SF - Matane (2)
Lee Chaeyeon x Miyawaki Sakura

“ว้าว”

ซากุระหยุดยืนตรงหน้าทางเข้าห้องจัดแสดงผลงาน ปากบางหลุดเสียงอุทานด้วยความตกตะลึง จนแชยอนที่หยุดยืนอยู่ข้างกันอดไม่ได้ที่จะหันไปมองวงหน้าเล็กที่ฉายแววตื่นเต้นราวกับเด็กๆ ได้เข้าร้านของเล่น

ตรงหน้าทั้งคู่คืองานประติมากรรมรูปฝูงปลาจำนวนมหาศาลที่ติดตั้งให้ลอยอยู่เหนือพื้น แหวกว่ายเป็นทางตั้งแต่ปากทางเข้าที่ทั้งสองยืนอยู่ หมุนเกลียวไปมาจนถึงทางออกที่อีกฟากห้อง

เมื่อคลายความตื่นเต้นลงได้ไปบ้างแล้ว ซากุระจึงออกเดินนำไปตามทิศทางการว่ายของฝูงปลาในอากาศ ตากลมโตไล่พิจารณารายละเอียดของปลาแต่ละตัวซึ่งทำขึ้นด้วยวัสดุที่ต่างกัน จนเมื่อเดินทางมาจนถึงช่วงที่ฝูงปลาว่ายต่ำจนไม่สามารถเดินต่อได้ ร่างบางจึงค้อมตัวเพื่อมุดลอดไปอีกฟากอย่างระมัดระวัง บังคับให้แชยอนต้องลอดตามไปอย่างช่วยไม่ได้

พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที แชยอนจึงเห็นว่าคนตรงหน้ากำลังใช้มือถือถ่ายภาพฝูงปลาตรงหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจ สาวเกาหลีจึงเลือกที่จะยืนสังเกตการณ์อย่างใจเย็นขณะที่ซากุระค่อยๆ ไล่ถ่ายภาพปลาแต่ละตัว กระทั่งอีกฝ่ายรู้สึกตัวว่าถูกมองจึงหันกลับมาเอ่ยถามกัน

“แชยอนจัง ถ่ายรูปไหม” ยังไม่ทันที่แชยอนจะได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ซากุระก็เบี่ยงกล้องในมือมาทางเธอเสียงแล้ว

แชะ! 

ซากุระหัวเราะชอบใจกับภาพเหวอๆ ของแชยอนในมือถือของตัวเอง แต่มีหรือที่แชยอนจะยอมง่ายๆ เธอจึงล้วงมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาเล็งถ่ายคนตรงหน้าที่ยังไม่หยุดขำกับภาพของเธอสักที เมื่อเอาคืนได้เป็นที่เรียบร้อย แชยอนจึงพูดขึ้น

“ฉันถ่ายให้ซากุจังแบบดีๆ บ้างดีกว่า เอามือถือมาสิ” มือเรียวยื่นออกไปตรงหน้าซากุระ ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมยื่นให้อย่างว่าง่าย ก่อนจะเดินไปหยุดตรงจุดที่แอบเล็งเอาไว้ในใจ นับเป็นโชคดีที่อยู่ๆ ก็มีคนใจดีมาเสนอตัวเป็นตากล้องโดยที่ไม่ต้องขอร้องให้เกรงใจ

ตากล้องจำเป็นเดินตามถ่ายรูปไปเรื่อยๆ แม้อีกฝ่ายไม่ได้ร้องขอ จนคนถูกถ่ายชักเริ่มเขินเอง จึงเอ่ยปากขึ้น

“พอแล้วล่ะแชยอนจัง ถ่ายไปร้อยรูปแล้วมั้งเนี่ย” ปลายเสียงกลั้วหัวเราะอย่างขัดเขิน

“ฮ่าๆ โอเค” คนเดินตามจึงขยับเข้ามาส่งมือถือคืนให้เจ้าของ

“เราไปนั่งพักตรงนั้นกันไหม” ซากุระชี้ไปทางกลุ่ม bean bag สีส้มที่วางกระจายเป็นหย่อมๆ ทั่วห้องแสดงผลงาน เพื่อให้ผู้เข้าชมได้ผลัดกันเอนกายชมงานจากมุมมองใหม่ๆ

