#หลืบคณะ คืออะไร แล้วทำไมจึงสำคัญ
เออ แล้ว "หลืบคณะ" แม่งคืออะไรวะ ?

หลืบคณะ คือ คนที่ไม่ค่อยได้เข้าคณะ ไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมเกี่ยวกับคณะที่นอกจากการเรียน ไม่ได้สังกัดในชมรม ไม่ได้มีหน้ามีตาในสังคม เป็นคนส่วนใหญ่ที่"ไร้เสียง" ไม่ได้ถูกจดจำ 

ผมว่าหลายคนที่กำลังอ่านบทความนี้ เคยมีเพื่อนเป็นหลืบคณะ พวกเขามาคณะยามที่มาเรียนหรือสอบเท่านั้น หรือบางทีเวลาเราไปสอบ แล้วเจอคนไม่คุ้นหน้าจนนึกในใจว่า "ใครวะ นี่คนคณะกูหรอเนี่ย ?" หรือถ้าคุณเป็นหลืบคณะเอง คนที่ว่าก็อาจมองมาที่คุณแล้วคิดในใจว่า "ใครวะ นี่คนคณะกูหรอเนี่ย ?" เช่นกัญ 

ผมไม่ได้จะบอกว่า การเป็นหลืบคณะเป็นสิ่งเลวร้าย เราต้องมีมาตรการบังคับพวกหลืบทั้งหมดให้มาทำกิจกรรมคณะ แต่ผมว่าการมีอยู่ของหลืบคณะ ในสเกลที่เป็น "คนส่วนใหญ่" เป็นปัญหาเชิงระบบแบบหนึ่ง 

สำหรับผม โดยส่วนตัวคิดว่า เงินค่าเล่าเรียนที่เราจ่ายให้แก่มหาลัยนั้น เราไม่ได้แค่จ่ายไปเพื่อซื้อใบปริญญา ซื้อข้อมูลความรู้เท่านั้น 
แต่เราซื้อ สังคม,สภาพแวดล้อม,ความเป็นมหาลัยนั้นๆด้วย 


ผมว่ามีอีกหลายมหาลัยที่ไม่ได้ขายแค่ความเป็นเลิศทางวิชาการ หากแต่ขายความเป็นมหาลัยกิจกรรม มีสภาพแวดล้อมให้เราได้เรียนรู้อะไรได้มากกว่าแค่ "วิชาการ" 

ดังนั้น คุณไม่คิดว่ามันน่าเสียดายหรือ ที่มีคนหลายคนเข้ามาเรียนมหาลัยและจบออกไป โดยที่ไม่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้สิ่งต่างๆนอกห้องเรียนที่มีคุณค่า สำหรับหลายคนทีี่ผมรู้จัก กิจกรรมมหาลัยช่วยเสริมสร้างศักยภาพและขับเน้นสกิลของเขา สิ่งที่เขาชอบ มากกว่าตัววิชาที่เขาเรียนซะอีก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ปูทางไปสู่อาชีพ ทัศนคติ ความเป็นไปในชีวิตของเขาในอนาคตอีกด้วย 

สิ่งที่ผมต้องการจะบอก คือ การมีหลืบคณะเยอะ เป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข เป็นความไม่เท่าเทียมของสิทธิโอกาสในการเข้าถึงกิจกรรม ชมรง ชมรม ซึ่งผมกำลังพูดถึงในระดับ "รับหลักการ" ยังไม่ได้พูดถึง "การวางแผนเพื่อบรรลุในหลักการนั้น" 

ต้องขอบอกก่อนว่าไอเดียเรื่อง "หลืบคณะ" นั้น ผมไม่ได้เป็นคนคิดเอง หากแต่สมัยนึงของการเลือกตั้งกรรมการนศ.ของคณะผม เคยมีพรรคนึงยกประเด็นนี้ขึ้นมาเป็นนโยบาย แม้ว่าพรรคนั้นจะไม่ได้อธิบายอะไรเรื่อง "หลืบคณะ" มากและไม่ได้ชนะเลือกตั้ง แต่ผมว่าพวกเขาได้จุดประกาย ประเด็นที่มีความสำคัญแต่ถูกลืมเลือน ให้ฉายแสงออกมาจากความเงียบงันและมืดมิด 

ในประเด็นนี้ก็เคยมีคนโต้แย้งไว้ว่า 


คนที่เป็นหลืบคณะนั้น เขาเลือกที่จะไม่ทำกิจกรรมด้วยตัวของเขาเอง ดังนั้นเราควรช่าง(หัว)เขา เพราะเป็นสิทธิอันชอบธรรมในการเลือกของเขา 


เอ้อ เป็นข้อโต้แย้งที่ฟังดูสมเหตุสมผลดีใช่มั้ยครับ ?
แต่ผมว่า "ไม่" 

