04 : ความถูกต้อง?
“มาดื่มคนเดียวอีกแล้วหรอ พารุจัง” คนพูดเดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ข้างๆคนที่เธอเรียกไปเมื่อครู่ ก่อนจะส่งสัญญาณให้บาร์เทนเดอร์เพื่อบอกว่าขอเครื่องดื่มแบบเดียวกันกับคนที่นั่งอยู่ก่อนหนึ่งแก้ว
“เธอก็มาดื่มคนเดียวเหมือนกันไม่ใช่หรือไงยุย”
“มันก็ใช่แหละ” เธอรับแก้วมาจากบร์เทนเดอร์ก่อนยกขึ้นจิบ “แต่คนโสดอย่างฉันมาคนเดียวไม่เห็นจะแปลก”
“ทำไม” ฮารุกะหันหน้าไปมองอีกคนที่ทำหน้าเรียบเฉยใส่เธอ “จะบอกว่าถ้ามีแฟนต้องพาแฟนมาดื่มด้วยหรือไง?”
“ฉันไม่ได้พูดนะ”
“หึ ถึงจะไม่ได้พูดตรงๆ แต่ว่ามันก็หมายความแบบนั้นนั่นแหละ”
“อืม ถ้าอย่างนั้น” ยุยพูดขึ้นมาอีกรอบ “ทำไมคนรักของเธอถึงไม่มาด้วยล่ะ”
“เธอก็รู้ ว่าคนๆนั้นน่ะ...” ฮารุกะกระดกของเหลวในมือลงคอจนหมดแก้ว “ชอบทำอย่างอื่นมากกว่าดื่มของแบบนี้ไม่ใช่เหรอไง?”
.
.
.
เสียงหอบหายใจของคนสองคนดังออกมาจากบริเวณเตียงที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง รอบๆเตียงนั้นเต็มไปด้วยเสื้อผ้าของทั้งคู่ที่ถูกถอดกระจัดกระจาย น่าจะเกิดจากความเร่งรีบอะไรบางอย่าง ก่อนหน้านี้สักพักบริเวณนี้นั้นร้อนระอุเหมือนอยู่ในสนามรบ แต่ปัจจุบันสงครามได้จบลงไปแล้ว จึงเหลือเพียงแต่ร่างเปลือยเปล่าของคนสองคนที่นอนกอดก่ายกันอยู่บนเตียงโดยมีเพียงผ้าห่มผืนบางปกปิดบริเวณที่ไม่ควรเปิดเผยของทั้งคู่ไว้เท่านั้น
“นี่ จูรินะจัง” คนตัวเล็กกว่าที่นอนซบอยู่บนหน้าอกของอีกคนพูดขึ้น
“หืม”
“แฟนเธอเค้าไม่ว่าอะไรจริงๆหรอ?”
“ไม่ว่าหรอก ทำไมล่ะ?” จูรินะขยับมือเข้ามาลูบหัวของอีกคนเบาๆ “มิลกี้กังวลหรอ?”
“จะไม่กังวลได้ยังไงล่ะ ยุ่งกับคนมีเจ้าของแล้วก็ต้องกังวลเป็นธรรมดารึเปล่า?”
“ไม่จริงหรอก ถ้ามิลกี้กังวลจริงๆ คงไม่ทำแบบนี้แต่แรกแล้วแหละ”
“รู้ทัน...” มิยูกิขยับตัวขึ้นไปจูบอีกคนที่ยังคงลูบหัวเธออยู่ ทำให้คนๆนั้นหยุดมือแล้วขยับหน้ามารับริมฝีปากของอีกคน ก่อนจะพลิกตัวขึ้นคร่อมมิยูกิอีกครั้ง
“มิลกี้...ไม่รีบไปไหนใช่ไหม?”
“ถ้ารีบไปไหน คงไม่มาโรงแรมด้วยตั้งแต่แรกหรอก...” มิยูกิส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้อีกคนก่อนจะใช้ทั้งสองมือรั้งคอคนตรงหน้าให้เข้ามาชิดตัวเธอมากขึ้นแล้วกระซิบไปเบาๆที่ข้างหูของเขา “อีกรอบไหมล่ะ?”