“เอาสิ นั่นไง ตรงนั้นว่างพอดีเลย” เป็นโชคดีของสองสาวที่มีที่ว่างสำหรับพวกเธอพอดี เพราะก่อนหน้านี้เกือบทุกเบาะล้วนแล้วแต่มีผู้เข้าชมงานจับจองเต็มหมด แน่ล่ะ มีเบาะน่าสบายเอาไว้ให้นอนชมงานศิลปะ ใครบ้างจะไม่อยากใช้บริการ

ซากุระทิ้งตัวลงไปทันทีที่เดินถึง จากนั้นจึงเป็นแชยอนที่ค่อยๆ เอนกายตามซากุระลงไปบนเบาะใบเดียวกัน ผมสีเข้มยาวสยายทิ้งตัวลงเฉียดใบหน้าของซากุระก่อนจะตกลงแถวต้นคอโดยที่เจ้าของผมไม่ทันรู้ตัว กระทั่งซากุระขยับมือมาหยิบปอยผมสีเข้มขึ้นมาจับเล่นไปมา

“เอ๊ะ ผมฉันโดนซากุจังรึเปล่าน่ะ ไม่ทันดู ขอโทษนะ” แชยอนยกหัวขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อขยับมองหน้าคนข้างๆ ให้ชัดขึ้น แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงเพลิดเพลินกับการเล่นปอยผมของตัวเองจึงกลับลงไปนอนลงไปตามเดิม

“ผมแชยอนจังนี่นิ่มเหมือนสายไหมเลยแฮะ ถ้าฉันจับเยอะๆ จะละลายคามือรึเปล่าเนี่ย” เสียงนั้นพึมพำเบาๆ อยู่ข้างหูแชยอน พูดเองเออเอง แล้วก็หัวเราะคิกคักเองอย่างชอบใจ

ไม่รู้ซากุระนึกสนุกอะไรถึงได้จับปอยผมของคนข้างๆ ไปวางพาดใต้จมูกตัวเองเหมือนหนวด แล้วเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดกล้องหน้า เมื่อเห็นสีหน้างุนงงของเจ้าของผมบนหน้าตัวเองผ่านจอจึงเอ่ยชวน

“ทำหนวดบ้างเร็วแชยอนจัง ถ่ายรูปกัน”

“ยังไงนะ แบบนี้เหรอ ฮ่าๆๆ” แชยอนหลุดหัวเราะเมื่อเห็นหน้าตัวเองที่ปรากฎบนจอมือถือ เพราะปอยผมที่เธอจับขึ้นมานั้นหนากว่าของซากุระมากทีเดียว

แชะ!

ซากุระลดระดับมือถือลงมาเมื่อกดถ่ายภาพจนพอใจแล้ว นิ้วเรียวเลื่อนเปิดอินสตาแกรมเพื่อเตรียมอัพโหลดภาพ ก่อนจะชะงักค้างเมื่อนึกได้ว่ายังไม่เคยแลกช่องทางการติดต่อกับอีกฝ่ายเลยตั้งแต่พบกันเมื่อหัวค่ำ

“แชยอนจังเล่นอินสตาแกรมไหม ขอไอดีหน่อยสิ” พูดจบก็ยื่นมือถือในมือให้คนข้างตัว แชยอนพิมพ์อย่างรวดเร็วแล้วจึงส่งคืน ซากุระรับมือถือกลับไปเพื่อเลือกและแต่งรูป ขณะที่แต่งไปก็บ่นงุ้งงิ้งในลำคอเบาๆ เบาถึงขนาดที่แชยอนซึ่งนอนอยู่ข้างกันยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายพูดอะไรอยู่

สุดท้ายแชยอนจึงเลิกพยายามที่จะฟังเสียงนั้น และเบนสายตาไปสนใจฝูงปลาที่ว่ายวนอยู่ในห้องจัดแสดงผลงานขนาดใหญ่แห่งนี้แทน การไล่สายตาไปตามปลาแต่ละตัวสร้างความเพลิดเพลินให้เธอเป็นอย่างมาก เพราะฝูงปลานับร้อยนั้น ทุกตัวล้วนถูกจัดวางให้ไล่เรียงเฉดสีราวกับกล่องสีไม้ใหม่เอี่ยมสักกล่อง

จากเหลืองไปเขียว จากเขียวไปฟ้า จากฟ้าไปม่วง...

