สัญญาณที่ขาดหาย
ในเมืองใหญ่ที่มีผู้คนคราคร่ำ เต็มไปด้วยแสงสีมากมาย มีสิ่งมีชีวิตตนหนึ่ง เดินท่องไปอย่างไม่รู้ทิศทางเพียงลำพัง อาจไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะพบเห็นสิ่งนี้ในที่อื่นๆ แต่ภายในเมืองประกายดาวแห่งนี้ ไม่เคยมีใครเดินเพียงลำพัง สิ่งนี้จึงเป็นเรื่องประหลาดและกลายเป็นจุดสนใจของผู้พบเห็น เมืองที่เรากำลังกล่าวถึงกันอยู่นี้ อยู่ห่างไกลออกไปจากโลกเราอีก(แล้ว)เช่นกัน สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ที่นี่อาจไม่ใช่มนุษย์ แต่ถึงอย่างไรก็การเรียกสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์นี้ว่าคน ก็คงจะไม่ผิดอะไรนัก กิจวัตรของชาวดาวเคราะห์นี้ก็ดำเนินไปเหมือนอย่างที่ชาวโลกของเราทำๆ กันนั่นแหละ 

ค่ำคืนนี้เป็นงานเทศกาลประจำเดือน เป็นวันที่ผู้คนออกมาดื่มฉลอง จับจ่ายใช้้สอยกันจนเช้า 
มอร่าออกมาเดินลำพัง ด้วยความรู้สึกว้าเหว่ เธอไม่สนใจว่าบรรยากาศรอบข้างจะเป็นอย่างไร เธอรู้เพียงแต่ในใจสุดชอกช้ำ 
เพราะอะไรน่ะหรือ? 
นั่นน่ะสิ ตัวเธอเองก็ลืมไปแล้ว เธอจมอยู่กับความทุกข์ที่ไม่มีต้นสายปลายเหตุ หรืออันที่จริงอาจจะมี แต่มันก็เกิดขึ้นนานมากเสียจนเธอจำไม่ได้แล้ว ความทุกข์ ความอ่อนล้า และความเศร้าโศกเป็นเหมือนเพื่อนคู่ใจมอร่ามานานแสนนานแล้ว เธอเสพติดความช้ำตรม ที่วันนี้เธอออกมาเดินข้างนอก ก็เพื่อที่จะเพิ่มความช้ำให้ตัวเองนี่แหละ
"ช่างน่าเศร้าอะไรแบบนี้ ฉันอยู่คนเดียว ดูคนอื่นๆ เขาสิมีเพื่อนฝูง คนรักรายล้อมรอบตัว ฉันอยู่ตัวคนเดียว น่าเศร้าจริงๆ"
เธอเริ่มออกเดินไปอย่างไร้จุดหมาย แม้หลายคนจะผ่านเข้ามาทักทายเธอ เธอก็ไม่ได้สนใจ เรียกว่ามัวแต่จมปลักอยู่กับความคิดจนไม่รับรู้ น่าจะเป็นคำอธิบายที่ถูกต้องที่สุด 

