ถึงเวลาก็ต้อง..กางปีกบิน
เสาร์ที่22 ธันวาคม 2561เวลา19.00น. โดยประมาณ ฉันและครอบครัวอยู่ ณ ใจกลางเมืองหลวง ' กรุงเทพฯ ' เสมือนเมืองที่ไม่เคยหลับใหล พวกเราขับรถมาจากทางใต้กว่าสิบชั่วโมงเพื่อหาที่พัก. ฉันกำลังจะเริ่มงานในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ทั้งน่าตื่นเต้นและน่าใจหายในเวลาเดียวกัน รู้สึก..เวลาเดินเร็วเหลือเกิน..

ครั้งแรกที่ได้เห็นห้องพัก ฉันแทบจะร้องไห้ ไม่สิ ใช้คำว่าเบะปากแล้วน้ำตาไหลอย่างไม่อายเจ้าของหอเลยดีกว่า ห้องโล่งๆที่มีเพียงเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องเขียน ความว่างเปล่านั้นนำพาความรู้สึกเหงาที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ ฉันหันไปบอกพ่อว่าอยากกลับบ้าน ไม่ทำงานแล้วได้ไหม แต่พ่อบอกให้ฉันอดทน จะได้ไม่ต้องบ่นว่าพ่อไม่ยอมให้มา ถึงตรงนี้ก็นึกขึ้นได้ มันเป็นเพราะคำพูดและความต้องการของฉันเองไม่ใช่หรือ? ครั้งนึงช่วงว่างงาน ฉันมีสัมภาษณ์งานที่กรุงเทพฯ แต่พ่อไม่อนุญาตให้ขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าฉันจะอยู่ไม่ได้ ฉันรบเร้าพ่อเรื่องการทำงานในกรุงเทพอยู่เรื่อยมา จนวันที่ฉันได้งานนี้พ่อก็อนุญาต..
ฉันเริ่มตั้งสติและเรียนรู้ว่า คนเราเปรียบเหมือนนก ตอนเป็นลูกนก พ่อแม่จะคอยปกป้องและหาอาหารให้ เมื่อโตขึ้นก็ต้องหัดกางปีกและฝึกบินหาอาหารเพื่อความอยู่รอดด้วยตัวเอง คนเราก็เช่นกัน เติบโตขึ้นก็ต้องเผชิญกับโลกกว้างด้วยตัวเอง  ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ จนแข็งแกร่งและพร้อมที่จะบินได้ด้วยปีกของตัวเองเข้าสักวัน.

.. ฉันหวังว่ามันจะเป็นการเริ่มต้นชีวิตที่ดี .. 
SHARE

Comments