“แชยอนจัง รูปนี้เป็นไง โอเคไหม” การชื่นชมฝูงปลาของแชยอนถูกขัดขวางโดยเสียงใสที่หันมาเรียกกันเสียก่อน พร้อมกับหน้าจอมือถือที่ถูกยื่นมาให้เธอดูอีกครั้ง

“อื้อ โอเคสิ รูปนี้หน้าฉันเล็กดีจังเลยแฮะ ฮ่าๆๆ”

การที่อีกฝ่ายให้เธอเช็คหน้าก่อนลงรูปนั้นเหนือความคาดหมายของแชยอนไปมากทีเดียว และเธอเองก็รู้สึกขอบคุณสาวญี่ปุ่นคนนี้ไม่น้อย เพราะปกติแล้วแชยอนมักจะไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่เวลาลงรูปในโซเชียลมีเดีย แต่ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ทักท้วงอะไรนั้นเป็นเพราะยังเกรงใจอีกฝ่ายอยู่มาก

และอันที่จริงต่อให้ซากุระลงภาพเธอหน้าบานขนาดไหน ก็คงไม่มีคนรู้จักของเธอผ่านมาเห็นอยู่ดี

เมื่อซากุระกดอัพโหลดรูปภาพเสร็จเรียบร้อย มือถือก็ถูกเก็บเข้ากระเป๋าตามเดิม ตาโตทอดมองงานศิลปะอย่างดื่มด่ำมากขึ้น แชยอนเองก็เช่นกัน เธอถอนสายตาจากใบหน้าเล็กของคนข้างกาย และมองตามสายตาของซากุระไปที่ผลงานในห้องกว้าง

ไม่รู้เหมือนกันว่าฝูงปลาตรงหน้ามีอะไรพิเศษหนักหนา ถึงขนาดที่ทำให้หญิงสาวสองคนสามารถชื่นชมมันได้ตั้งนานสองนาน

ความเงียบระหว่างกันทำให้แชยอนได้ยินเสียงเบาๆ ดังมาจากลำโพงขนาดเล็กที่ติดตั้งอยู่ตามมุมต่างๆ ของห้อง

“เอ๊ะ ซากุจังได้ยินไหม”

“หืม?”

“เสียงน่ะ เหมือนจะเป็นเสียงลม ไม่ก็เสียงน้ำ...”

ซากุระเงียบไปครู่ใหญ่ แชยอนเลยหันไปมองว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไร จึงได้เห็นว่าตาคู่โตนั้นปิดอยู่

“ได้ยินแล้วล่ะ เหมือนเสียงน้ำไหลเลย” ซากุระหันมาพูดกับแชยอนเมื่อลืมตาขึ้น เพื่อพบว่าอีกฝ่ายนั้นหันมามองกันอยู่ก่อนแล้ว

เมื่อสายตาประสานกัน เพียงเสี้ยววินาทีในความเงียบ ขณะที่ใบหน้าของทั้งสองคนอยู่ใกล้กันจนเห็นเงาตัวเองที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของอีกฝ่ายได้ชัดเจน

เป็นแชยอนที่กระพริบตาก่อน

ทั้งคู่เบือนหน้ากลับไปมองผลงานตรงหน้าอีกครั้ง ต่างคนต่างปล่อยลมหายใจออกมาช้าๆ โดยที่ก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าไปกลั้นเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่

“ซากุระจังง่วงเหรอ” แชยอนพูดขึ้นโดยที่ไม่ได้หันมามองหน้ากัน แต่ก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายได้ยินทุกคำ

