัน นั่งคุยกัน
แล้วเขาก็ขับมาส่งเราถึงหน้าบ้าน หลังจากที่เขาขับรถออกไปเราคิดในใจเลยว่า
เชี่ย ใจสั่นหว่ะ คงจะเป็นคนนี้แหละซึ่งเราก็มีกำแพงในใจระดับนึงแล้ว แต่เขาเป็นคนที่ดีมาก
เราก็คุยกันต่อ เขาคอยเป็นที่ปรึกษาให้ตลอดเวลาที่เรามีปัญหากับงาน
จนมีครั้งนึง เราทำผิดพลาดครั้งใหญ่ โดนรุ่นพี่ด่าหนักมากจนร้องไห้
ถึงขั้นโดนตบหน้าเลย แต่เขาก็ถามเราแล้วแหละว่าต้องให้ตบมั๊ย
ซึ่งเราก็รู้สึกผิด มันก็สมควรแล้วที่จะโดน
เราก็นั่งร้องไห้อยู่คนเดียวในห้องชุมนุมที่อยู่ใต้ดินที่โรงเรียน
คนเดียวที่เรานึกถึงเลยก็คือเขา
ปกติเราไม่ใช่คนที่ขออะไรหรือให้ใครเลี้ยงเท่าไหร่
เราก็โตแล้ว และเราก็มี ไม่อยากเกาะเขากิน
แต่ครั้งนี้คือเราไม่ไหวจริงๆ ต้องการที่พึ่ง
เราถามเขาว่าคืนนี้ขอไปค้างด้วยได้มั๊ย
เขาก็ตอบว่าได้ แต่ต้องรอหน่อยนะ เขาทำงานอยู่
เดี๋ยวอีกซักพักถึงจะไปรับได้ เราก็โอเค
เราโทรหาแม่เลยว่าคืนนี้ไม่กลับบ้านนะ
ด้วยน้ำเสียงที่พึ่งร้องไห้มา
ซึ่งปกติเราไม่ค่อยได้ขอแม่นอนข้างนอก แต่แม่ก็โอเค
วันต่อมาเขาก็มาส่งเราที่โรงเรียนตอนเช้า
หลังจากคุยกันมาซักพัก เราก็เป็นแฟนกัน
เรารักเขามาก เขาเป็นเหมือนทั้งพี่ชายและพ่อ
ซึ่งเราไม่เคยมีทั้งสองอย่างนี้ เขาอบอุ่นมาก
คอยสอนเรื่องต่างๆที่เราไม่เข้าใจด้วย
เขาเป็นคนแรกและคนเดียวที่เราพามาเจอแม่
แต่สุดท้าย เราก็เลิกกัน...
เขาขอเราเลิกในตอนนี้ที่เรากำลังนั่งทำของวันครบรอบเตรียมให้เขา
เราคงงี้เง่าเองด้วยแหละตอนนั้น
แต่เรารักเขามาก เรารู้ว่าเขาเป็นคนยังไง เราเข้าใจเขา
สิ่งที่เราทำคือเราโอเคที่จะเลิก ไม่ยื้ออะไรให้ดราม่าวุ่นวาย
แต่ขออย่างเดียวคือ ขอให้ยังคุยกันต่อไปในฐานะอะไรก็ได้ 
เราก็คุยกันต่อไปเรื่อยๆ เขามีแฟนเราก็ถอยห่างออกมาแค่นั้น
เป็นอย่างนี้มาจนถึงปัจจุบันซึ่งเขาก็มีแฟนใหม่ไปหลายคนแล้ว
ถ้านับตั้งแต่รู้จักกันมา ก็คือม.ห้า จนถึงตอนนี้ปีสองก็สามปีกว่าแล้วมั้ง
ตอนนี้เขาก็มีหน้าที่การงานที่ดี ได้คบกับคนดีๆ
ตอนนี้ เราก็ยังคงรักเขาอยู่ คิดถึงเขาอยู่...

