50 เรื่องที่ชีวิตในปีนี้สอนให้รู้ว่า
++ 50 เรื่องที่ชีวิตในปีนี้สอนให้รู้ว่า ++
.
1. การยอมรับผิด บางทีมันอาจเสียหน้าอยู่ราวๆชั่วโมงสองชั่วโมง แต่บางที มันอาจจะช่วยยืดระยะเวลาของความสัมพันธ์ที่มีต่อกันและกันได้นานกว่านั้นแน่ๆ
.
2. ต้นปีดูแลแคคตัสอย่างดี ประคบประหงมมากจนน้องๆเติบโตแข็งแรง แต่พอมาปลายปีลดการดูแลลงไปเยอะ หลายต้นโรยราไป และต้นที่คิดว่าน่าจะแข็งแรงสุดๆก็ตายไปแล้วสองสามต้น คิดว่าจะกลับไปดูแลน้องๆที่เหลือให้ดีกว่าเดิม กับบางสิ่งที่ดูเข้มแข็งยังต้องการการเอาใจใส่ในบางครั้งบางคราวเหมือนกัน
.
3. ดีใจที่เติบโตจนสามารถซื้อเกม รวมไปถึงของเล่นเก่าๆบางอย่างที่เงินค่าขนมในตอนเด็กไม่มีวันถึง แต่กระนั้น ได้มาก็ใช่ว่าจะมีเวลาเล่น ทำงาน ซื้อเกม นอน ปารตี้ ชีวิตในปีที่ผ่านมาก็วนไปวนมาอยู่อย่างนั้น
.
4. ประคองน้ำหนักให้คงที่ได้ในเวลาหนึ่งปี BMI อยู่ในจุดเกือบอ้วน แต่ไม่ลดและไม่เพิ่ม ถือเป็นอีกเรื่องที่น่าประทับใจก็ได้มั้ง แต่ปีหน้าถ้าเป็นไปได้ก็ขอลดน้ำหนักลงมาหน่อย..
.
5. ย้อนไปซักสี่ห้าปีก่อน มีความฝันนู้นนี่นั่นที่อยากทำเต็มไปหมด เห็นไอ้นู้นก็อยากเรียนอยากศึกษา แต่มาตอนนี้คิดว่าเหลือแค่ไม่กี่อย่างที่เต็มใจทำ และสามารถทำมันได้ทุกวันซ้ำๆไปมาเท่านั้นก็มีค่ามากแล้ว (สองสิ่งที่แน่นอนคือดื่มเบียร์กับเล่นเกม)
.
6. แต่!! ถ้ายังใช้ชีวิตเรื่องการดื่มและสูบบุหรี่จัดแบบในปีนี้ คิดว่าอาจมีชีวิตอยู่ในโลกได้อีกไม่นาน ร่างกายเริ่มประท้วงบ้างแล้ว เหมือนร่างกายพยายามเตือนเราเสมอๆว่าต่อให้สุขภาพที่ผ่านมาจะดี แต่ไม่ได้แปลว่ามันจะดีตลอดไปนะจ๊ะ
.
7. เลยคิดว่าออกกำลังกายเถอะ มันดีจริงๆ ไม่ต้องโหมหนักเหมือนนักกีฬาหรอก แต่ออกจนพอให้กล้ามเนื้อกระตุกๆ หัวใจสูบฉีด ก็เหมือนได้มีอยุยืนขึ้นอีกอย่างน้อยก็วันนึง
.
8. เป็นปีแรกที่ยอมเจียดเงินซื้อวิตามิน อาหารเสริมมาทานบ้าง คิดว่าลงทุนกับร่างกายหน่อยก็ดี ไหนๆก็ใช้เค้าอย่างหนักหน่วงมายี่สิบกว่าปีแล้ว (แต่ยังไม่เจอตัวที่ถูกใจนะ)
.
9. เคยคิดว่าตัวเองมี identity ที่ชัดเจนประมาณหนึ่ง แต่พอมาอยู่ในสังคมที่เปลี่ยนไป หรือถูกกาลเวลาเพาะบ่มมากๆเข้า จึงค้นพบว่าจริงๆแล้ว identity ที่เราคิดว่ามันเป็นเรามันเป็นแค่เปลือกนอกที่ห่อหุ้มความเปาะบางบางอย่างเราไว้ โบกทับมันไปซ้ำๆเพื่อไม่ให้ใครเห็นสิ่งที่เป็นจริงข้างใน จนแม้แต่ตัวเองก็มองไม่เห็นแล้ว
.