“ฮื่อ เปล่า” ซากุระพึมพำตอบเสียงเบา

“แล้วทำไมเมื่อกี้ถึงหลับตาล่ะ” สาวเกาหลีถามต่อ

“เพราะถ้าเราปิดการรับรู้ของประสาทสัมผัสหนึ่ง สัมผัสที่เหลือก็จะทำงานได้ดีขึ้นไงล่ะ” ซากุระตอบ แต่ดูเหมือนประโยคนั้นจะเข้าใจยากไปสักหน่อยสำหรับแชยอน เธอทวนคำอย่างไม่แน่ใจนัก

“ประสาทสัมผัส?”

“อ๊ะ โทษที ฉันหมายถึงว่า ถ้าเราหลับตา เราก็จะได้ยินเสียงได้ดีขึ้นน่ะ” ซากุระอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น

“อ๋อ เข้าใจแล้วล่ะ” แชยอนตอบพร้อมหัวเราะแก้เขินเบาๆ

“นี่ ขอถามอย่างหนึ่งสิ ทำไมแชยอนจังถึงพูดภาษาญี่ปุ่นได้ล่ะ” ซากุระเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยมาพักใหญ่

“แม่ให้เรียนภาษาต่างประเทศตั้งแต่เด็กๆ แล้วน่ะ แต่ก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงเลือกภาษาญี่ปุ่น”

“จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอก คุยกับฉันรู้เรื่องก็พอแล้ว” ซากุระตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ ขณะที่อีกฝ่ายพึมพำรับคำเสียงเบา สายตาของทั้งคู่ยังคงทอดมองไปยังห้องกว้างด้านหน้า ไม้ได้มองสบกันแต่อย่างใด

“สบายจัง อยากหลับตรงนี้เสียให้รู้แล้วรู้รอด” แชยอนเปรยขึ้น

“ปกติแล้วแชยอนจังหลับง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ” ซากุระถามอย่างตกใจ

“ไม่หรอก ถ้าหลับง่ายขนาดนั้นก็ดีน่ะสิ ฮ่าๆๆ ปกติแล้วฉันนอนไม่ค่อยหลับน่ะ” แชยอนตอบเสียงเรียบ

“โธ่ นึกว่าจะได้เพื่อนหลับง่ายเหมือนกันเสียแล้ว”

“ซากุจังเป็นแบบนั้นหรอ ดีจัง”

“ใช่ ฉันน่ะหลับได้ทุกที่ทุกเวลาเลยล่ะ ฮ่าๆๆ” ซากุระยอมรับอย่างอารมณ์ดี ก่อนเล่าต่อ “แต่มันก็ไม่ดีเสมอไปหรอก ฉันนั่งรถไฟเลยป้ายบ่อยๆ ก็เพราะเผลอหลับนี่ล่ะ”

“อาการหนักเลยนะนั่น อันตรายด้วย ซากุจังต้องระวังตัวบ้างสิ” แชยอนกำชับเสียงจริงจัง นั่นทำให้ซากุระไพล่นึกถึงใครบางคนที่มักจะดุเธอเรื่องนี้บ่อยๆ เช่นกัน

“แชยอนจังพูดเหมือนพี่สาวฉันเปี๊ยบเลย”

“ซากุจังมีพี่สาวด้วยเหรอ”

“ไม่เชิงหรอก จริงๆ แล้วฉันมีน้องชายแค่คนเดียว แต่พี่สาวที่ว่าคือพี่ที่สนิทกันเฉยๆ น่ะ” ซากุระอธิบาย

“งั้นซากุจังก็เป็นพี่คนโตน่ะสิ ฉันเองก็เป็นพี่คนโตเหมือนกันล่ะ” แชยอนเล่าเรื่องตัวเองเป็นการแลกเปลี่ยน

“แต่ฉันไม่ค่อยสนิทกับน้องชายนักหรอก เพราะอายุต่างกันหลายปีน่ะ”

“อายุใกล้กันมากเกินก็ไม่ดีหรอกนะ ตอนเด็กๆ ฉันทะเลาะกับน้องสาวประจำเลยล่ะ” แชยอนพูดติดตลก

