อะไรคือระยะขอบ อะไรคือระยะตัดตก คำนี้อาจจะทำให้หลายคนงง ไขปัญหา 2 คำนี้?
การตั้งค่าระยะขอบและระยะตัดตก เป็นส่วนสำคัญของการเตรียมงานสำหรับพิมพ์ในระบบดิจิตอลออฟเซ็ต
- ระยะขอบ (Margin) จะกำหนดพื้นที่ว่างอยู่ด้านในขอบชิ้นงานเข้ามา เป็นพื้นที่ปลอดภัยจากการวางตัวอักษรและลวดลายกราฟิคที่มีความสำคัญ ที่จะไม่ถูกตัดไปโดยเครื่องตัดกระดาษอัตโนมัติ

- ระยะตัดตก (Bleed) ระยะของเส้นนี้จะอยู่ภายนอกพื้นที่ไฟล์งานที่กำลังออกแบบกันอยู่ พื้นที่ส่วนนี้จะถูกตัดทิ้งไปโดยไม่ได้ใช้งานแต่อย่างใด แต่หากไฟล์งานนี้มีพื้นหลังสีหรือลวดลายกราฟิคต่างๆ หรือกระทั่ง Texture ควรจะเทสีลงไปจนสุดระยะตัดตกแม้จะถูกตัดทิ้งไป

Bleed&Margin
Tips : ไฟล์ Artwork สำหรับงานพิมพ์ ที่จะส่งพิมพ์ในระบบออฟเซ็ตควรตั้งระยะห่างจากขอบทุกด้าน บน ล่าง ซ้าย และขวา อย่างน้อยด้านละ 3 มิลลิเมตร เพื่อความปลอดภัยของเนื้อหาชิ้นงานนั้นๆ

พิมพ์สติกเกอร์
เมื่อเห็นภาพและเข้าใจตรงกันถึงความสำคัญของระยะขอบและระยะตัดตกแล้ว เรามาลองดูวิธีกำหนดการตั้งค่าระยะขอบและระยะตัดตกในโปรแกรมออกแบบอย่าง Adobe กันดีกว่า 
1. Adobe Photoshop เนื่องจาก Photoshop เป็นโปรแกรมที่เน้นการทำงานเกี่ยวกับรูปภาพเป็นส่วนใหญ่ โปรแกรมจึงไม่มีคำสั่งตั้งระยะชอบ และระยะตัดตกมาให้ เพื่อนๆ จึงต้องสร้างเส้นเพื่อเป็น Guide ขึ้นมาเองง่ายตามขั้นตอนดังนี้

Photoshop ออกแบบนามบัตร
- กำหนดขนาดไฟล์งานตามจริงในที่นี้สมมติเป็นไฟล์งานขนาด A4 ที่มีขนาด กว้าง 210 มิลลิเมตร สูง 297 มิลลิเมตร

- เปิดไฟล์งานขึ้นมาแล้ว ให้กด Ctrl + R เรียกคำสั่ง ไม้บรรทัด (Ruler) ขึ้นแล้ว ลากเส้นไกด์ออกมาจากไม้บรรทัดทั้ง 4 ด้าน กำหนดให้ขนาดเข้ามาด้านในด้านละ 3 มิลลิเมตร

- เมื่อเสร็จแล้ว ขยายไฟล์เอกสารงานให้มีระยะตัดตก (Bleed) ขึ้นมาด้านละ 3 มิลลิเมตร โดยไปที่เมนูคำสั่ง Image แล้วเลือก Canvas Size กดตลิกที่ช่อง Relative แล้วใส่ size ใหม่ขยายไฟล์งานออกทุกด้าน ด้านละ 3 มิลลิเมตร ทั้งบน ล่าง ซ้าย และขวา โดยกำหนด Width = 6 Millimeters และ Height = 6 Millimeters เท่านี้เอกสารไฟล์งานก็จะขยายออกไปอีกด้านละ 3 มิลลิเมตร์ ให้เป็นระยะตัดตกอย่างที่ต้องการ จากนั้นก็ทำการออกแบบรายละเอียดสำคัญให้อยู่ในพื้นที่ปลอดถัยที่กำหนดไว้ดก