10. ทุกคนน่าจะมีจุดเซฟโซนที่ต้อนรับเฉพาะคนบางคน บางเรื่อง บางเวลา ไม่แปลกหรอกที่เราจะรู้สึกว่าบางคนดูเหมือนมีความลับบางอย่างกับเราและผลักเราออกไปในบางจังหวะ คิดว่าเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ ซึ่งบางครั้งเราก็ทำแบบนั้นกับคนอื่นๆโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน แต่ยังเชื่อเสมอว่าในทุกเรื่อง เราจะมีคนคนหนึ่งซึ่งเราอยากเล่าเรื่องนั้นให้เขาฟังเสมอๆ
.
11. เป็นปีที่ชอบมีความคิดแว๊บมาเสมอๆว่าทำไมคนนั้นไม่ทำแบบนั้น คนนั้นไม่ทำแบบนี้ ถ้าทำแบบนี้น่าจะดีกับชีวิตมากกว่า จนมาคิดได้ว่า สมมุติถ้าร้านเหล้าทำให้เขามีความสุขกว่าการเข้าวัดก็คงไม่มีความจำเป็นอะไรที่เราต้องไปขัดเขานี่น่า ชีวิตที่มีความสุขก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ ง่ายๆคือเสือกกับชีวิตคนอื่นให้น้อยลง
.
12. ในชีวิตต้องมีคนที่เกลียดเรา ไม่ชอบเรา คอยแซะในสิ่งที่เราทำเสมอๆ ซึ่งข้อดีคือเค้ามักมองเห็นจุดบอดบางอย่างที่เรามักมองข้ามไปจนเอามาโจมตีเราได้ ถ้าตัดอคติออกได้ ในการแซะ 'อาจจะ' มีบางอย่างที่นำมาปรับปรุงการใช้ชีวิตต่อได้ คนเหล่านี้สำคัญกับการเติบโตเหมือนกัน
.
13. ปีนี้ดูหนังน้อย อ่านหนังสือน้อยกว่า แต่ที่ทำได้เยอะมากๆในปีนี้คือเล่นเกมจบไปหลายเกมมาก ปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าเกมเป็นส่วนหนึ่งกับชีวิตจริงๆ และยิ่งช่วงหลังๆ เกมหลายเกมทำหน้าที่ได้ดีกว่าแค่เล่นสนุก บางเกมยังเสริมสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกันได้ด้วย (เช่น overcook)
.
14. เลยคิดว่าเราเติบโตจากสื่อต่างๆที่เราอ่าน ฟัง ดู จริงๆด้วยนะ แม้แต่สเตตัสนี้บางทีอาจจะเป็นส่วนผสมมาจากหนังสือ หนัง เพลงที่ฟังก็ได้ ถึงแม้ปีนี้จะไม่ได้เดินทางไปไหนเพราะขี้เกียจกับติดเกมหรืออะไรก็ตามแต่ ยังได้สื่อเหล่านี้ชุบชูจิตใจไม่ให้เหี่ยวเฉาจนเกินไปและทำให้เรียนรู้โลกได้โดยไม่ต้องออกไปไหนเลย
.
15. แต่ถึงกระนั้น คิดว่าถ้าเป็นไปได้ควรออกเดินทางบ้างทั้งๆที่ยังมีแรง ถ้ามัวเก็บเงินแล้วไปเที่ยวเอาตอนมีอายุมันอาจไม่สนุกเหมือนได้ไปในวันนี่ที่ยังแข็งแรงอยู่ก็ได้ (แน่นอนว่าจะมีเงินเก็บเพิ่มขึ้นต่อเมื่อลดปาร์ตี้และเลิกพรีออเดอร์ทุกเกมที่ออกใหม่...)
.
