8 คำถามที่นักเขียนควรตอบให้ได้ก่อนปี 2020
เราไปอ่านเจอโพสต์ของคุณ Shayla Raquel มาค่ะ เป็นโพสต์เก่าตั้งแต่ปี 2017 แต่มันก็ยังจริงและทรงพลังมากๆ ก็ขอหยิบมาแบ่งปันกับทุกคนแล้วกันนะคะ

และคำถาม 8 ข้อนี้มันมองข้ามช็อตเลยว่าเราอยากเห็นตัวเองเป็นอย่างไร ทำอะไรเสร็จบ้าง หรือมีอะไรไว้ในครอบครอง ก่อนจะถึงปี 2020

น่าตื่นเต้นนะคะ เพราะปี 2020 เป็นปีที่มีโตเกียวโอลิมปิคด้วย กว่าโอลิมปิคครั้งใหม่จะเกิดขึ้น ถึงตอนนั้นพวกเราจะเป็นอะไร จะทำอะไรกันอยู่บ้างนะ?

[แอบบอกว่าตอนจบมีเซอร์ไพรส์แถมท้ายเล็กน้อยด้วยค่ะ (^___^)]



มาเริ่มกันเลยดีกว่า!

คำถามข้อที่ 1: อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องทำให้สำเร็จให้ได้ก่อนปี 2020

สิ่งสำคัญของแต่ละคนไม่เหมือนกัน มันอาจจะเป็น
-การเขียนหนังสือให้จบ?
-edit หนังสือให้เสร็จ?
-ติดต่อโรงพิมพ์ พิมพ์งานขายเอง?
-เขียนหนังสือซีรีย์นี้ให้จบ?
-ทำให้ต้นฉบับเรื่องนี้ผ่านพิจารณาให้ได้?

เพราะสิ่งสำคัญในฐานะนักเขียนของแต่ละคนไม่เหมือนกันในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต
คุณ Shayla ใช้คำว่า Top Priority 
อะไรคือ Top Priority ด้านการเขียนที่เราอยากทำให้เสร็จ?  
อะไรที่ถ้าไม่ทำแล้วมันจะค้างคาใจ เกาะกิน ถูกถ่วงตะกั่วจนชีวิตหนักอึ้ง และความรู้สึกแบบนั้นจะไม่มีทางจางหายไป จนกว่าเราจะเริ่มลงมือทำ

สิ่งสำคัญที่สุดของคุณคืออะไรคะ?

...

ขอแค่ตอบตัวเองให้ได้ว่า “สิ่งสำคัญที่สุดด้านการเขียน” 1 อย่างของตัวเองคืออะไร เมื่อตอบได้ ก็ให้ใส่เดดไลน์บนปฏิทินเอาไว้ เริ่มแตกแยกย่อยสิ่งที่เราต้องทำจนกว่าจะสามารถเดินทางไปถึงจุดนั้น

เพราะถ้าไม่กำหนดเส้นตายให้ตัวเอง เราก็มีแนวโน้มว่าจะนิ่งเฉย ผัดผ่อน และไม่ยอมลงมือทำ

เขียนมันออกมาค่ะ
ลงวันที่
ระบุแต่ละงานย่อยที่ต้องทำให้เสร็จใส่ลงไปในแผนงาน แพลนเนอร์ ตารางเอกเซล ปฏิทิน หรือกูเกิลด็อค (เครื่องมือจัดตารางชีวิตแบบที่ชอบ แบบไหนก็ได้ที่สบายใจและใช้สะดวก)

จากนั้นก็ลงมือทำ


คำถามข้อที่ 2: คุณตั้งใจจะออกหนังสือกี่เรื่อง ก่อนปี 2020
คนบางคนเขียนเร็วมากกกกกก
คนบางคนเขียนช้ามากกกกกก
ความเร็วในการทำงานของแต่ละคนไม่เท่ากัน นั่นไม่เป็นไร

แต่การตอบตัวเองให้ได้ว่า “ฉันตั้งใจจะเขียนงานให้จบ (ใส่ตัวเลข) เล่ม!” มันทำให้เราแบ่งเวลาได้ ถ้าเขียนหลายเรื่อง ก็ต้องจัดแบ่งเวลา เราจะได้รู้ว่าต้องแบ่งเวลาให้เรื่องไหนมากน้อยแค่ไหน มีเวลาเท่าไร และจะจัดการชีวิตตัวเองให้ลงตัวแบบไม่กระทบงานเขียนได้อย่างไร