2. โปรแกรม Adobe illusrator สำหรับ illusrator นั้นทำมาเพื่อสร้าง Artwork ในการทำงานเกี่ยวกับตัวหนังสือและภาพโดยเฉพาะ จึงให้ความสำคัญกับการรองรับกาตั้งระยะตัดตก (Bleed) แต่ก็ยังไม่รองรับระยะขอบ (Margin) ซึ่งเพื่อนต้องสร้างเส้นระยะขอบขึ้นมาเอง 
 
- เปิดไฟล์งานใหม่ขึ้นมา ไปที่ File และ New จากนั้นตั้งค่าขนาดไฟล์งานขึ้นมา ในที่นี้สมมติว่าเป็นขนาด A4 เช่นเดียวกับตัวอย่าง Photoshop ก็จะมีขนาดดังรูป ให้สังเกตช่อง Bleed ที่มี 4 ช่อง พร้อมปุ่มรูปโซ่ช่องสุดท้าย เมื่อเรากดปุ่มรูปโซ่และพิมพ์ 3 มิลลิเมตรเข้าไป ทุกช่องจะเปลี่ยนเป็นขนาดที่เท่ากันคือ 3 มิลลิเมตรที่เรากำหนดเข้าไปนั้นเอง เพียงเท่านี้เพื่อนๆ ก็จะได้เส้นตัดตกแบบง่ายๆ มาแล้ว

- พอเปิดไฟล์ขึ้นมา ก็จัดการสร้างเส้นระยะขอบ 3 มิลลิเมตรต่อด้วยการกด Ctrl + R เรียกคำสั่ง ไม้บรรทัด (Ruler) ขึ้นมา จากนั้นคลิกเมาท์ลากดึงเส้นระยะขอบจากไม้บรรทัดมาโดยกำหนดระยะห่างจากขอบพื้นที่ Artwork เข้ามา 3 มิลลิเมตร เพื่อกำหนดเป็นเส้นขอบงาน เพื่อความปลอดถัยของรายละเอียดไฟล์งานนั้นๆ มิให้ถูกตัดตกหายไป

3. โปรแกรม InDesign เป็นโปรแกรมที่รองรรับการทำงานในการสร้างเส้นระยะขอบและเส้นระยะตัดตกในไฟล์ Artwork ได้ง่ายที่สุด เพียงแค่

- เปิดโปรแกรมไปยัง File และ New ไฟล์งานขึ้นมา จากนั้นตั้งค่าขนาดไฟล์งานขึ้นมาสมมติเป็นขนาด A4 จากนั้นกำหนด เส้นระยะขอบ (Margins) คลิกที่ปุ่มรูปโซ่และกำหนดขนาด 3 mm จากนั้นก็เลื่อนกำหนดเส้นระยะตัดตกต่อ โดยเลือกที่ Bleed แล้วพิมพ์ 3 mm เข้าไปเพียงเท่านี้ เพื่อนๆ ก็จะได้พื้นที่ไฟล์สำหรับการสร้าง Artwork กันแล้ว

เท่านี้ก็เหลือแค่เพียงให้เพื่อนๆ โชว์ลีลาออกแบบงานไม่ว่าจะ พิมพ์สติกเกอร์ ป้ายร้านค้า นามบัตร ฉลากสินค้า เมนูอาหาร หรือโปสเตอร์ ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ได้อย่างเต็มที่สนุกสนาน พอทำเสร็จแล้วที่เหลือก็แค่เลือกโรงพิมพ์ออนไลน์ 

ขอบคุณบทความดีๆจาก https://lannamedia.co.th/
SHARE

Comments