I'm an Introvert
ถึงตัวผมในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

      ผมมาเล่าเรื่องนี้ด้วยเหตุผลเพียงแค่ผมอยากเตือนความจำถึงสิ่งที่สะท้อนความเป็นตัวผมเท่านั้นเอง

ตอนนี้ผมใช้ชีวิตมาราวหนึ่งส่วนสี่ของอายุคนในครอบครัวผมแล้ว แม้จะดูน้อยนิดสำหรับใครหลายคนแต่สำหรับผมมันก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาของชีวิตที่มีการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่าง
 
ผมกำลังจะจบการศึกษาและเริ่มทำงาน ผมกำลังจะกลายเป็นเสาหลักของบ้าน บุคคลที่ต้องดูแลครอบครัว  เริ่มต้องวางแผนอนาคตมากขึ้น  ความรับผิดชอบ มีหลายเรื่องที่เพิ่มเข้ามาให้ผมต้องแบกรับมัน

เป็นวัยรุ่นนี่มันเหนื่อยจัง.....
เป็นคำพูดที่ผมคิดในใจอยู่เสมอ เมื่อผมเล่าให้บุคคลที่ผมเคารพและรักฟัง หลายท่านต่างบอกว่าชีวิตก็เป็นแบบนี้แหละ มีทั้งสุขและทุกข์ป่ะปนกันไป

นี่แหละคือการใช้ชีวิต.....
ใช่แล้ว....ถ้าไม่มีสุขและทุกข์คงไม่เรียกว่า "ชีวิต" ได้อย่างเต็มปากหรอก ผมไม่รู้หรอกว่าในอนาคตชีวิตผมจะเป็นอย่างไร ในทางแยกต่างๆล้วนมีแสงสว่างและความมืดปะปนกันรอผมอยู่ ผมอาจจะแค่กลัวเท่านั้นเอง กลัวที่จะก้าวเดินต่อไปการมีทางเลือกผุดออกมามากมายทำให้ผมกลัวที่จะตัดสินใจและนำไปสู่ความลังเลที่จะตัดสินใจในเรื่องต่างๆที่ให้ผลดีที่สุด ผมยังรู้้สึกว่าอยากเป็นเด็กต่อไปที่ต่อให้ผิดพลาดอย่างไรก็ไม่ต้องกลัวอะไร

แต่.....มันก็ไม่ได้แย่หรอกนะในช่วงนี้ ผมค่อนข้างชื่นชอบกับชีวิตของตัวเองในช่วงนี้มากๆ
ชีวิต...ที่เรียบง่ายไม่หวือหวา
ชีวิต...ที่ทุกอย่างเป็นไปตามจังหวะเวลาของมัน
ชีวิต...ที่ความชอบและความฝันยังไม่เลือนลางและหายไป
ชีวิต...ที่ยังยิ้มได้และร้องไห้ได้ในเวลาเดียวกัน
ชีวิต...ที่รายล้อมไปด้วยผู้คนหลากหลายที่คอยขับเคลื่อนตัวผมให้ก้าวไปกับเขาอย่างช้าๆ
ชีวิตของอินโทรเวิร์ทคนหนึ่ง

ผมเป็นคนที่ตรงข้ามกับเหล่าเอ็กซ์โทรเวิร์ท ในสายผู้คนอื่นผมจะดูค่อนข้างแย่มากเลยแหละ ทั้งเห็นแก่ตัว คิดแต่เรื่องตัวเองเป็นหลัก ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใครเป็นพิเศษ ไม่ค่อยชอบการเข้าสังคมด้วย ทักษะการสื่อสารก็จัดว่าแย่เลยทีเดียวเนื่องจากต้องครุ่นคิดเสมอเวลาจะพูดอะไรออกไป
บทสนทนาจะราบรื่นได้เฉพาะคนที่ผมเลือกเปิดใจและรู้จักผมมาพักใหญ่ๆเท่านั้น

ข้อดีของอินโทรเวิร์ทก็มีนะด้วยการที่เป็นผมเป็นคนค่อนข้างเก็บตัวและชอบค้นคว้าสิ่งต่างๆ ถึงจะรู้แค่เพียงผิวสัมผัสแต่เพื่อนผมก็บอกว่าผมค่อนข้างรอบรู้ในหลายๆด้านเลยทีเดียว เพราะมันคือบุคลิกของผมนี่นาเมื่ออ่านถึงตรงนี้แล้วก็ขอขอบคุณนะที่อ่านเรื่องของผมได้มาได้ยาวขนาดนี้
 