สิ่งหนึ่งที่ควรระมัดระวังให้มากคือความสัมพันธ์กับครอบครัว คนรัก และเพื่อน
เราทำงานหนักได้ แต่อย่าลืมมีช่วงเวลาดีๆ มีคุณภาพกับคนที่รักคุณด้วยนะคะ


คำถามข้อที่ 3: ต้องแบ่งเวลา กี่ชั่วโมงต่อวัน ต่อสัปดาห์ สำหรับการเขียน
พอได้คำตอบว่าจะเขียนกี่เรื่อง ก็ต้องมาดูว่าเราจะจัดการเวลาอย่างไร
ในช่วงเวลาเช้า-กลางวัน-เย็น-กลางคืน มีช่วงไหนบ้างที่เราสามารถจัดเป็น “เวลาสำหรับการเขียน” ได้บ้าง

คำแนะนำของคุณ Shayla คือ ให้เขียน ณ สถานที่เดิม เวลาเดิม ระยะเวลาเท่าเดิมให้ได้อย่างสม่ำเสมอ
เช่น เขียนที่โต๊ะกินข้าว ทุกวันเสาร์ - พฤหัส เวลา 1-3 ทุ่ม เขียน 2 ยก ยกละ 80 นาที (คือมีช่วงพักตรงกลางด้วย)

มันเป็นการสร้างวินัย สร้างกิจวัตรในการเขียน ทำให้สามารถกลับมาเขียนได้สม่ำเสมอแล้วเราจะไม่อิดออด

ทั้งนี้ เราอาจต้องสละบางอย่าง เช่น เวลาดูซีรีย์ เวลาเล่นเกมส์ เวลาอ่านพันทิป เวลาไล่ดูเสื้อผ้าออนไลน์ ฯลฯ เพื่อมาทำสิ่งที่เราตั้งใจให้สำเร็จลุล่วงให้ได้

แน่นอนว่าเราสามารถพักผ่อนหย่อนใจได้ เพียงแต่ต้องลดเวลาที่เราเผลอใช้หมดไปโดยไม่รู้ตัวลง

และต้องลองสังเกตตัวเองด้วย เพราะธาตุแต่ละคนไม่เหมือนกัน 
คนบางคนถนัดตื่นแต่เช้าตรู่ ลุกมาเขียนตั้งแต่ตี 4 ในขณะที่บางคนสมองแล่นดีหลัง 5 ทุ่ม ก็แล้วแต่ว่าเราเป็นสายไหน และเวลาที่เรามีมันสามารถจัดเป็น “เวลาสำหรับเขียน” ได้ตรงไหนบ้าง

เริ่มต้น 1 ยกที่ 30 นาทีก็ได้
ไม่จำเป็นต้องเขียนทุกวัน แค่ต้องเขียนให้สม่ำเสมอ
ข้อสำคัญคือทำความเข้าใจลักษณะนิสัยของตัวเอง


คำถามข้อที่ 4: สำหรับคนพิมพ์งานขายเอง ควรตอบให้ได้ว่าต้อง “ออมเงิน” ไว้เท่าไรสำหรับออกหนังสือเรื่องนั้น/ซีรีย์นั้น

คนที่จัดพิมพ์หนังสือเอง ต้องทำอะไรเยอะมาก ต้องมีทักษะการประสานงานและจัดการโครงการได้ดีในระดับหนึ่ง เพราะต้องติดต่อว่าจ้างทุกคนด้วยตัวเอง ตั้งแต่หาบ.ก., ตรวจพรูฟ, นักวาด, คนทำปก, คนจัดเลย์เอาท์, โรงพิมพ์, ร้านขายซองกันกระแทก, และถ้าอยากแถมของพรีเมียม ก็ต้องติดต่อคนเพิ่มอีก

ทั้งหมดที่ว่ามา มีระยะเวลาผลิตงานและใช้งบประมาณแตกต่างกัน

ถ้าตัดสินใจว่าก่อนปี 2020 จะพิมพ์กี่เรื่อง เรื่องละกี่เล่ม ก็จะได้เริ่มต้น “ออมเงิน” หรือ “กันเงินที่มีอยู่แล้ว” เพื่อเตรียมพร้อมเอาไว้ใช้จ่ายสำหรับโครงการของตัวเอง


