สุขภาพร่างกายนั้นสำคัญมาก
ตั้งแต่เด็กๆ ฉันไม่เคยป่วยจนต้องนอนรพ. เลยสักครั้งเดียว

เพราะอย่างนั้นฉันเลยคิดว่าตัวเองค่อนข้างแข็งแรงและสุขภาพดีไม่น้อย

เลยจัดการสวาปามทุกอย่างแบบตามใจปากไปซะหมด

แต่ละอย่างช่างเป็นอะไรที่ “มีประโยชน์ต่อร่างกาย” ยิ่งนัก (ประชด) 

ขนมขบเคี้ยว น้ำอัดลมและมาม่า เป็นสามสิ่งที่ฉันขาดไม่ได้

ว่างเป็นต้องกิน มีให้กินก็กินมันทุกวัน

อีกอย่างที่ชอบมากไม่ว่าใครจะเขี่ยทิ้ง

ฉันก็จะต้องจับยัดเข้าปาก สิ่งนั้นก็คือเนื้อติดมัน (มันอย่างเดียวทั้งชิ้นก็กินนะ)

เพราะถือว่าตัวเองเป็นคนตัวเล็ก กินยังไงก็ไม่อ้วน (ลืมนึกไปว่าไขมันอาจจะจุกอกตายได้)

ส่วนของที่ไม่มีประโยชน์อย่าง “ผัก” และ “น้ำเปล่า”

ฉันไม่เคยคิดจะกิน 

น้ำเปล่าจะกินทำไมในเมื่อก็กินน้ำอัดลมแทนน้ำเปล่าไปแล้ว 

เหอะๆ ช่างไม่กลัวตาย

นอกจากนี้คือฉันเป็นพวกกินและไม่ออกกำลังกาย (ก็ไม่อ้วนอะจะออกทำไม)

ทำให้บ่อยครั้งแค่ทำอะไรนิดๆ หน่อยๆ ก็หอบเอาได้ง่ายๆ

เมื่อก่อนฉันไม่กลัวหรอกความตายน่ะ

มนุษย์เราทุกคนเกิดมาก็ต้องตาย ก่อนตายขอทำ ขอกินตามใจปากตัวเองหน่อยไม่ได้เลยหรอ?

แต่ตอนนี้ฉันชักเริ่มกลัวขึ้นมาแล้วเมื่อร่างกายฉันเริ่มแสดงอาการหลายๆ อย่างออกมา 

เอาที่เบสิกที่สุดก็คือ... การถ่ายยาก

คือกินแต่ละอย่างดีๆ ทั้งนั้นนนนนน แถมไม่ถ่ายอีก 

พอดีแหละ ลำไส้เน่า!!! เฮ้อออ

ยิ่งเมื่อเห็นคนใกล้ตัวป่วยเป็นเบาหวาน ไขมันอุดตัน ไต ฯลฯ ฉันก็เริ่มกลัวตัวเองจะอายุสั้นและเริ่มคิดได้...

ว่า “การตาย” กับ “การทุกข์ทรมานจากการเป็นโรคก่อนตาย” มันต่างกันโว้ยยยยยยย

ถ้าการนอนรพ. ครั้งแรกในชีวิตของฉันมันกลายเป็นข้ามขั้นไปนอนห้องดับจิตเลยมันคงจะแย่แน่ๆ

เคยคิดมาตลอดนะว่าฉันรักตัวเองเป็นอันดับ 1

แต่เปล่าเลย... การทำแบบนี้ไม่ถือเป็นการรักตัวเองสักนิด โคตรโง่เลยต่างหาก

ตอนนี้ฉันเลยเริ่มปรับเปลี่ยนนิสัยการกินและการใช้ชีวิตของตัวเองบ้างแล้ว

เริ่มจากการกินน้ำอัดลมน้อยลง จากกินทุกวันก็ลดเหลือแค่ 2-3 วันครั้งและหันไปกินน้ำเปล่าแบบที่ควรจะกินแทน (8-10 แก้วต่อวัน)

จากการชอบกินมันก็เริ่มเขี่ยมันไปไว้ข้างจานบ้าง

จากการชอบกินมาม่า ขนมขบเคี้ยวก็หันไปเคี้ยวหมากฝรั่งหรือผลไม้แก้ปากว่างแทน

จากที่ไม่ออกกำลังกายเพราะคิดว่าไม่จำเป็นฉันก็เริ่มใช้ลู่วิ่งให้เกิดประโยชน์หลังจากปล่อยร้างมานาน (ถึงจะวิ่งได้ 10-15 นาทีแล้วเหนื่อยโคตรๆ ก็เถอะ)

ถึงมันจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นเล็กๆ เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่ฉันก็ถือว่าตัวเองเริ่มทำมันแล้ว 

แม้ที่ผ่านมาฉันใช้ชีวิตอย่างไม่รักร่างกายตัวเอง

แต่ฉันก็ยังไม่อยากตายตอนอายุ 24

หวังว่าวันนี้ที่ฉันได้ “เริ่มเปลี่ยนแปลง” มันจะยังไม่สายเกินไป

ยังไงก็ดูแลสุขภาพตัวเองกันด้วยนะคะ








SHARE

Comments