“แต่อย่างน้อยถ้าอายุใกล้ๆ กันเธอก็จะมีเพื่อนนะ ฉันคิดตลอดเลยว่าอยากให้น้องชายอายุใกล้กัน เวลาเหงาจะได้ลากไปดื่มเป็นเพื่อนได้ไงล่ะ”

“ปัดโธ่ ถ้าแค่นั้นซากุจังก็ไปดื่มกับเพื่อนแทนสิ!” สาวเกาหลีหลุดขำให้กับความคิดเด๋อๆ ของคนที่นอนอยู่ข้างกัน ก่อนถามต่อ “แล้ว...คืนนี้ซากุจังเหงารึเปล่า”

“ไม่หรอก จะเหงาได้ไง ฉันมีแชยอนจังอยู่ทั้งคน” เสียงนั้นตอบซื่อๆ

“ว้า แล้วถ้าไม่เหงา ซากุจังจะอยากดื่มมั้ย” แชยอนตะแคงหน้ามาทางซากุระด้วยสายตาแพรวพราวเมื่อเอ่ยถาม ซึ่งคนถูกถามเองก็หันมามองกันเมื่อตอบรับอย่างไว้เชิง

“ถ้าแชยอนจังอยากดื่มฉันก็ไม่ขัดหรอกนะ”

จบคำ ทั้งสองต่างก็หัวเราะคิกคักเมื่อพร้อมใจกันลุกออกจากเบาะอุ่น แล้วจึงเดินเคียงกันไปยังทางออก



“แชยอนจังอยากดื่มอะไรดี เบียร์? สาเก?” 

ซากุระหันมาถามเมื่อทั้งสองเดินเข้ามานั่งที่เคาเตอร์ยาวเรียบร้อย ทั้งคู่เลือกร้านกินดื่มขนาดเล็กที่ดูคึกคัก และตั้งอยู่ไม่ไกลจากส่วนจัดแสดงงานที่พวกเธอเพิ่งจากมา

“บีรุ!” แชยอนตอบด้วยสำเนียงญี่ปุ่นชัดเจนก่อนเสริม “เข้าฤดูร้อนแล้วก็ต้องเบียร์สิ!”

ซากุระพยักหน้ารับ ก่อนหันไปสั่งเครื่องดื่มและกับแกล้มกับพนักงานในร้าน ด้วยสำเนียงรัวเร็วกว่าที่ใช้พูดคุยกับแชยอนเป็นเท่าตัว เมื่อพนักงานผละไป จึงหันกลับมาพูดคุยกันต่อ

“ตกลงว่าซากุจังจะอยู่โตเกียวถึงวันไหนนะ” แชยอนถาม

“มะรืนนี้ก็กลับแล้วล่ะ ฉันกับอาโออิจังลางานยาวๆ ไม่ได้” ซากุระตอบตามจริง

“ซากุจังกับอาโออิจังทำงานที่เดียวกันเหรอ”

“เปล่าหรอก ฉันกับอาโออิจังเป็นเพื่อนบ้านที่สนิทกันมากเฉยๆ” คำตอบนั้นของซากุระทำให้แชยอนหวนนึกถึงชื่อของคนอีกคนที่ถูกเอ่ยถึงเมื่อค่ำ

“แล้วคนนั้นที่อาโออิจังกลับไปหาล่ะ เหมือนจะชื่อนาโกะจังใช่รึเปล่า?” จบคำ พนักงานก็นำเครื่องดื่มและอาหารที่สั่งมาเสิร์ฟพอดี ทั้งคู่หันไปรับแก้วของตัวเองมาจิบ ก่อนที่ซากุระจะตอบในสิ่งที่ถูกถามค้างอยู่