“หืม มากกว่ารอบเดียวได้ไหมคะ?” จูรินะยกมุมปากขึ้นก่อนจะบดริมฝีปากของตัวเองลงไปกับอีกคนที่กำลังรอลิ้มรสของมันอยู่ด้วยความกระหาย
.
.
.
“นี่ๆ ซาจัง รู้รึยัง” มาโกะเลื่อนเก้าอี้ของตัวเองเข้ามาใกล้รุ่นน้องก่อนจะพูดเบาๆให้พอได้ยินกันแค่สองคน “เมื่อวานมีคนเห็นอ.จูกับอ.มิยูกิเดินออกจากโรงแรมด้วยกันแหละ”
“เอ๊ะ!” คนที่เพิ่งได้รับข่าวอุทานออกมาด้วยความตกใจ “อ.มิยูกิ คณะนิเทศน์น่ะหรอคะ?”
“ใช่ๆ เห็นเค้าว่าเดินควงแขนกันออกมาชิลๆเลยล่ะ” มาโกะหันซ้ายหันขวาก่อนพูดต่อ “ไม่ใช่ว่าอ.จูมีแฟนอยู่แล้วหรอ?”
“ก็...มีแล้วนะคะ”
“แต่อ.มิยูกิแซ่บอ่ะ เข้าใจอ.จูอยู่เหมือนกันนะเรื่องนี้” มาโกะยกมือขึ้นกอดอกแล้วพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยกับคำพูดของตัวเองที่เพิ่งเอ่ยออกมา
นานะซึ่งเดินมาจากไหนไม่รู้เอาไม้บรรทัดพลาสติกตีเข้าไปที่หัวคนปล่อยข่าวทันที
“โอ๊ย ไรวะ”
“แกเล่าอะไรแปลกๆให้ซาจังฟังใช่ไหม?”
“เปล่านะ แต่เล่าเรื่องที่ได้ยินมาเฉยๆ”
“ได้ยินอะไรมาอย่างงั้นหรอมาโกะจัง?” เจ้าของเสียงเดินเข้ามาในห้องพร้อมสาวสวยอีกคนหนึ่งที่ควงแขนเขาอยู่ ไม่บอกก็รู้ว่าสถานะของทั้งคู่นั้นคงจะไม่ใช่แค่เพื่อนแน่นอน
“เอ่อ...ก็...เรื่องพี่มิรุประธานชมรมเชียร์น่ะค่ะ แซ่บม้ากมาก” มาโกะรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่เจ้าตัวจะรู้ว่ากำลังพูดถึงเขาอยู่
“เอ๋ มิรุประธานชมรมเชียร์งั้นหรอ?” จูรินะส่งยิ้มให้มาโกะหลังพูดจบก่อนจะโดนคงข้างตัวฟาดเบาๆด้วยฝ่ามือ “อ้อ ลืมแนะนำเลย ทุกคน นี่ฮารุกะ แฟนฉันเอง” ฮารุกะก้มหัวน้อยๆเพื่อแสดงการทักทายต่อเด็กๆอีกสามคนที่ยังนั่งมึนๆอยู่ในห้อง
“พอดีวันนี้พารุจัง เอ้อ...ฮารุกะเลิกงานเร็ว เลยจะมารอฉันที่นี่น่ะ คงไม่ว่าอะไรใช่ไหม?”