วันนี้เป็นวันงานฉลองประจำเดือน ฉันเห็นหญิงคนหนึ่งท่าทางเศร้าสร้อยเดินผ่านหน้าร้านขายของของฉัน ดูดีๆ เธอคือมอร่า เพื่อนในวัยเด็กที่ไม่ได้พบนานหลายปี ฉันนึกว่าเธอย้ายไปเมืองอื่นแล้ว เพราะเพื่อนๆ ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันมาตลอดว่าไม่มีใครได้พบเธอเลย เธอดูเปลี่ยนไปมาก ต่างออกไปจากวันที่เราเคยเล่นสนุกด้วยกัน ทุกๆ เย็นเรามักจะเล่นเกมกรรไกร ค้อน กระดาษ เล่นไปเรื่อยๆ พร้อมออกเดินทุกครั้งที่ชนะเพื่อไปให้ถึงเส้นชัย ฉันจำได้เป็นอย่างดีว่ามอร่ามักจะชอบกางมือออก ให้เป็นรูปกระดาษในแทบจะทุกเกม มอร่าในวัยเด็กคิดว่าการกางมือออกเพื่อให้มันกว้างกว่าการกำมือเป็นค้อน และชูสองนิ้ว เพื่อให้กลายเป็นกรรไกร เป็นสิ่งที่เท่กว่าอะไรทั้งหมด เธอไม่เคยสนใจว่าเธอจะชนะหรือแพ้ ขอแค่ได้กางมือออกเท่านั้นก็สุขใจ
อย่างที่บอกว่าวันนี้มอร่าดูไม่เป็นคนเดิม เธอเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ฉันจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับช่วงเวลานานหลายปีที่ผ่านมานี้ 
เธอหายไปไหนมา? 
เธอกำลังจะไปไหน? 
คิดได้เพียงเท่านี้ฉันก็รีบเดินตรงเข้าไปหาเธอพร้อมกับกล่าวทักทาย
"ไง"
ดูเหมือนว่าเธอจะจำฉันไม่ได้ เพราะเธอไม่ตอบ ไม่มีแม้แต่เสียงเล็ดลอดออกจากปากเธอด้วยซ้ำ

ครั้งหนึ่งมอร่าเคยอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่มันนานแสนนานมาแล้วจนกลายเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็หลงลืม เหมือนกับที่เธอโดนทุกคนหลงลืมและทิ้งเอาไว้ข้างหลัง
มันเกิดขึ้นครั้งหนึ่งนานมาแล้วในสมัยที่ความสุขของเธอ คือการได้เล่นเกมค้อน กรรไกร กระดาษ เธอชอบการเคลื่อนไหวในขณะที่นิ้วทั้งห้ากางออกมาเป็นสัญลักษณ์ของกระดาษ สิ่งที่เธอชอบในเกมนี้ไม่ใช่การเอาชนะ นั่นทำให้เธอแตกต่างจากคนอื่น เพราะว่าไม่มีใครสามารถที่จะเข้าใจได้เลยว่าทำไมมอร่าถึงมีความสุขนัก ทั้งที่แพ้ในทุกตาที่เล่นเกม
รู้ตัวอีกทีเธอก็ถูกทุกคนทิ้งเอาไว้ข้างหลังเสียแล้ว
ในครั้งแรกมอร่าไม่เข้าใจเอาเสียเลย เธอออกตามหาเพื่อนกลุ่มใหม่ กลุ่มที่คุยกันถูกคอ กลุ่มที่เธอคิดว่าเขาจะเข้าใจความสุขของเธอ เธอพูดจากระชับสัมพันธ์ด้วยเสียงสดใส แรกๆ ก็ไปได้สวย 
มอร่าเข้ากับทุกคนได้เป็นอย่างดี แต่แล้วดูเหมือนว่าเสียงของเธอจะค่อยๆ แหบหาย 
ไม่มีใครได้ยินเธออีกต่อไปแล้ว
ไม่มีใครเห็นเธออีกแล้ว
ไม่มีใครรู้ว่าเธอมีตัวตนอยู่ตรงนั้น

เรื่องราวหลังจากนั้นก็วนซ้ำเหมือนเดิม เป็นวงจรที่เธอหนีไม่พ้น
มอร่าลืมไปแล้วว่าเธอเป็นใคร ความสุขของเธอคืออะไร 
แค่ไม่ลืมที่จะหายใจก็เก่งเท่าไรแล้ว
การมีชีวิตอยู่กลายเป็นเพียงสิ่งที่เธอต้องรับผิดชอบจนกว่าจะถึงวันหมดอายุขัย
แต่เรื่องราวในค่ำคืนนี้จะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป

SHARE
Writer
siarra
writer
dreamcatcher

Comments