16. แต่ก่อนเคยคิดว่าทำไมเราต้องพิ่งพาหนังสือประเภท How-to หรือจิตวิทยาพัฒนาตัวเองอะไรพวกนี้ด้วย แต่ตอนนี้รู้สึดว่าอ่านหนังสือประเภทนี้บ้างก็ได้นะ อย่างน้อยก็เหมือนพวกอาหารคลีน ถึงไม่อร่อยแต่ก็มีประโยชน์แบบเอาไปใช้ตามได้เลย
.
17. ตอนเด็กๆ เหมือนมีเวลามากมายให้คิดเรื่องความฝัน และเลือกเรียนรู้ในแบบวิชาที่เราอยากเรียนจริงๆ แต่พอจุดนึง กลับรู้สึกว่ามันมี skill ที่จำเป็นกับการใช้ชีวิตหลายอย่างให้ศึกษา เช่นเรื่องภาษี เรื่องการจัดการทรัยพ์สิน สิทธิประโยชน์ รวมไปถึงเรื่องเล็กๆอย่างการซ่อมแซมข้าวของเครื่องใช้
.
18. จะเกลียดความรักที่ผ่านมามากแค่ไหนก็ได้ เพรามันเป็นสิ่งที่เราผ่านมาแล้ว แต่อย่าเอาสิ่งที่ผ่านมาทำให้หมดศรัทธากับความรักปัจจุบันและปิดกั้นความรักที่ยังมาไม่ถึง
.
19. ฟังเพลงที่ไม่ใช่แนวที่ตัวเองฟังประจำดูบ้างก็ดี บางทีก็เจอโลกใหม่ๆในเวลาสามสี่นาทีนี่แหละ
.
20. แต่ถึงอย่างไร 'ส่งต่อความรัก' กับ 'หมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ' สองเพลงนี้ยังเป็นเพลงที่ชอบเสมอมา
.
21. ถ้าไม่ชอบเผด็จการ ก็อย่าทำตัวเผด็จการกับความรักและสัมพันธ์
.
22. นิยามความรักของแต่ละคู่ แต่ละประเทศ แต่ละเชื้อชาติอาจไม่เหมือนกัน แต่ความเหงาและความเศร้า เราคิดว่ามันค่อนข้างเป็นสากล
.
23. พอมีแฟนคนปัจจุบันนี้ก็อยากมีความรักที่ดีเหมือนที่พ่อกับแม่มีให้กันเสมอมา
.
24. ผ่านมายี่สิบกว่าปี อ้อมกอดของพ่อและแม่ยังอบอุ่นและเป็นพื้นที่เล็กๆที่รู็สึกปลอดภัยอยู่เสมอ
.
25. อาจเพราะละเลยช่วงเวลาที่ผ่านมาหรือไม่ได้สังเกตุอย่างตั้งใจ อยู่ๆในปีนี้เราก็รู้สึกว่าพ่อกับแม่ดูแก่ลงเยอะแบบที่เราไม่รู้ตัวเลย ปีนี้ละเลยการโทรหาคนที่บ้านไปเยอะมาก ปีหน้าตั้งใจว่าต้องหาเวลากลับบ้านให้ได้มากขึ้นกว่านี้
.
26. ยอมรับกับตัวเองได้แล้วว่าที่กล้าใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน ไม่เก็บเงินเลยแบบนี้ เพราะลึกๆรู้ตัวดีว่าอย่างน้อยเรายังมีที่บ้านไว้เป็นเบาะเวลาชีวิตเข้าตาจน แต่พ่อแม่จะพร้อมอยู่เป็นเบาะให้เราได้เสมอจริงๆดิ...
.
27. ปีนี้พ่อกับแม่กระโดดสู่โลกออนไลน์อย่างเต็มตัวทั้งคู่ กลายเป็นว่าแต่ก่อนที่พ่อแม่ต้องคอยสอนลูกถึงความน่ากลัวของอินเตอร์เน็ต กลับกลายเป็นเราที่ต้องคอยตักเตือนและบอกเสมอๆว่าอย่างเพิ่งแชร์ก่อนชัวร์ เรื่องแบนี้เป็นเรื่องของภูมิคุ้มกันต่อโลกออนไลน์จริงๆ
.
28. อยู่กับงานนี้มาอีกหนึ่งปีแล้ว ดีใจที่เห็นแผนกอื่นในที่ทำงานขยับขยายและกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้ช่วยเหลือคนอื่นในแง่ของการทำงานมากเท่าไร เลยพยายามทำอะไรก็ตามที่พอทำได้ตามกำลังตัวเองจะไหว และคิดว่าปีหน้าต้องเติบโตมากกว่านี้ได้แล้ว
.