คำถามข้อที่ 5: สำหรับคนส่งต้นฉบับให้สำนักพิมพ์ คุณมีระยะเวลารอคอยสำหรับการพิจารณาได้นานที่สุดเท่าไร

เวลาเบื้องต้นในการพิจารณาคือ 3 เดือน แต่ทั่วไปก็คือ 4-6 เดือน และนักเขียนควรเป็นฝ่ายทักไปทวงถามผลพิจารณาเองเมื่อเวลาผ่านไปช่วงเวลาหนึ่ง เช่น ถ้า สนพ. A บอกว่ารอฟังผล 3 เดือน ...พอเวลาผ่านไปครบ 10 สัปดาห์ก็อาจทักไปถามความคืบหน้าดูได้

การตอบตัวเองให้ได้ว่าตัวเองรอการพิจารณาได้นานเท่าไรจะช่วยให้เราเข้าใจตัวเองในฐานะนักเขียนได้ดีขึ้น เพราะเมื่อส่ง บ.ก. พิจารณาแล้วยังต้องตรวจแก้ หรือถ้าไม่ผ่านก็ต้องไปยื่นสำนักพิมพ์อื่นต่อ มันใช้เวลา อาจเป็น 6 เดือน อาจเป็น 4 ปี

ถ้าตอบได้ว่าตัวเองอดทนรอได้ขนาดไหน ก็จะทำให้เข้าใจชีวิตในฐานะนักเขียนของตัวเองดีขึ้นอีกมาก



คำถามข้อที่ 6: จุดอ่อนในฐานะนักเขียนของเราคืออะไร ต้องทำยังไงถึงจะพัฒนาจุดอ่อนนั้นได้

วิธีหาจุดอ่อนของตัวเอง อาจรู้ได้ด้วยตัวเองหรือสอบถามความเห็นจากคนอื่นก็ได้

คนอื่นที่ว่าก็มีตั้งแต่คนทั่วๆ ไป, เพื่อนที่เป็นนักอ่าน และเขาอ่านแนวเดียวกับที่เราเขียน, นักรีวิวหนังสือ (ถ้ารู้จักและเขามีเวลา), นักเขียน (ถ้ารู้จักและเขามีเวลา)

เพราะการเล่าเรื่องเรื่องหนึ่งให้ดีได้ มันมีองค์ประกอบมากมายมหาศาล สิ่งที่เราพอจะทำได้คือต้องยอมรับข้อด้อยของตัวเองได้ได้ก่อน จึงจะค่อยขัดเกลาฝีมือ ค่อยๆ พัฒนาจุดอ่อนของตัวเองได้

แต่ต้องระวังกับดักเรื่องความเพอร์เฟค
เพราะความเพอร์เฟคไม่มีอยู่จริง และค่าความเพอร์เฟคของแต่ละคนไม่เท่ากัน

สิ่งที่เราทำได้คือพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ฝึกฝีมือไปเรื่อยๆ แล้วงานก็จะดีขึ้นตามชั่วโมงบินที่มากขึ้น



คำถามข้อที่ 7: จุดอ่อนในฐานะนักการตลาดของเราคืออะไร ต้องทำอย่างไรถึงจะโปรโมทงานเขียนของตัวเองได้ดีกว่านี้

การโปรโมทงานเขียนมี 2 ส่วน คือโปรโมทตัวนักเขียน และโปรโมทชิ้นงาน

โปรโมทตัวนักเขียน เช่น ไปบรรยาย ไปเซ็นหนังสือ ออกสินค้าที่ตัวนักเขียนเป็นคนออกแบบหรือผลิตเอง ให้สัมภาษณ์ ฯลฯ

โปรโมทชิ้นงาน เช่น เปิดพรีออเดอร์ งานเปิดตัวหนังสือ ผลิตสินค้าที่เกี่ยวกับงานเขียนเช่นนั้น เช่น ที่คั่นหนังสือ กระเป๋า ของพรีเมียม ของกินของใช้ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากตัวละครหรือเหตุการณ์ในเรื่อง ฯลฯ

การโปรโมทงานยังหมายรวมถึงคำถามที่เห็นบ่อยๆ ในบอร์ดนักเขียน ทำนองว่า
-ทำยังไงให้คนเข้ามาอ่านงานของเราเยอะๆ 
-ทำยังไงให้มีคนไลค์เฟซบุ๊คเราเยอะๆ