“ใครจะว่าอะไรล่ะคะ พามาแล้วนี่นา” มาโกะพูดกวนๆก่อนจะโดนนานะเขกกะโหลกอีกรอบ “เจ็บน้านาจัง”
“สมน้ำหน้า ชอบพูดไปเรื่อย”
“พารุจัง นั่งรอตรงนั้นก็ได้นะ” จูรินะชี้ไปยังที่นั่งข้างหน้าต่างใกล้ๆกับที่ซากุระนั่งวาดรูปอยู่ประจำ “ตรงนั้นลมดี วิวก็สวยด้วย”
“อื้ม” ฮารุกะตอบรับแค่นั้นก่อนจะเดินไปนั่งข้างหน้าต่างแล้วมองออกไปข้างนอกอย่างเงียบๆ
“จะพาแฟนมาอวดเราหรอคะ?” มาโกะส่งยิ้มกวนประสาทใส่อาจารย์ของเธอ “รู้ค่ะว่าแฟนสวย แต่ไม่ต้องอวดก็ได้นะคะ”
“ไม่ได้อวดนะ พารุจังอยากจะมาดูว่าวันๆฉันทำอะไรบ้างแค่นั้นเอง”
“เพราะปกติอ.จูชอบอู้รึเปล่าคะ แฟนเลยสงสัย” พูดจบทั้งมาโกะและจูรินะก็หัวเราขึ้นมาพร้อมๆกัน
.
.
.
“เธอชอบวาดรูปท้องฟ้างั้นเหรอ?” ในขณะที่ซากุระกำลังนั่งวาดรูปตรงที่ประจำของเธอ ผู้หญิงอีกคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆก็ถามขึ้นมา
“ค่ะ” ซากุระหันไปมองหน้าคนถามแล้วตอบกลับไปสั้นๆ ก่อนจะหันกลับมาวาดรูปต่อด้วยความรู้สึกประหลาด
ก็เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เธอเพิ่งถูกแฟนของผู้หญิงคนนี้ขโมยจูบไปนี่นา จริงๆจะว่าแบบนั้นก็ไม่ถูก เขาอาจจะไม่ได้ขโมยมันไป แต่เพราะเธอเต็มใจ...เต็มใจที่จะมอบมันให้กับเขาเอง เพราะงั้น เธอถึงต้องแบกความรู้สึกภายในใจไว้มากมายในตอนนี้ ตอนที่เจ้าของร่างกายและหัวใจของเขามานั่งอยู่ใกล้ๆ
“ปกติจูรินะทำอะไรบ้างงั้นหรอ?” ฮารุกะเริ่มชวนคนตรงหน้าคุยอีกครั้ง
“อ้อ ก็ เข้ามาช่วยดูแลชมรม แล้วก็สอนเทคนิควาดรูปทั่วไปน่ะค่ะ”
“งั้นหรอ...นึกว่าจะเอาแต่จีบสาวซะอีก” หลังซากุระได้ยินประโยคเมื่อครู่ก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เธอคนนี้รู้หรือเปล่านะ หรือว่ามันเป็นแค่ประโยคบอกเล่าทั่วไปเท่านั้น
“เอ่อ โทรศัพท์ของคุณสั่นหรือเปล่าคะ หนูได้ยินเสียงน่ะค่ะ” หลังจากเกิดความเงียบจนอึดอัดอยู่สักพัก ซากุระก็รู้สึกขอบคุณใครก็ตามที่โทรหาฮารุกะ ทำให้คนตรงหน้านั้นเลิกจ้องเธอแล้วรับโทรศัพท์ทีกำลังสั่นอยู่
“ค่ะ ว่าไงคะคุณพ่อ ค่ะ ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูจะออกไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” ฮารุกะพูดจบก็เดินไปหาจูรินะที่กำลังแนะนำนานะและมาโกะอยู่ “จูรินะซัง พอดีวันนี้ฉันมีธุระด่วน ต้องรีบกลับบ้าน คุณกลับบ้านเองได้ใช่ไหมคะ?”
“เอ๋ งั้นหรอ?” จูรินะเงยหน้าขึ้นมาจากกระดานวาดรูปของเด็กๆก่อนตอบกลับไป “ได้สิคะ พารุจังไม่ต้องเป็นห่วงนะ แล้วคืนนี้จะกลับมาค้างที่ห้องฉันรึเปล่าคะ?”