เราพยายามที่จะหาคนที่ดีมาเพื่อแทนเขา แต่เราก็ยังหาไม่ได้
จนในวันนึงที่เราเฮิร์ธหนักมาก เราอยู่ที่ร้านกาแฟย่านอนุเสาวรีย์
ก็ได้คุยกับคนๆนึงในแชทซึ่งก็เคยคุยกันมาซักพักแล้ว
เขาก็มาเจอเรา เขาเป็นนักร้องวงอินดี้ที่มีชื่อเสียงระดับนึง
และเขาชอบรุ่นพี่เราคนนึง แค่นั้นที่เรารู้
วันนั้นที่เจอกันครั้งแรก เขาเป็นคนที่ดีมาก
เขาน่ารัก การพูด ทุกอย่าง มันดีไปหมด
อาจเพราะเราเฮิร์ธด้วย ซึ่งเขาก็รู้ว่าเราเสียใจอยู่
บรรยากาศ อารมณ์ อะไรหลายๆอย่างมันดีขึ้นไปหมด
เราคิดว่าเขาน่าจะชอบเรา เราเผลอให้เขาเข้ามาในใจ
เป็นเพราะเราอ่อนแอมากในจุดๆนั้น แล้วเราก็ไปที่ห้องของเขา
ตอนนั้นเขาอยู่หอแถวๆปิ่นเกล้า
ในหัวเราก็คิดแหละว่าอาจจะมีอะไรกันก็ได้
ซึ่งก็มีจริงๆ เรานั่งคุยกันซักพัก แล้วมันด็เข้าสู่เรื่องอย่างว่า
เขาเป็นคนที่ไม่โอเคมากๆเรื่องเซ็กซ์ เอาแต่ตังเองมีความสุข
ไม่ช่วยเราบ้างเลย แต่ตอนนั้นเรามีความสุขนะ
เขาขาวๆตี๋ๆนิปปอนบอย ...ใหญ่อมชมพูอีกต่างหาก
หลังจากนั้นเราก็ไปหาอะไรกินกันแล้วเขาก็ส่งเราขึ้นรถกลับบ้าน
วันต่อมา เราทักเขาไปแต่เขาไม่ยอมคุยกับเรา
กว่าจะยอมคุยได้ เหตุผลที่เขาไม่อยากคุยกับเรา
เราลองเทียบตัวเองกับรุ่นพี่เราที่เขาชอบดู
พบไม่กี่อย่างที่ต่างกัน แต่หลักๆเลยคือเราไม่เล่นดนตรี
พอเราคุยกับเขา เขาก็บอกว่าใช่ เราไม่เล่นดนตรีหรือทำศิลปะอะไร 
แล้วเขาก็ไม่คุยกับเราเลย
เราเกลียดเขา...
อีกครั้งที่เขาคุยกับเราคือตอนที่เราเขียนเรื่องสั้นลงในเฟซบุ๊คตัวเอง
เขาบอกว่าดีนะ เขาชอบมาก อยากให้เขียนอีก
WTF!?
ไม่นานมานี้ เขาเปิดให้ถามคำถามในไอจีสตอรี่
เราก็ถามไปว่า Remember me?
คำตอบของเขาคือ ไรวิน
ทำเหมือนเราเป็นแค่คนรู้จักกันเฉยๆ
มันอาจจะใช่ในมุมของเขา
แต่สำหรับเรา เราให้ใจเขาไปแล้วในวันเดียวแล้วเขาก็พังมัน
เรายังเกลียดเขาอยู่...