...เนื่องจากเราเองก็ไม่ใช่กูรูการตลาด แต่เราไปเจอแหล่งข้อมูลที่สุดยอดมากๆ ในคลังกระทู้ FAQ ของบอร์ดนักเขียนใน Dek-D เขียนตอบและรวบรวมโดยคุณ Miran/Licht ค่ะ

คุณ Miran/Licht รวบรวมลิงค์ที่มีประโยชน์ที่นักเขียนชอบมาโพสต์ถาม จัดแบ่งหมวดหมู่ มีสารบัญอ่านง่ายสุดๆ ละเอียดมากๆ และถึงจะเรียกว่าคลังกระทู้ แต่ก็พึ่งเริ่มทำเมื่อ ก.ย. 2018 และยังเห็นอัพเดทอยู่เรื่อยๆ จนปัจจุบันค่ะ ดังนั้น ข้อมูลใหม่มาก

ใครสนใจวิธีโปรโมทงานของตัวเองและคำถาม FAQ ด้านการเขียน โดยคุณ Miran/Licht 
ตามไปอ่านได้ที่ https://bit.ly/2PTKROw


คำถามข้อที่ 8: เราจะพาตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนักเขียนได้อย่างไร
ข้อนี้... ตอนที่อ่านหัวข้อคำถาม สารภาพเลยว่าเราไม่เข้าใจว่าคุณ Shayla อยากสื่ออะไรเลยค่ะ
แต่พออ่านแล้วก็ อ่อ... ประเด็นนี้นี่เอง

ใช่ค่ะ การพาตัวเองเข้าไปอยู่ในชุมชน-ชุมนุม-สังคมของนักเขียน มันช่วยได้มากในแง่ของสุขภาพจิต

เวลาเขียนงาน อาจมีหลายครั้งที่ติดขัด ลำบากใจ ไม่สบายใจ 
ซึ่งคนรอบตัวที่ไม่เคยเขียนงานมาก่อน จะไม่มีทางเข้าใจเลยว่าเรากำลังเผชิญหน้ากับอะไรอยู่
แต่คนที่เป็นนักเขียนเค้าจะเข้าใจ

ถ้ามีคนใจดีคอยรับฟังก็ดีไปค่ะ เราเองก็เคยโทรไปคร่ำครวญกับเพื่อนสองชั่วโมงตอนนางไปเที่ยวพม่า คือพูดวกวนไปวนมาว่าทำไมเราถึงเขียนไม่ได้อย่างงั้นงู้นงี้

เพื่อนไม่เข้าใจเราหรอกค่ะ 
แต่เพราะนางเป็นคนใจดี นางถึงรับฟัง
...ก็จะเข้าใจได้ยังไงล่ะ ในเมื่อทุกอย่างที่เราพูด เพื่อนไม่ได้เห็นสิ่งที่ตีกันยุ่งอยู่ในหัวของเรานี่นา 

เรื่องชุมชนนักเขียน ไม่จำเป็นต้องเป็นทางการก็ได้นะคะ 
คือแค่เรามาโพสต์เรื่องใน storylog ก็สัมผัสความเป็นชุมชนได้แล้ว
คอยแอบติดตามนักเขียนคนนั้นคนนี้ ทักทายบ้าง คอมเมนต์บ้าง 
เราว่าแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านี้มันก็เกิดเป็นลักษณะของชุมชนขึ้นมาได้แล้ว
นั่นคงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราชอบ storylog จัง (^___^)v

มันช่วยได้จริงๆ ทั้งในแง่สุขภาพจิตและในแง่กำลังใจ

หรือถ้าอยากได้ชุมชนแบบทางการขึ้นมาอีกระดับ ก็อาจเข้าชมรมนักเขียน ชมรมวรรณศิลป์ ตั้งกลุ่มขึ้นมากับเพื่อนๆ ที่ชอบเขียนกันเอง หรือไปเข้าค่ายนักเขียน ลงคอร์สเรียนเขียนก็ได้ จะได้รู้จักคนอื่นๆ ที่ชอบเขียนเหมือนกันค่ะ




เป็นยังไงกันบ้างคะ?
8 คำถามที่นักเขียนควรตอบให้ได้ก่อนปี 2020 
มีหลายข้อเลยที่เราไม่เคยนึกถึง 
คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคน ก็เลยหยิบมาฝากค่ะ