“น่าจะไม่ได้กลับหรอกค่ะ ธุระคุณพ่อน่าจะนาน”
“โอเคค่ะ งั้นกลับดีๆนะคะ” จูรินะโบกมือลาฮารุกะที่หยิบกระเป๋าสะพายของตัวเองขึ้นพาดบ่าแล้วเดินออกจากห้องไป
.
.
.
“ซากุระจังกับมาโกะช่วยฉันหิ้วบอร์ดพวกนี้ไปไว้ที่ห้องพักครูหน่อยได้ไหมคะ?” จูรินะชี้ไปยังบอร์ดงานเก่าๆของนักศึกษาที่เคยเขียนเอาไว้ “ฉันคงยกไปคนเดียวไม่ไหวน่ะค่ะ”
“ได้ค่ะ” ซากุระและมาโกะช่วยกันหยิบบอร์ดคนละครึ่งก่อนจะยกเดินตามจูรินะไปยังห้องพักครู เมื่อจูรินะเดินเข้ามาในห้องพักครู ก็เห็นว่ามีเพียง คาชิวากิ ยูกิ คนเดียวที่นั่งอยู่ในนั้น
“เดี๋ยวซากุระจังกับมาโกะเอาบอร์ดวางไว้บนโต๊ะนี้เลยนะคะ”
“งั้นหนูสองคนขอตัวก่อนนะคะ”
“ซากุระจัง อย่าเพิ่งไปค่ะ เดี๋ยวฉันฝากของให้รุ่นพี่ซัชชี่นิดนึง นั่งรอที่โต๊ะฉันแป็ปนึงก่อนนะคะ”
“ได้ค่ะ” ซากุระตอบก่อนจะหันไปโบกมือให้มาโกะที่กำลังบ้ายบายเธอแล้วเดินออกจากห้องไป
“เลิกกิจกรรมชมรมแล้วเหรอจูรินะ” ยูกิที่นั่งทำงานอยู่ถามขึ้นมา
“ค่ะ เพิ่งเลิกเลย” คนถูกถามพูดก่อนเดินไปยืนด้านหลังยูกิแล้วก้มหน้าลงจนแก้มของทั้งสองคนเกือบจะแตะกัน “ยูกิรินทำเอกสารอะไรอยู่เหรอคะ?”
“ก็ควิซที่จะต้องใช้พรุ่งนี้น่ะ ทำเสร็จนานแล้ว แต่เอามาทวนอีกทีเพื่อความแน่ใจ”
“หืม ขยันจังเลยนะคะ” จูรินะหันไปยิ้มให้อีกคนที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง ซากุระสาบานได้ว่าเธอเห็นปากของจูรินะจุ๊บลงไปที่แก้มของยูกิ แต่คนที่โดนหอมกลับไม่ได้มีท่าทีอะไร ซากุระจึงเดาว่าตัวเธอคงตาฝาดไปเอง
จูรินะเดินกลับมาที่โต๊ะตัวเองก่อนจะเปิดลิ้นชักหาของที่ต้องการฝากไปให้ซาชิฮาระตามที่ได้บอกซากุระเอาไว้
“เอ๊ เอาไปวางไว้ไหนน้า” ขณะที่จูรินะกำลังก้มหน้าก้มตาหาของอยู่ ยูกิก็น่าจะทำงานเสร็จพอดี เธอจึงหยิบกระเปาสะพายแล้วลุกเดินมาหาคนที่กำลังก้มหน้าก่อนที่จะเอานิ้วชี้เรียวสวยของตัวเองลากไปเบาๆที่ไหล่ของอีกคน ซากุระได้แต่แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าที่กำลังเกิดขึ้น
“เรื่องนัดของเราล่ะ ว่ายังไงคะ?” จูรินะหยุดหาของก่อนเงยหน้าขึ้นมาตอบอีกคนเบาๆ
“คืนนี้ก็ได้ค่ะ ถ้าหากยูกิรินไม่ติดอะไร”
“ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้น คืนนี้เจอกันนะคะ” พูดจบยูกิก็เดินออกจากห้องไป ปล่อยให้ซากุระจมอยู่กับบทสนทนาของทั้งสองเมื่อสักครู่
“อ๊ะ เจอแล้ว” จูรินะยื่นกระเป๋าสตางค์ใบเล็กให้ซากุระที่กำลังก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเองอยู่ “อ่ะนี่ คราวก่อนรุ่นพี่ลืมมันไว้กับฉันน่ะค่ะ ขอโทษทีนะ ฝากซากุระจังไปคืนให้หน่อยนะคะ”
“ค่ะ”