เรามีแฟนอีกหนึ่งคน
และคนที่เราจีบจนเกือบจะเป็นแฟนอีกหนึ่งคน
หลังจากนั้น เรากลายเป็นคนที่ด้านชา...
เราเคยเป็นคนที่คุยทีละคน ให้ใจไปเต็มๆ รู้สึกดีที่ได้คุย
แต่ตอนนี้ เราแทบจะไม่รู้สึกรักใครชอบใครอีกแล้ว
มากสุดก็แค่ เออ น่ารักดี ฟอลไอจี ก็แค่นั้น ไม่คิดจะจีบใคร
หรือมีความสัมพันธ์แบบลึกซึ้งกับใครแล้ว
มันเหนื่อย และอีกอย่าง ชีวิตมหาลัยมันก็เหนื่อยมาก
เหนื่อยเกินกว่าที่จะมีใครได้สำหรับเรา
เมื่อก่อนเราคิดว่าเซ็กซ์มันสำหรับคนที่รักกันชอบกัน
แต่ตอนนี้มันกลายเป็นกิจกรรมเพื่อความมันเท่านั้น 
ขอแค่ต่างฝ่ายต่างโอเค พอใจในตัวอีกฝ่าย ก็มีอะไรกับได้แล้ว
โดยที่เราจะต้องชัดเจนกับสถานะว่าเราต้องการอะไร
ถ้าไม่ชัดเจนในสถานะความสัมพันธ์มันจะเกิดปัญหา
เช่นดันรักไปทั้งๆที่อีกฝ่ายต้องการแค่เซ็กซ์ อะไรแบบนี้
แต่ก็ไม่ถึงขั้นนัดยิ้ม สวัสดีครับ ชื่อไร แบบไหน แถวไหน อย/นน/สส
ขอแค่เราชัดเจนบอกไว้ก่อนว่าเราหาอะไร ต้องการอะไร
 ถามว่าเราอยากรู้สึกมั๊ย เราก็อยากนะ
แต่ก็อย่างที่บอก เราเจ็บมาเยอะ
อีกทั้ง ชีวิตมหาลัยมันยุ่งเกินไป
ที่เราจะมีเวลามานั่งคุยกับใครซักคน
แค่เวลาจะให้ตัวเองยังมีไม่พอเลย
ก็มีคนเข้ามาเรื่อยๆนะ บางคนก็ดีมากเลยแหละ
แต่เราให้สถานะได้มากสุดก็แค่ FWB เท่านั้น
เราอยากจะรุ้สึกด้วยนะ แต่มันไม่รู้สึกจริงๆ
มันทรมาณเหมือนกันนะ การที่ไม่รักใครหรือไม่เสียใจเนี่ย
เราต้องการที่จะรู้สึกกับคนใหม่ๆบ้าง แต่เพราะเป็นแบบนี้
มันทำให้เรายังรู้สึกอยู่แต่กับคนเก่าๆ
ถ้าเราในอดีตมาเจอกับเราในตอนนี้
เราตอนนั้นก็คงเกลียดตัวเราในตอนนี้มากแหละ
เคยได้ยินมั๊ยว่า โตไปจะไม่เป็นผู้ใหญ่แบบที่ตัวเองเกลียด
ตอนแรกก็คิดแบบนั้น แต่พอมาดูปัจจุบันแล้ว... อืม

ขอบคุณมากที่อ่านจนจบ
สิ่งที่อยากจะฝากไว้ก็คือ ถ้าคุณยังรักและเสียใจอยู่
สำหรับเรา เราว่ามันดีแล้วหล่ะ ดีกว่าที่จะเป็นแบบเรา
อย่างน้อยคุณก็ยังมีโอกาสที่จะเจอคนที่ใช่มากกว่าเราในตอนนี้
เพราะต่อให้คนที่ดีมากๆเข้ามาในตอนนี้ เขาก็คงเป็นได้มากสุดแค่ FWB
ไม่มีโอกาสให้พัฒนาความสัมพันธ์เลย
และจงชัดเจนกับสถานะและความสัมพันธ์ ต้องการอะไรต้องคุยให้เคลียร์
อย่าเป็นคนเห็นแก่ตัว ไม่รับผิดชอบต่อความรู้สึกของคนอื่นที่ตัวเองทำไว้

ปล.มันคือความรู้สึกและความคิดของเราในตอนนี้
ในอนาคตมันอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้ ซึ่งตอนนี้ตีสามกว่าแล้ว
เขียนผิดบ้างต้องขออภัย สมองมันแล่นเร็วมากตอนนี้
SHARE
Written in this book
About love... by Winn Amza
Writer
Winn_Amza
Someone
I just a crazy guy.

Comments