ส่วนเรื่องเซอร์ไพรส์ที่อุบไว้ก็คือ แต่น แตน แต๊น.... 
ถ้าใครชอบฟัง Podcast เราเปิดช่องของตัวเองแล้วค่า เย้! 
ชื่อช่องว่า Sit Down and Write Podcast ตามไปให้กำลังใจกันได้นะคะ 
https://soundcloud.com/nananatte/sets/sit-down-and-write-podcast

บอกตรงๆ ว่าเขินมากๆ อ่ะค่ะ ไม่เคยทำอะไรทำนองนี้เลย 555
เร่งทำเต็มที่แล้ว แต่ดูมีรายละเอียดเชิงเทคนิคยิบย่อยมากกว่าที่คิดค่ะ 
สรุปว่าตอนนี้เลยฟังได้เฉพาะใน soundcloud ไปก่อนนะคะ 
เดี๋ยวจะหาทางทำไฟล์ให้ไปลงที่อื่นได้ด้วยค่ะ



ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันมาตลอดปี 2018
มาเริ่มต้นปีใหม่ ด้วยใจเต้นตึกตักไปพร้อมกันนะคะ
ขอให้ทุกคนเขียนงานได้ราบรื่น

Merry Christmas & Happy New Year ค่ะ (^___^)v

- nananantte
24.12.2018



อ่านต้นฉบับ: Shayla Raquel - 8 questions writers should ask
https://bit.ly/2S9OPER

FAQ ด้านการเขียน โดยคุณ Miran/Licht 
https://bit.ly/2PTKROw

PODCAST | 
สามารถติดตามรับฟัง sit down and write podcast ได้ทาง spotify, itunes, apple podcast และ podbean ค่ะ
SHARE
Written in this book
sit down and write
บันทึกสิ่งที่ค่อยๆ เรียนรู้ไปบนเส้นทางนักเขียน 
Writer
nananatte
storyteller
nananatte (นานานัตเต) ...ทำอาหารไม่เก่ง ...ชอบแมว โดยเฉพาะแมวดำ ...เป็นนักเขียนนิยายแนว slice of life กึ่งโรแมนติก กึ่งชิลล์ เพราะชอบเรื่องราวของคนธรรมดาที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆ นิยายที่เขียนก็เลยมีแต่เรื่องราวของผู้คนเหล่านี้ ...ชอบเครื่องเขียน ชอบกาแฟดำ ชอบอ่านหนังสือ ชอบสวน ชอบเดินเล่นในวันอากาศดีๆ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ ผลงานนิยายของเราตอนนี้มี 2 เรื่อง คือ Say You Love Me และ ร้านหนังสือเที่ยงคืน ติดตามอ่านกันได้ที่ fictionlog นะคะ :-)

Comments

Maithira
6 months ago
ดีใจสำหรับ podcast ด้วยนะคะ คงเป็นของขวัญปีใหม่ที่ล้ำค่าแน่เลย
Reply
nananatte
6 months ago
ทำ podcast เนียะ... จัดเป็นเรื่องไฮเทคที่สุดในชีวิตในรอบสิบปีเลยค่ะ คุณไหม
มีความมะงุมมะงาหรามาก 555

เมอรี่คริสตมาสและสวัสดีปีใหม่ด้วยนะคะ (^___^)v
สุขสมหวังดังตั้งใจ สุขภาพแข็งแรงค่า
Maithira
6 months ago
ขอบคุณค่ะ คุณณัฐก็เช่นกันนะคะ
Patnaree
6 months ago
Sit back, relax, and enjoy the podcasts!
Reply
nananatte
6 months ago
merry christmas ka ajarn!
Patnaree
6 months ago
^^.
imonkey7
6 months ago
^^
Reply
nananatte
6 months ago
;-)
WaranS
6 months ago
ขอบคุณสำหรับความรู้นะคะ พอดีเลยได้เอาไปใช้ถามตัวเองดู 2019 ที่มาถึง เราจะเขียนได้ดีขึ้นมั้ยนะ?
Reply
nananatte
6 months ago
เราเจอแต่ละคำถามเข้าไปก็อึ้งเหมือนกันค่ะ 555
ปี 2019 ก็มาสู้ๆ กันนะคะ ฮึ่บ ฮึ่บ!
happy new year ค่า (^___^)/