“แล้วก็...” จูรินะจับคางของซากุระแล้วยกขึ้นเพื่อให้อีกคนมองเห็นดวงตาของเธอ “เรื่องนี้น่ะ...” คนพูดเอานิ้วชี้ของอีกมือที่ว่างอยู่แตะลงไปเบาๆบนปากของเด็กสาว “ห้ามเอาไปบอกใครนะคะ” จูรินะยกนิ้วชี้ออกมาจากปากของซากุระก่อนจะเอามาวางแนบไว้ที่ริมฝีปากของตัวเองแล้วจูบเบาๆให้เด็กสาวตรงหน้าเห็น
“ค่ะ” ซากุระรู้สึกว่าหน้าของเธอเห่อร้อนขึ้นเพราะการกระทำของคนที่เห็นตรงหน้า เธอจึงรีบลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้องนั้นทันที โดยที่ไม่ทันได้เห็นว่าจูรินะนั้นกำลังยืนยิ้มอยู่ด้านหลัง
.
.
.
“อีกแล้วอ่ะ!” เป็นมาโกะนั่นเองที่เริ่มบทสนทนาขึ้นระหว่างที่สมาชิกชมรมทั้งสามกำลังกางขาตั้งวาดรูป
“คราวนี้อะไรอีก?” นานะทำเสียงเบื่อหน่ายใส่เพื่อนของเธอ
“เมื่อวาน” มาโกะเงียบไปสักพักก่อนพูดต่อ “จูริเห็นอ.จูกับอ.ยูกิเดินเข้าไปในโรงแรมด้วยกัน”
“จะบ้าหรอวะ” นานะพูดขึ้นมา “อ.จูเค้ามีแฟนแล้ว เค้าจะไปโรงแรมกับคนอื่นทำไมวะ จูริตาฝาดละม้างงงง เนอะซาจัง”
“อะ...ค่ะ” ซากุระตอบกลับไปเบาๆ เพราะเธอรู้คำตอบนั้นดีอยู่แก่ใจ แต่คงจะพูดมันออกไปไม่ได้อยู่แล้ว
“เอ้า สามคนนี้ จับกลุ่มคุยอะไรกันล่ะเนี่ย?” จูรินะนั่นเองที่เดินเข้ามากลางวง ทำเอามาโกะทำหน้าเลิกลั่ก สุดท้ายเป็นซากุระที่หาข้อแก้ตัวให้รุ่นพี่ของเธอ
“ไม่มีอะไรค่ะ อ.จูรินะ พี่มาโกะแค่อยากได้พู่กันใหม่ ก็เลยถามว่าร้านไหนมีให้เลือกเยอะๆบ้างน่ะค่ะ”
“เอ้ออออ จริงค่ะ”
“อ้าว ไม่ถามฉันล่ะ แนะนำให้ได้เลยนะ” จูรินะล้วงหยิบมือถือในกระเป๋ากางเกงตัวเองขึ้นมาก่อนจะกดเปิดลิ้งค์ของร้านเครื่องเขียนที่เขารู้จักให้เด็กทั้งสามคนดู “นี่ ร้านนี้ ราคาดีแล้วก็มีให้เลือกเยอะ”
“โอ้ว เยี่ยมไปเลยค่ะ” นานะทำตาโตก่อนจะหยิบกระดาษและปากกาขึ้นมาจดชื่อร้านเอาไว้ ก่อนที่โทรศัพท์ของจูรินะจะสั่นและขึ้นว่าคนที่โทรเข้ามาคือ
“พารุจัง...อ๊ะ แปปนะ” จูรินะกดรับโทรศัพท์ทันที “ค่ะพารุจัง เอ๋ อีกแล้วหรอคะ ค่ะ ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา ไม่ต้องห่วงนะคะ” หลังกดวางหูก็หันมาทำหน้าเศร้าใส่เด็กทั้งสามคน “เศร้าจัง วันนี้ต้องกลับบ้านเองอีกแล้วแหละ”
“หืม สมน้ำหน้านะคะ” มาโกะพูดขึ้นมา แต่ก็โดนนานนะเบิ้ดกะโหลกทันที
“อ.จูอย่าไปสนใจคนบ้าเลยค่ะ”
“ฮ่าๆๆๆ ไม่หรอกๆ ก็น่าสมน้ำหนาจริงๆนั่นแหละน้า” จูรินะพูดจบก็หันหลังเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวที่ห่างออกไปก่อนกดโทรศัพท์ด้วยสีหน้าจริงจัง ซากุระเห็นคนตรงหน้าแลบลิ้นออกมาเลียปากตัวเองช้าๆก่อนจะยิ้มออกมาแล้วยัดโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงตามเดิม
.