จากที่ผมเคยคุยกับคนที่พึ่งเปลี่ยนเป็นหลืบคณะไม่นานหลายคน ได้บอกว่าในตอนแรกนั้น พวกเขาอยาก "ลอง" เข้าไปทำกิจกรรมชมรม กิจกรรมคณะต่างๆมากมาย การสอบติดมหาลัยทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นกับ การจะได้เข้าไปทำกิจกรรมใหม่ๆ เจอเพื่อนใหม่ๆ ได้เข้าไป "หาความหมาย" ที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยให้โอกาส(และให้เวลา) ให้เขาได้หาเลยตั้งแต่อนุบาลยันมัธยม 

แต่น่าเศร้า เมื่อเข้าไปทำกิจกรรมชมรมต่างๆแล้ว กลับพบว่า 

1. หลายชมรมไม่ได้มีระบบของการต้อนรับ "คนที่อยากลองทำ" มีเพียงพื้นที่สำหรับคนที่ "เคยเป็นดาวเด่นสำหรับกิจกรรมนั้นๆมาก่อนเข้ามหาลัย" 

กล่าวคือ ถามว่ากีดกันมั้ย ก็ไม่ได้กีดกันนะ แค่ไม่ให้ความช่วยเหลือและใส่ใจเท่านั้นเอง 

2. หลายชมรม ถูกยึดกุมด้วยกลุ่มเพื่อนที่ "นิสัยไม่ค่อยดี" ที่มีการสืบทอดอำนาจกันรุ่นสู่รุ่น และคนที่ไม่ได้เข้าไปสนิทสนมกับกลุ่ม"คนวงใน"นั้น ก็จะค่อยๆถูกเฟดหายไปจากชมรมในเวลาต่อมา หรือพูดอีกแง่ คือ เป็นความด้อยประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมละลายพฤติกรรม

 กิจกรรมละลายพฤติกรรมไม่ได้ช่วยให้คนอยากรู้จักสนิทสนมกันมากขึ้น มีเพียงฟังก์ชันในแง่การเพิ่มคุณค่าให้กับดาวเด่น กับสร้างความบันเทิงให้รุ่นพี่เท่านั้น 

ไม่คิดว่าน่าเศร้าบ้างหรอ 
หรือ ก็แค่ "ช่าง(หัว)เขา เขาเลือกเอง" เพียงเท่านั้น 

ไม่คิดว่า สภานศ. , กรรมการนศ. องค์การนศ. หรือ สถาบันที่มีอำนาจในการกำหนดนโยบายส่วนรวมต้อง "แสดงความรับรู้" ในประเด็นนี้บ้างหรอ (เอาแค่ แสดงความรับรู้ว่านี่เป็นปัญหาก่อน ยังไม่ต้องไปถึงขั้น จะทำยังไง หรือต้องทำให้้เสร็จเดี๋ยวนั้นเดี๋ยวนี้ 

ผมว่าวิธีคิดแนว "ก็เขาเลือกเอง" แม่งไม่ต่างกะโฆษณาสุดระยำซั่มแม่ในตำนาน "จน เครียด กินเหล้า" ที่สื่อว่า "ก็คนจนมันเลือกกินเหล้าเอง เลยไม่หายจนสักที" ถ้างั้นก็ไม่ต้องมีรัฐบาล มีองค์กรส่วนรวมแล้ว ถ้าเอะอะอะไรก็โยนขี้ให้ปัจเจกอย่างเดียว 

มัน เป็น หน้า ที่ 
ขององค์กรด้านการศึกษา (รวมถึงที่เป็นองค์กรโดยนศ.) ที่จะต้องช่วยให้ นศ. ได้ค้นพบตัวเอง ได้ Maximize ศักยภาพตัวเอง 

ธรรมชาติของมนุษย์เรา ถ้าได้ทำในสิ่งที่ชอบ กับคนที่เขาชอบ ในสังคมที่เขาชอบ ทำไมเขาจะไม่ทำ 


ความสุขและคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่การได้นอนเปื่อยในห้อง ได้ขี้เกียจ หากแต่เป็นการได้ทำงานในสิ่งที่เติมเต็มความเป็นเขา 


ดังนั้น เรื่องหลืบคณะจึงสำคัญ และประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่า "พวกเขามีสิทธิเป็นหลืบคณะไหม" หากแต่เป็น ระบบและโครงสร้าง ได้สนับสนุนโอกาส ข้อมูล และแรงบันดาลใจให้พวกเขามากแค่ไหน ก่อนมีีพวกเขาจะตัดสินใจถอยหลังเข้าไปหลบในมุมมืดที่เงียบงันของคณะ


SHARE
Writer
K_Kabot
Drummer,Commissar,HR,RappeR
อดีตนักเขียน Music Column @JOOX ,บ.ก.กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไทรุ่น 1-4 ปัจจุบันเป็น Rapper วงซ้ายจัดชื่อ กบฏสบถ และตีกลองให้วง Kalibut เป็นนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รังสิต) สนใจในประเด็น ปรัชญาการเมือง,ดนตรี,เพศ มีทั้งความสาระดีและสารเลว ปะปนกันไป สำหรับการจ้างงานเขียน หรือ อยากพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องตั่งต่าง ติดต่อได้ผ่าน FB: มือกลอง กบฏ เด้อครับเด้อ

Comments

Onosakaa
11 months ago
ว้าวว
Reply
K_Kabot
11 months ago
:D