หากให้ย้อนกลับไปเลือกเกิดอีกครั้งผมไม่ได้อยากเป็นเอ็กซ์โทรเวิร์ทหรอกนะเพราะผมก็พอใจในตัวผมที่เป็นแบบนี่แหละ
 
ดังนั้นให้ผมได้เล่าเรื่องราวบางส่วนในมุมมองของผมเถอะนะ เผื่อคุณจะเข้าใจในมุมมองของคนบุคลิกแบบนี้มากขึ้น และผมจะได้เข้าใจตัวผมเองมากขึ้นไปอีก


ผมชอบเฝ้าดูความเป็นไปของโลกนี้ แต่ผมก็รู้สึกเหนื่อยเช่นกันเมื่อต้องกระโดดเข้าไปใช้ชีวิตในโลกที่หมุนเวียนนี้ ในหลายๆครั้งผมอยากเป็นผู้ขับเคลื่อนเรื่องต่างๆเฉกเช่นคนอื่นเช่นกัน แต่ผมทำไม่ได้หรอกเพราะผมรู้สึกเขินอายเกินไปที่จะพูดเรื่องนั้นออกไปนะสิ หลายๆครั้งที่ผมรับปากในงานสังสรรค์กับเหล่าเพื่อนๆแต่จู่ๆผมก็ปฏิเสธที่จะไปซะดื้อๆ ทำเพื่อนผมต้องเซ็งและหงุดหงิดในตัวผมไปตามๆกันในฐานะคนที่ชอบเบี้ยวนัด ในการพรีเซ้นต์งานหรือพูดต่อหน้าคนจำนวนมากนะยิ่งไม่ต้องพูดถึง ผมทำมันได้นะและทำได้ค่อนข้างดีทีเดียวแหละ แต่มันใช้พลังงานชีวิตมากๆเลย
 
ประสาทสัมผัสทั้งห้าของผมทำงานมากกว่าคนอื่นเสมอ โดยเฉพาะส่วน การรับฟัง และ การประมวลผล ในทุกๆวันเรี่ยวแรง พลังงานร่างกายผมหายไปไหนหมดก็ไม่อาจรู้ได้ ทำไมผมถึงใช้พลังงานเปลืองกว่าคนอื่นด้วยล่ะทั้งๆที่ผมก็ใช้ชีวิตตามปกติเหมือนผู้คนต่างๆแท้ๆ ดังนั้นผมจึงต้อง"ชาร์จ"
ใช่แล้ว....ผมต้อง "ชาร์จ" พลังงานร่างกายของผมเองในทุกๆวัน การรับทุกสิ่งเข้ามาและคัดกรองบางส่วนทิ้งไปให้เหลือแต่เพียงส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อจิตใจของผมเท่านั้น 
นั่นแหละ....โลกของอินโทรเวิร์ทของผม


เมื่อผ่านการใช้ชีวิตในโลกสิ้นสุดลง ก็ถึงเวลาแล้วที่ผมจะได้กลับไป... "กลับไปในโลกของผม" โลกทีผมสร้างขึ้น โลกที่มีแต่ผมเพียงคนเดียว


มีแต่ผมเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้ขับเคลื่ีอนโลกใบนี้
มีแต่ผมเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้ด่ำดิ่งลงไปในห้วงมิติของโลกใบนี้
ห้วงมิติ...ที่ได้ครุ่นคิดเรื่องราวต่างๆ
ห้วงมิติ...ที่มีแต่ความชอบและงานอดิเรกของผมเอง
ห้วงมิติ...ที่ผมได้เล่นเกมที่ผมชอบ
ห้วงมิติ...ที่ผมได้ดูความเป็นไปของผู้คนผ่านสื่อโซเชียล
ห้วงมิติ...ที่เพลย์ลิสต์ดนตรีที่ผมชอบสามารถเปิดบรรเลงเสียงดังได้โดยไม่มีใครว่า
ห้วงมิติ...ที่ราวกับเวลาของโลกทั้งใบได้หยุดลง
ห้วงมิติ...ที่โอบกอดความสุขได้อย่างเต็มเปี่ยม
ห้วงมิติ...ที่มีแต่ผมเพียงคนเดียว

มันคือ "บ้านของผมเอง"

บ้านที่ประกอบไปด้วยอิฐที่บรรจงวางมันขึ้นมาทีละเล็กน้อยตั้งแต่จำความได้
บ้านที่ค่อยๆต่อเติมให้สูงขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการแต่เพียงตัวผม
บ้านที่มีประตูหนึ่งบานและหน้าต่างหนึ่งบานสำหรับออกไป-กลับมา
และเฝ้าดูความเป็นไปของโลกภายนอก
บ้านที่คอยในความอบอุ่นกับผมในยามที่ภายนอกช่างหนาวเหน็บ
บ้านที่คอยให้ความรู้สึกปลอดภัยและแสงสว่างแก่ผมในยามที่ภายนอกดำมืดและน่ากลัว
บ้านที่คอยปลอบประโลมและฟื้นฟูผมในยามที่อ่อนล้า
บ้านที่มีแมวตัวนั้นแมวที่ผมคอยดูแลมัน และมันก็คอยดูแลผมเสมอ
ใช่แล้ว....มันคือบ้านแสนสุขของผม