.
.
วันนี้ซากุระไม่ได้กลับบ้านพร้อมนาโกะอย่างเคย เพราะออกมาร้านอุปกรณ์ที่จูรินะได้แนะนำพร้อมมาโกะและนานะ แต่เพราะไม่เคยมาร้านนี้มาก่อน จึงทำให้ทั้งสามคนหลงทางเล็กน้อย กว่าจะถึงร้านก็เย็น กว่าจะซื้อของเสร็จอีก ดังนั้นตอนที่ทุกคนตัดสินใจแยกย้ายกันกลับบ้านท้องฟ้าก็มืดแล้ว
ซากุระเดินไปตามทางเรื่อยๆเพื่อไปยังสถานีรถไฟ ก่อนจะเห็นแผ่นหลังคุ้นๆที่เดินอยู่ด้านหน้า ถ้าจำไม่ผิด คนที่เดินอยู่ด้านหน้าของเธอคือจูรินะ ซึ่งกำลังเดินควงแขนกับผู้หญิงอีกคนนึงอยู่ ใครกันน่ะ...
สักพักผู้หญิงคนนั้นก็หันข้างเพื่อคุยกับจูรินะ ซากุระจึงได้เห็นว่าคนๆนั้นก็คือรุ่นพี่มิรุของชมรมเชียร์ที่มาโกะเคยพูดถึงนั่นเอง
.
.
.
ตอนนี้มีความคิดมากมายตีกันอยู่ในหัวของซากุระเต็มไปหมด เธอควรจะทำอย่างไรต่อ ควรจะทำเป็นไม่เห็นไหม? หรือว่าควรจะเข้าไปห้าม หรือควรจะทำอย่างไรดี?
ถ้าทำเป็นไม่เห็น แล้วความถูกต้องล่ะ ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าคนตรงหน้ากำลังนอกใจฮารุกะซัง เธอจะปล่อยไปได้อย่างงั้นเหรอ
แล้วถ้าจะเข้าไปห้าม ตัวเธอมีสิทธิ์พอที่จะไปห้ามอย่างนั้นเหรอ เธอเป็นอะไรกับเขารึก็เปล่า แถมถ้าหากทั้งสองคนเต็มใจที่จะทำแบบนี้ก็ไม่ใช่กงการอะไรของเธอที่จะเข้าไปสอด
แต่ว่า เธอคงแกล้งทำเป็นไม่เห็นไม่ได้ นั่นก็เพื่อความถูกต้อง
เพื่อความถูกต้องจริงๆน่ะเหรอ?