“อื้อ นาโกะจังกับมิคุจังก็บ้านอยู่ใกล้กัน เลยเป็นเหมือนน้องสาวของพวกเราด้วยน่ะ จริงๆ สองคนนั้นยังเรียนอยู่เลย” ซากุระตอบยิ้มๆ เมื่อย้อนนึกถึงเด็กสาวสองคนที่ป่านนี้น่าจะหลับเป็นตาย เพราะได้ไปสนุกกันที่ดิสนีย์แลนด์ตั้งแต่เช้า ส่วนเธอกับอาโออิที่รู้สึกแก่เกินจะขึ้นเครื่องเล่นในสวนสนุกแล้ว จึงขอปลีกตัวมาเดินเล่นในเมืองกันสองคน

“ฟังดูอบอุ่นดีจังเลยน้า” แชยอนเปรยขึ้นลอยๆ

“จริงๆ ที่ได้มาเที่ยวโตเกียวนี่ก็เพราะเป็นของขวัญที่สัญญาไว้กับนาโกะมิคุ ตอนที่สองคนนั้นสอบเข้ามหา’ลัยได้นั่นแหละ แต่ก็ต้องรอตั้งเกือบปี กว่าฉันกับอาโออิจังจะหาวันลาที่ตรงกันได้” ซากุระเล่าต่อพลางส่ายหัวเบาๆ เมื่อคิดถึงความหัวหมุนในการจัดตารางวันหยุดของเธอและอาโออิ

“ฉันขอถามได้ไหม ว่าซากุจังทำงานอะไร?” แชยอนถามในสิ่งที่แอบสงสัยมาสักพัก

“ได้สิ” เจ้าตัวพยักหน้าด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนจะยื่นข้อเสนออย่างนึกสนุก “เอาอย่างนี้ ฉันให้แชยอนจังลองเดาดูดีกว่า”

“ฮ่าๆๆ ก็ได้ งั้นถ้าฉันเดาถูกจะมีรางวัลให้รึเปล่า” สาวเกาหลีต่อรองอย่างรู้เกม

“ก็ได้นะ ฉันให้แชยอนจังขอได้หนึ่งอย่าง” ซากุระตกลงอย่างว่าง่าย ก่อนเสริม “แต่ต้องเป็นสิ่งที่ไม่ยากจนเกินไป โอเคไหม”

“แล้วฉันมีโอกาสตอบได้กี่ครั้ง?”

“สาม”

“ดีล” แชยอนตอบรับคำท้าในที่สุด ก่อนจะเริ่มเกมโดยการยกแขนขึ้นเท้ากับเคาเตอร์บาร์ตรงหน้า ใช้หลังมือรองปลายคาง หันหน้าไปทางซากุระ ถือโอกาสไล่พิจารณาเครื่องหน้าสวยหวานนั้นอย่างละเอียด

“จ้องมากไปแล้วแชยอนจัง” ซากุระเอนตัวถอยหลังเล็กน้อยเมื่อเอ่ยปราม ตากลมหลุบต่ำ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วเบียร์ของตัวเองมาจิบแก้เก้อ

“ขอฉันใช้เวลาคิดหน่อยน่า” คนจ้องเก่งตอบด้วยสีหน้ายิ้มๆ

“ได้คำตอบรึยัง?” คนถูกจ้องเริ่มเร่ง

“ก็ได้ คำตอบแรก ฉันขอเดาว่า คุณครู?” แชยอนตัดสินใจตอบในที่สุด

“ผิด” ซากุระส่ายหัวพร้อมกับหัวเราะเบาๆ “นั่นมันอาโออิจังต่างหาก”

“เอ๋ จริงเหรอ อาโออิจังต้องเป็นครูที่ใจดีที่สุดในโรงเรียนแหงๆ” แชยอนเอ่ยเมื่อจินตนาการภาพอาโออิยืนอยู่หน้าชั้นเรียนพร้อมกองสมุดการบ้าน

“ผิดไปหนึ่งแล้ว เหลืออีกสองนะ” ซากุระมองตอบอีกฝ่ายอย่างเหนือกว่า 

แน่ล่ะ อาชีพเธอใช่ว่าจะเดาถูกกันง่ายๆ เสียเมื่อไหร่

คราวนี้แชยอนจ้องลึกลงไปในตากลมโตคู่สวยนั้นชั่วอึดใจ แล้วเอ่ยคำตอบที่สองโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันตั้งตัว 

“vet?”