29. ไม่รู้ตั้งแต่อายุเท่าไรที่เรารู้สึกว่าเวลามันช่างผ่านไปไวเหลือเกิน ดังนั้นเรื่องการจัดการเวลา จัดการชีวิตเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเติมเต็มให้ได้มากๆ ดูยังเป็นคนไม่เด็ดขาดในเรื่องการตัดสินใจ อาจเพราะกลัวพลาด หรือเพราะเกรงใจอะไรก็ตามแต่ คิดว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปน่าจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่น่าพึ่งพาเท่าไร
.
30. ต่อให้มีแอพพลิเคชั่นช่วยจัดการชีวิตขั้นเทพ รีวิวห้าดาว แอพดีแต่ไหน แต่ถ้าขี้เกียจตั้งแต่ขั้นตอนการใส่ข้อมูลลงไปว่ามีอะไรจะต้องทำบ้าง ต่อให้เป็นแอพเทพแค่ไหนก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก
.
31. การฟังอย่างตั้งใจ บางที อาจสำคัญกว่าการเสนอความคิดเห็นได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งปีที่ผ่านมารู้สึกอยากเสนอมากกว่ารับฟัง จนหลายๆครั้งกลายเป็นความเห็นฉับไวที่ไม่ผ่านการคิดอะไรเลย
.
32. เวลาฟังข่าว ต้องพยายามแยกประเด็นที่เกี่ยวกับประเทศไทยให้ออกจากคนในประเทศกรุงเทพ อย่าเผลอไปเหมารวมคนกลุ่มหนึ่งเป็นภาพแทนของคนทั้งหมด และต้องพยายามไม่คิดว่าการที่เขาว่าคนไทย จะเท่ากับคนไทยทั้งหมดจริงๆ
.
33. ประเมินตัวเองทุกครั้งก่อนรับงานอะไรจากใครมา บางทีถ้าเราคิดว่าไหว แต่ดันทำไม่ได้ บางทีมันอาจเสียหายและเสียความรู้สึกมากกว่าการที่เราปฏิเศษกันไปตั้งแต่ตอนแรก
.
34. แต่กระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะปฏิเศษทุกโอกาสที่เข้ามา ยังเชื่อว่าการคว้าโอกาสไว้เพื่อได้ลองทำอะไรใหม่ๆยังเป็นสิ่งดีกับการเติบโตเสมอๆ
.
35. จุดนึงในปีนี้ก็รู้สึกว่าอะไรไม่รู้มันสับสนไปหมดจนเกิดอยากหาที่พึ่งทางใจ และสิ่งที่ง่ายที่สุดและนึกขึ้นได้เป็นอันดับแรกๆคือเรื่องของธรรมมะ แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ศึกษาเพื่อว่าฉันอยากจะเป็นคนดี ตายไปได้ขึ้นสวรรค์ แต่อยากศึกษาเพิ่มเติมเพราะคิดว่าเรื่องเหล่านี้น่าสนใจและเยียวยาหัวใจในบางวันได้ดีจริงๆ
.
36. คิดไว้ว่าเราน่าจะตายตอนอายุราวๆ 50 ปี พอถึงตอนนี้เลยคิดว่าผ่านมาครึ่งชีวิตแล้วนะ เป็นปีที่รู้สึกว่าเราเริ่มเดินทางเพื่อเข้าไปสู่ความตายแล้ว และทุกอย่างเกี่ยวกับการตายที่เราฝึกฝนมาทั้งชีวิต กลับกลายเป็นว่ามันถูกใช้เพื่อเหตุการณ์สำคัญในชีวิตเหตุการณ์เดียว
.
37. เลิกคาดหวังแล้วว่ารัฐบาลจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประเทศนี้ดีขึ้น สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้จากรัฐบาลชุดนี้คือจริงๆแล้วเราอาจไม่ต้องรีบเดินหน้ามากนักก็ได้ ถ้าฐานเก่ายังพังอยู่ การพยายามสร้างใหม่อาจไม่ช่วยอะไรเลย
.