ทั้งๆที่ตัวเธอเองก็ไม่ได้ต่างจากรุ่นพี่คนนั้น เธอเคยปล่อยให้เขาได้รับจูบแรกของเธอไป ทั้งๆที่ตอนนั้นเธอก็รู้ว่าเขามีคนรักอยู่แล้ว แล้วเธอยังจะกล้าคิดว่าทำเพื่อความถูกต้องได้อย่างไร ในเมื่อไม่ว่าจะคิดยังไง มันก็ไม่มีอะไรที่ถูกต้องสักอย่าง
แต่สุดท้ายซากุระก็เร่งฝีเท้าตัวเองขึ้นเพื่อเดินให้ทันทั้งสองคนตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยปากเรียกชื่ออาจารย์ของตัวเองออกไป
“อ.จูรินะคะ” หลังถูกเรียกชื่อ ทั้งสองคนที่อยู่ด้านหน้าชะงักเล็กน้อย ก่อนจะผละตัวแยกออกจากกัน มิรุหันกลับมามองและรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าคนตรงหน้าที่เรียกจูรินะนั้นคือรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยของตัวเอง
“ถ้าอย่างนั้น ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ” มิรุหันไปส่งยิ้มบางๆให้จูรินะก่อนจะเดินไปทางสถานีเพื่อขึ้นรถไฟกลับบ้าน ส่วนจูรินะก็ทำได้แค่พยักหน้าแล้วโบกมือลาอีกคนเท่านั้น
“อะไรกัน ซากุระจัง ตามฉันมางั้นหรอ?”
“เปล่านะคะ ฉันแค่มาร้านเครื่องเขียนที่คุณแนะนำเมื่อเย็นต่างหากค่ะ” ซากุระยังคงรู้สึกสับสนกับความคิดมากมายในใจ เธอจึงเลือกที่จะไม่มองหน้าอีกคนขณะที่คุยกัน
“อะไรกันคะซากุระจัง” จูรินะใช้มือขวาของเธอวางลงไปเบาๆที่แก้มใสของอีกคน “คุยกันอยู่ไม่คิดจะมองหน้าฉันหน่อยเหรอคะ?”
“...”
“เฮ้อ ไม่เป็นไรค่ะ ตามใจซากุระจังแล้วกัน” จูรินะพูดจบก็ถอนมือออกจากแก้มของอีกคนที่ตอนนี้เริ่มอุ่นๆขึ้นมา “แล้วซากุระจังจะรับผิดชอบยังไงคะเนี่ย?”
“เรื่องอะไรคะ?” ซากุระเงยหน้าขึ้นมามองหน้าจูรินะด้วยความสงสัย
“ก็คืนนี้” คนพูดส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เธอ “ฉันพลาดไปซะแล้ว ซากุระจังจะรับผิดชอบยังไงคะ?”
ซากุระเพิ่งเข้าใจว่าคนตรงหน้าหมายความว่าอย่างไร สิ่งเหล่านั้นมันทำให้เธอหน้าแดงและความคิดก็กระเจิดกระเจิงขึ้นมา ซากุระจึงทำได้เพียงก้มหน้าลงมองไปที่พื้นเท่านั้น
“อะไรกัน ซากุระจังรับผิดชอบไม่ได้แบบนี้ สงสัยฉันต้องไปหาใหม่แถวนี้แล้วมั้งคะ” จูรินะพูดจบก็ค่อยๆหันหลังกลับ ในขณะที่กำลังจะเดินออกไปเขาก็รู้สึกได้ว่ามีมือเล็กๆกำลังออกแรงดึงชายเสื้อเขาอยู่ เมื่อเขาหันกลับมามองก็เห็นว่าซากุระนั่นเองคือคนที่ดึงชายเสื้อของเขาไว้
“...นะคะ”
“เอ๊ะ อะไรนะคะซากุระจัง?”
“ทำแบบนั้นไม่ได้นะคะ”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ?”