“เอ๊ะ?” ซากุระออกอาการมึนงงเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยคำที่เธอไม่คิดว่าจะได้ยินออกมา

“อืม ฉันไม่แน่ใจคำภาษาญี่ปุ่นแฮะ หมอสำหรับสัตว์น่ะ”

“veterinarian เหรอ” ซากุระทวนคำอย่างไม่แน่ใจ “สัตวแพทย์?”

“อื้อ นั่นแหละๆ” แชยอนพยักหน้าถี่ๆ ก่อนถามย้ำ “ถูกไหม?”

ซากุระอึกอักเล็กน้อยก่อนตอบ

“ถูก”

“เย่!” แชยอนยิ้มกว้างจนตาหยี หันกลับไปยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่ซากุระยังคงมองตามอีกฝ่ายไม่วางตา เอ่ยถามด้วยอาการงุนงง

“แชยอนจังเดาถูกได้ยังไงน่ะ?”

“ไม่รู้สิ ฉันก็เดามั่วๆ เมื่อกี้บังเอิญเห็นว่าเคสโทรศัพท์ของซากุจังเป็นรูปแมวเฉยๆ น่ะ”

“เอ๋ แค่นั้นเองเหรอ” ซากุระอุทานอย่างไม่อยากเชื่อ

“อื้อ แค่นั้นแหละ จริงๆ ฉันว่ามันเป็นเรื่องของดวงมากกว่านะ” แชยอนยิ้มอย่างเหนือกว่า

“ไม่ยุติธรรมเลย!” อีกฝ่ายยังคงโอดครวญ เมื่อนึกไปต่างๆ นาๆ ว่าเธออาจจะโดนเรียกร้องอะไรแปลกๆ จากคนตรงหน้าก็ได้ทั้งนั้น

“เอ ฉันจะขออะไรจากซากุจังดีน้า” พูดไปพลางยกนิ้วชี้ขึ้นมาเคาะปลายคางอย่างกวนๆ

“จะขออะไรก็พูดมาเลย แต่ถ้ายากเกินไปฉันจะถือว่าเป็นโมฆะนะ” คนที่ตกเป็นรองยังคงขู่ด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ไม่ต้องห่วงน่า” แชยอนตอบด้วยท่าทีสบายๆ “ซากุจังเคยไปเอโนชิมะรึยัง ที่เขาบอกว่าเป็นเกาะแมว?”

“เอ๋ ยังเลย ฉันเคยไปแค่คามาคุระเท่านั้นแหละ ยังไม่เคยเลยไปถึงตรงนั้น”

“ถ้างั้นพรุ่งนี้ซากุระจังมีแพลนทำอะไร?” แชยอนถามต่อ

“ก็...นัดกับทุกคนไว้ว่าจะไปช็อปปิ้ง” ซากุระตอบด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจนัก

“แล้วถ้าฉันขอวันพรุ่งนี้ของซากุจัง จะได้รึเปล่า” แชยอนตัดสินใจขอในที่สุด

เพียงไม่กี่วินาทีที่ซากุระนิ่งคิด กลับให้ความรู้สึกราวกับว่าผ่านไปเนิ่นนานหลายชั่วโมงในความคิดของแชยอน

“เอางั้นก็ได้ ปกติฉันก็ไม่ค่อยชอบช็อปปิ้งเท่าไหร่อยู่แล้ว” ซากุระตอบขณะหลบตา

แชยอนยิ้มส่งยิ้มให้อีกฝ่ายแทนคำขอบคุณ เป็นรอยยิ้มที่สื่อความจริงใจออกมาผ่านทั้งตาและปากอย่างชัดเจน ทำเอาคนมองอดหมั่นเขี้ยวไม่ได้ จึงยื่นมือสองข้างออกไปบีบแก้มใสเบาๆ 

“ยิ้มกว้างเกินไปแล้วแชยอนจัง”