38. เป็นปีที่รู้สึกว่ามีรายการ podcast ดีๆเยอะจัง และปีหน้าคิดว่ามันต้องมีมากขึ้นกว่านี้ไปอีกแน่ๆ
.
39. ดีใจที่ยังมีสำนักข่าว หรือหลายๆเพจยังทำ Long form content อยู่ ในแง่คนเสพอย่างเราก็กำไรๆไป โดยเฉพาะบทสัมภาษณ์ขนาดยาวๆ ถึงจะอ่านจบบ้างไม่จบบ้าง ยังคิดเสมอๆเหมือนเดิมว่าชีวิตมนุษย์มันมีอะไรน่าสนใจไม่จบไม่สิ้นเต็มไปหมด เพิ่มเติมคิดรู้เฉพาะที่เขาอยากให้เรารู้นั้นแหละพอแล้ว
.
40. โลกคอนเทนต์วีดีโอเป็นโลกไกลตัวมาตลอด ไม่เคยอยู่ในความรู้สึกที่อยากศึกษาเลยซักนิด แต่พอมาตอนนี้กลับรู้สึกว่าอย่างน้อย การตัดต่อวีดีโอพื้นฐานให้ได้ ก็เป็นเป็นอีกหนึ่ง skill ที่น่าสนใจเหมือนกัน
.
41. หนังสือเล่มดูเป็นความบันเทิงที่จับต้องได้ในรูปของวัตถุเพียงอย่างเดียวที่ซื้อมาครอบครองแล้วในตอนนี้ อย่างอื่นเช่นหนัง เพลง เกม เราจ่ายเงินเพื่อเช่าหรือซื้อเป็นดิจิตอลคอนเทนต์ไปหมดแล้ว ที่เหลือทำได้แค่เชื่อใจว่าเขาจะเปิดให้บริการต่อไปจนกว่าเราจะตายจากไปนั่นแหละ
.
42. ภาษาน่าจะดีขึ้นหน่อยมั้ง อันนี้วัดจากการเล่นเกมแล้วเริ่มอ่าน SUB ENG ทัน ในแบบที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว พอเข้าใจความหมายที่ต้องการสื่อ แม้จะยังไม่ทันทั้งหมดก็ตาม การเล่นเกมนี่ช่วยได้จริงๆ
.
43. เป็นปีที่ให้ความสำคัญกับเพื่อนน้อยลงไปอย่างชัดเจน ปีหน้าอยากชวนมิตรสหายเก่าๆที่ไม่ได้เจอกันมาพักใหญ่ๆมาอัพเดตชีวิตกันบ้าง ไม่รู้จะมีวันว่างกันอยู่มั้ย แต่คิดว่าเวลาปีนึงที่ไม่ได้เจอกันเลยคงมีเรื่องให้เล่าไม่จบไม่สิ้น
.
44. การซื้อของออนไลน์สบายกว่าการไปเดินเลือกเองเป็นไหนๆ แต่ก็ต้องรอด้วยระยะเวลาแถมมาด้วยความเสี่ยงที่มันก็อาจจะเกิดขึ้นได้อยู่บ้าง ถ้าอันไหนไม่รีบใช้ ซื้อออนไลน์ก็ดี เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า
.
45. มีเรื่องอยากเขียนมากมายเต็มไปหมด จดลง note ไว้แยอะแยะ มีประเด็นนู้นนี่นั่นน่าศึกษาค้นหาต่อ แต่ที่ไม่ค่อยได้เขียนเลยเพราะพยายามใช้ข้ออ้างกับตัวเองว่าไม่มีเวลา แต่ที่จริงแล้วแค่ขี้เกียจ
.
46. ใช้ชีวิตมาอีกหนึ่งปีโดยที่ไม่รู้สึกโกรธหรือเกลียดใครจนไม่อยากอยู่ร่วมโลกหรือไม่อยากเห็นหน้า ซึ่งแฟนเคยบอกว่าที่เป็นแบบนี้เพราะจริงๆแล้วแกไม่สนใจใครเลยมากกว่า เลยคิดว่าต้องพยายามแยกแยะแล้วว่าจริงๆแล้วเราไม่โกรธ หรือเราแค่ไม่ใส่ใจ เพราะชีวิตเรายึดโยงในมิติอื่นๆกับบุคคลอื่นๆเสมอๆ
.