จนเมื่อวันนึงผมเห็นเธอ....เธอที่เฝ้ามองผมที่หน้าต่างและคอยยิ้มให้ผมตลอดมา....
ผมออกจากบ้านผมและไปหาเธอ เธอผู้เป็นที่รักของบุคคลหลายคน เธอผู้มีแมวตัวนั้น แมวที่ทำให้ผมอยากทำความรู้จักกับมัน  เธอผู้มอบรอยยิ้มให้กับผู้อื่นเสมอแต่เธอคนนั้นทำให้ผมสัมผัสได้ถึงรอยยิ้มที่แสนพิเศษกว่าคนอื่นที่เธอยิ้มให้ เธอที่คอยมอบรอยยิ้มแสนพิเศษนี้ให้แก่ผมเพียงผู้เดียว


ตั้งแต่วันนั้นเธอก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของผม คนที่ค่อย "ชาร์จ" พลังให้กับผม ทำให้ผมยิ้มได้ทุกๆครั้งที่เธอยิ้ม ทำให้ผมมีความสุขทุกๆครั้งที่เธอมีความสุขไม่ใช่ในบ้านของผม....เป็นบ้านของเราที่กำลังก่อตัวขึ้น

บ้านของเรา
บ้านที่ผมและเธอช่วยกันสร้าง
บ้านที่เก็บเกี่ยวความทรงจำของเธอและผม
บ้านที่มีความสุขของเธอและผมโอบล้อมไปทั่วบ้าน
บ้านที่ไม่จำเป็นต้องมีหน้าต่างเพราะมีแค่เธอและผมก็เพียงพอแล้ว
บ้านที่เราทั้งสองต่างปลอบประโลมกันและกันเพื่อเยียวยาความเหนื่อยล้าและท้อแท้
บ้านที่ทำให้ผมรู้สึก "เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานและความอบอุ่น" มากกว่าบ้านหลังเก่าหลายเท่า
บ้านที่มีแมวของผมและแมวของเธออยู่ด้วยกัน รวมทั้งผมและเธอด้วย

แต่แล้ว....ความสุขมันก็ผ่านไปในชั่วพริบตา
ใช่แล้วความสุขผ่านไปรวดเร็วเสมอ เธอออกจากบ้านของเราไป....โบยบินไปตามทางของเธอทางที่เธอใฝ่ฝันไว้ ปล่อยผมไว้กับบ้านหลังนี้ "บ้านของเรา" 

คำถามมากมายที่ยากเกินจะตอบเกิดขึ้นในผม แต่เพียงช่วงหนึ่งผมก็สามารถหาคำตอบให้กับมันได้ คำตอบที่บอกว่าบางเรื่องไม่จำเป็นต้องหาคำตอบกับมันก็ได้ ผมเพียงรู้แค่ว่าถึงเวลาแล้วที่ผมต้องเดินออกมา.....จากบ้านหลังนี้....บ้านอันเคยเป็นของเราเช่นกัน

ผมย้อนกลับมายังบ้านของผมอีกครั้ง

บ้านที่เคยเป็นที่ของผมมาก่อนและมันยังคงเป็นอย่างนั้นตลอดแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน
น่าแปลกที่บ้านที่ผมค่อยๆต่อเติมนั้นมีเหลือแต่เพียงฐานของมันเท่านั้น บางส่วนที่ผมเคยสร้างมันหายไป มันไม่ได้ปิดล้อมผมจากโลกภายนอกอย่างที่เคยเป็น ประตูและหน้าต่างหายไป เผยให้ผู้คนภายนอกสามารถมองผมได้จากตรงนี้แล้วผมก็สามารถเห็นเขาเหล่านั้นได้อย่างชัดเจนเช่นกัน และตอนที่กลับมาที่แห่งนี้ผมก็ตระหนักได้ว่ามันไม่ใช่ "บ้านของผมแบบเดิม" อีกต่อไปแล้ว