“เพราะมัน...” ซากุระกัดฟันพูดคำนั้นออกไป คำที่ทำให้ใจของเธอรู้สึกหนักไม่แพ้กัน “มันผิดกับฮารุกะซังน่ะสิคะ”
“เอ๋ งั้นหรอคะ?” จูรินะยิ้มน้อยๆให้กับคำตอบของอีกคน
“ใช่ค่ะ คุณจะทำผิดกับฮารุกะซังมากกว่านี้ไม่ได้นะคะ”
“มากกว่านี้ไม่ได้” จูรินะใช่นิ้วชี้ของเขาดันคางของคนตรงหน้าขึ้นมาเพื่อให้ซากุระเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขา “แปลว่าถ้าไม่มากไปกว่านี้ก็ได้งั้นเหรอคะ?”
“ไม่ได้หมาย...” ซากุระยังไม่ทันพูดจบประโยคก็โดนคนตรงหน้าสั่งให้หยุดพูดด้วยการประกบปากลงมาที่ริมฝีปากของเธอ คราวนี้มันไม่ใช่การจูบแบบเอาริมฝีปากแตะกันแบบคราวก่อน เธอรู้สึกได้ถึงลิ้นของเขาที่พยายามจะเข้ามาในปากของเธอ
ไม่รู้ว่าเพราะคนตรงหน้าเทคนิคแพรวพราว หรือเพราะเธอเองที่ยอมเผลอใจ ในที่สุดเธอก็ได้ลิ้มรสชาติแอลกอฮอล์บางๆที่คนตรงหน้ามอบให้พร้อมลิ้นของเขา ซากุระพยายามเอากำปั้นทุบคนตรงหน้า แต่ในที่สุดกำปั้นนั้นก็หยุดทำงาน เปลี่ยนจากการทุบ กลายเป็นกำเสื้อของคนที่จูบเธอเอาไว้แน่น เธอรู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงค่อยๆหดหายไป และรสชาติของแอลกอฮอล์ที่ได้รับมอบมานั้นก็หวานขึ้นมากทุกที
จูรินะถอนริมฝีปากออกจากอีกคนแล้วยิ้มให้กับอาการหอบหายใจของคนตรงหน้า น่ารักซะจริง
“ครั้งแรกเหรอคะ?” อันที่จริงคงไม่จำเป็นต้องถาม เพราะเขารู้อยู่แล้ว แต่ก็แค่อยากจะรู้เพิ่มว่าเด็กสาวตรงหน้าจะมีปฏิกริยาอย่างไรกับคำถามแบบนี้ ซากุระก้มหน้าเอาหัวของเธอซบลงไปที่อกของคนโตกว่าก่อนจะกำเสื้อของเขาแน่นยิ่งขึ้นเพื่อเป็นคำตอบ จูรินะยิ้มเล็กน้อยก่อนจะใช้มือของเธอกอดเด็กสาวตรงหน้าไว้แล้วก้มลงไปกระซิบที่ข้างๆหูของเธอ
“วันนี้ฮารุกะค้างที่บ้าน ซากุระจังไปนอนที่ห้องฉันแล้วกันนะคะ” จูรินะโอบเด็กสาวตรงหน้าแล้วเดินไปเรียกแท็กซี่ ซึ่งซากุระเองก็ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนแต่อย่างใด เธอเพียงแค่ปล่อยตัวเองให้เขาพาเดินไปเงียบๆเท่านั้น
ความถูกต้องอะไรกัน
เพื่อฮารุกะซังอะไรกัน
สุดท้ายเธอก็ทำเพื่อตัวเอง ก็แค่ทนเห็นเค้าไปกับคนอื่นไม่ได้
สุดท้ายเธอเองนั่นแหละ ที่ทำให้เรื่องนี้ไม่ถูกต้อง
คนอย่างเธอ ไม่ควรจะคิดเรื่องความถูกต้องตั้งแต่แรกแล้ว
มันก็แค่ข้ออ้าง ข้ออ้างที่ทำให้เธอได้เป็นเจ้าของเขาในคืนนี้...
.
.
.
TBC
SHARE
Written in this book
#หมดแก้ว
Love is just like a song
Writer
Purrjurr
Freelancer
Nothing much about me. Just a normal human being that love to write, read and draw. Want to talk more on nonsense thing? Sure, go to twitter : purrjurr

Comments