47. ในบางการกระทำ เราอาจทำมันลงไปโดยไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ บางครั้งมันสร้างบาดแผลหรือรอยร้าวให้ความสัมพันธ์นั้นๆไปโดยไม่รู้ตัว จนบางครั้งอาจทำให้มันเปราะบางจนแตกร้าวอย่างสมานไม่ได้ ถ้าเป็นไปได้ อยากขอโทษหลายคนที่เคยทำไม่ดีต่างๆ นาๆ ไม่ว่าจะทางคำพูดหรือการกระทำ หรือทำร้ายกันจนเกิดบาดแผลทางใจอย่างไรก็ตาม ขอโทษจริงๆครับ
.
48. ตั้งใจว่าต่อไปนี้จะทำตัวเวรๆให้น้อยลง และพยายามเติบโตอย่างอ่อนโยน มีเมตตาต่อผู้อื่นเสมอๆ อาจไม่ถึงกับเป็นพ่อพระ แต่ถ้ามีอะไรที่พอหยิบยื่นให้ได้โดยไม่ลำบากใจหรือกระทบความรู้สึกคนอื่นใดมากนักก็จะทำด้วยความยินดี
.
49. จุดนึงเราเคยคิดว่าการก้าวผ่านแต่ละช่วงวัยมันคือการเติบโตจากเด็ก สู่วัยรุ่น วัยรุ่นสู่ผู้ใหญ่ แต่ตอนนี้โลกหมุนไปไวและการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆทั้งร่างกายและความคิดก็มีมาให้กระทบอยู่เสมอ เลยคิดว่าการก้าวผ่านแต่ละช่วงวัยมันถูกลดทอนลงมาเหลือเพียงการทบทวนตัวเองในแต่ละปี และทุกปีก็เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตได้เสมอๆ
.
50. แต่ถึงกระนั้น ทั้งหมดทั้งมวลไม่ได้หมายความว่าผ่านพ้นปีไป เปลี่ยนปฎิทินใหม่ ฉันจะชุบตัวกลายเป็นคนใหม่ได้เลยในทันทีทันใด หากเปลี่ยนไปได้ในข้ามคืนก็คงดูฝืนธรรมชาติไปซักนิด แค่คิดว่าต้องพยายามตั้งใจไว้ว่าจะทำให้ได้ แล้วจะทำแบบที่หวังแบบนี้ไปเรื่อยๆ ตัดสิ่งไม่ดีทิ้งไปแล้วค่อยๆซ่อมส่วนที่พัง ส่วนจะทำได้มากน้อยแค่ไหน ไว้ปลายปีหน้าลองมาทบทวนดูกันใหม่อีกที

สวัสดีปีใหม่ครับ

====

รูปจากหนังสือ : ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมีความหมาย
SHARE
Writer
khaikung
storylog reader
เป็นคนธรรมดาที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว ยินดีที่ได้รู้จักครับ IG : khaikung_journey , Ask.fm : @khaikung

Comments

youaremysunshinee
11 months ago
สวัสดีปีใหม่นะคะ ขอให้เป็นปีที่ดีและมีเรื่องราวดีๆมาเเชร์รอติดตามอยู่ค่ะ : ) 
Reply
WPVDPCR
11 months ago
สวัสดีปีใหม่ค่ะ ถ้าได้ออกเดินทางอีก อัพรูปในไอจีมาฝากบ้างนะคะ
Reply
Sallymadbad
11 months ago
คิดเหมือนกัน สำหรับบทเรียนที่ได้จนถึงปี 2019 6,7,8,14,18,19 ชอบข้อนี้มาก เพิ่งคิดเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง เพิ่งรู้ว่าจะมีคนคิดแบบเดียวกัน,29,31 :-)

ขอบคุณที่เป็น recommend เดียวในทุกๆคอนเท้นของเรานะคะ
Reply
Plutokung
10 months ago
ตัดสิ่งไม่ดี ซ่อมส่วนที่พัง จับใจมากครับ Have a good time ^^

Reply
hatehome
1 month ago
เพิ่งเข้ามาอ่านค่ะ เขียนได้ดีมาก
ชอบค่ะ
Reply