เป็นบ้านของอินโทรเวิร์ทคนหนึ่งกับเธอผู้เคยเป็นที่รักของผม


บ้านของผมที่ตอนนี้ผมนำความทรงจำและแมวของเธอกลับเข้ามาด้วย มันก็ไม่ได้แย่หรอกนะเพราะยังไงบ้านก็คือบ้านของผมก็ยังคงอบอุ่นเสมอแม้ว่าความอบอุ่นจะหายไปส่วนนึงก็ตาม
 
ถึงเวลานี้ผมเพียงแค่ต้องบรรจงสร้างมันขึ้นใหม่อีกครั้ง บ้านที่อิฐร้อยเรียงกันอย่างประณีตและมีความอบอุ่นปกคลุมทั่วทั้งหลัง แล้วก็เพิ่มกล่องเก็บความสุขใบนึงขึ้นมาเท่านั้นเอง

กล่องที่เก็บเรื่องราวของผมและเธอไว้

กล่องที่เปิดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ทำให้ผมยิ้มได้
กล่องที่เปิดขึ้นมาดื่มด่ำกับช่วงเวลานั้น
กล่องที่เธอและอินโทรเวิร์ทคนนี้เคยอยู่ด้วยกันเสมอในช่วงเวลานั้น

การเป็นอินโทรเวิร์ทมันไม่ได้แย่หรอกนะแม้ในบางครั้งจะแอบอิจฉาพลังงานของเหล่าเอ็กซ์โทรเวิร์ทบ้างเหมือนกัน แต่การเป็นอินโทรเวิร์ทมันทำให้ผมได้ดื่มด่ำกับเรื่องราวเหล่านี้ เรื่องราวต่างๆที่เป็นของผมทั้งสุขและทุกข์ ได้เฝ้ามองความเป็นไปต่างๆของเหล่าอินโทรเวิร์ทด้วยกันและเหล่าเอ็กซ์โทรเวิร์ทที่สัญจรไปมาในโลกใบใหญ่นี้ มันช่างสนุกจริงๆเพียงได้ครุ่นคิดมันในโลกของผม 

ผมในตอนนี้ได้ค้นพบว่า รสชาติชีวิตที่เหล่าผู้ใหญ่พูดมันเป็นแบบนี้นี่เอง 
ชีวิต...ที่ขับเคลื่อนไปเรื่อยๆด้วยตัวผมเอง
ชีวิต...ที่ผมค่อยๆก้าวไปข้างหน้า ก้าวสั้นบ้าง ยาวบ้าง ตามจังหวะของช่วงเวลา
ชีวิต...ที่ผมเรียนรู้ การอยู่กับเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น
ชีวิต...ผมสามารถชาร์จพลังให้ตัวเองได้อีกครั้ง
ชีวิต...ที่ผมเริ่มเก็บเกี่ยวความสุขของตัวเองได้อีกครั้ง

แมวของผมและของเธอนั้นยังเข้ากันได้ดีเสมอ แม้จะไม่ใช่ "ในบ้านของเรา" อีกแล้วก็ตาม เรื่องราวที่เกิดขึ้นมันไม่ได้ทำให้ผมเกลียดแมวมากขึ้นเลยแม้แต่น้อย  ผมยังคงดูแลมันอย่างดีเสมอ เพราะทุกครั้งที่มองนัยน์ตามันทั้งสองตัวมันทำให้เห็นเรื่องราวของผมและเธอเสมอ

เมื่อนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาผมไม่ได้รู้สึกเศร้าโศกมากขนาดนั้น แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกมีความสุขมาก เช่นกัน....

แต่รสชาติชีวิตแบบนี้ มันก็กลมกล่อมจริงๆนะ


ขอบคุณจริงๆที่บันดาลให้ผมเป็นอินโทรเวิร์ท

ขอบคุณจริงๆที่บุคคลรอบข้างเข้าใจคนที่เป็นอินโทรเวิร์ทเช่นผม
ขอบคุณจริงๆที่ความเป็นอินโทรเวิร์ททำให้ผมได้เก็บเกี่ยวเรื่องราวต่างๆได้มากมายได้ไม่ลืมเลือน
ขอบคุณจริงๆที่ชีวิตของอินโทรเวิร์ทมันช่างสนุกและมีชีวิตชีวาได้ขนาดนี้
ขอบคุณจริงๆที่อ่านมาถึงตรงนี้หวังว่าจะเข้าใจคนอินโทรเวิร์ทแบบผมมากขึ้นนะ :D







SHARE
Written in this book
Deepest Mind.
The past is just a story we tell ourselves. Let’s dig deep and drown together.
Writer
jichr161
Dreamer, Cat lover.
100% Gaming addict. 80% Cat fever. 60% Introvert. 40% Sleeper 0 % Energy. Hello, Stranger. Deep down you already know the truth. Everything in life can either build you or break you.

Comments