“ก็ดีใจนี่นา พรุ่งนี้จะมีเพื่อนเที่ยวยาวๆ ทั้งวันเลย” แชยอนเอ่ยโดยที่ยังไม่หุบยิ้มแต่อย่างใด

“ถ้าอยากมีเพื่อนเที่ยวขนาดนั้น ทำไมถึงมาเที่ยวคนเดียวล่ะ”

“ก็ถ้ามาหลายคน จะได้มาเจอซากุจังแบบนี้เหรอ” แชยอนตอบพร้อมรอยยิ้มกวนประสาท ทำเอาซากุระได้แต่ส่ายหัวอย่างจนปัญญา ก่อนจะเหลือบไปเห็นเวลาที่ปรากฎอยู่บนนาฬิกาข้อมือของตนเอง

“เอ๊ะ ดึกขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย” ซากุระอุทานด้วยน้ำเสียงกังวลใจ

“อ๊ะ จริงด้วย”

ซากุระไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบหันไปเรียกเก็บเงินด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะก้มลงไปหยิบกระเป๋าสตางค์ของตัวเอง แต่ไม่ทันกับความว่องไวของแชยอนที่ยื่นธนบัตรส่งให้พนักงานไปก่อนแล้ว

“ไม่เป็นไร ฉันเลี้ยงเอง”

“เอ๋ ได้ไงกัน”

“ถ้าอยากเลี้ยงคืนก็เอาไว้พรุ่งนี้แล้วกันนะ” แชยอนตอบง่ายๆ เมื่อหันไปรับเงินทอนจากพนักงาน ก่อนจะลุกขึ้นเดินนำออกจากร้านไป

ที่ริมถนนหน้าร้าน แชยอนกำลังตั้งสติเพื่อนึกวิธีเดินกลับไปยังสถานีรถไฟ แต่ทันทีที่ซากุระเดินตามออกมา มือเรียวก็คว้าข้อมือแชยอนให้ออกวิ่งอย่างรวดเร็ว

“ต้องวิ่งแล้วแชยอนจัง ไม่งั้นตกรถไฟแน่”

เมื่อตั้งสติได้ แชยอนจึงบิดข้อมือตัวเองออกจากอุ้งมือเรียว แล้วสอดมือของตัวเองเข้าไปแทนที่ ทำให้ซากุระหยุดชะงักเล็กน้อยด้วยความงุนงง แชยอนจึงกระชับมือนั้นและพาออกวิ่งต่อ

“ไหนบอกว่าจะตกรถไฟอยู่แล้วไง วิ่งเร็วซี่”

หญิงสาวสองคนวิ่งกระหืดกระหอบจนมาถึงหน้าสถานี มือที่เกาะกุมกันมาตลอดทางปล่อยออกเพื่อหยิบบัตรรถไฟของตัวเอง เมื่อผ่านเข้าไปถึงด้านในสถานีก็ได้เวลาที่จะต้องแยกจากกันในคืนนี้

“ซากุจัง!” แชะยอนตะโกนเรียกเมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะวิ่งไปขึ้นรถไฟโดยที่ยังไม่ทันได้ล่ำลา

“หืม?”

“มะตะเนะ!”

“อื้อ มะตะเนะ~”



(TBC)

ตอนนี้สองคนเค้าได้คุยกันเยอะขึ้นแล้วนะคะ 
หลังจากที่ตอนแรกมัวแต่เลิ่กลั่กกันไปมา 555
ไม่รู้ว่านัดวันพรุ่งนี้จะเป็นยังไงบ้าง 
ปล่อยให้เจ้าแชนพาทาสแมวอย่างสาไปเที่ยวเกาะแมว จะรอดมั้ยน้า 

ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ ขอบคุณมากจริงๆ
ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ #มตนแชกุระ 

NOTE : Matane (มะ-ตะ-เนะ) ภาษาญี่ปุ่นแปลว่า แล้วพบกัน

SHARE

Comments

DoubleM
12 months ago
สนุกๆมากเลยค่าา ชอบมากเลย เป็นกำลังใจให้นะคะ
Reply
Kwanmemo18
10 months ago
รอนะ
Reply