ไม่เห็นจะสบาย(ใจ)เลย
วันที่ 42 ของการทำงาน 

เช้าวันธรรมดาที่น่าเบื่อ เราตื่นนอน 7 โมงตามปกติ ลุกขึ้นอาบน้ำพร้อมกับเปิดยูทูปเข้าไปดูในห้องน้ำ ออกมาแต่งตัวพร้อมกับเจาะกล่องนมเอาหลอดเข้าปาก 

8:10 เราออกจากห้อง ยืนรอหน้าลิฟท์แบบทุกวัน เสียงประตูแต่ละห้องค่อยๆเปิด คนมากมายกำลังทำแบบเดียวกับเรา ลิฟท์หยุดที่หลายชั้น ก่อนจะถึง Lobby เพราะทุกคนต่างออกไปปฏิบัติภารกิจของตัวเอง เราก็เหมือนกัน

เดินออกไปโบกพี่วิน 

ไปบีทีเอสพี่!!!!แตะบัตร เดินขึ้นไปรอรถไฟฟ้าซึ่งเป็นทางเดียวที่จะพาเราไปออฟฟิศได้ทันเวลา 9:00 

9:12

เราเดินไปออฟฟิศแบบไม่รีบ...รู้แหละ ว่าเข้างานเก้าโมง แต่...แล้วไงล่ะ เราไม่มีจุดมุ่งหมายใดๆเลยกับงานนี้ ก็แค่เพิ่งจบใหม่ๆ รับปริญญาไม่กี่เดือนก็ได้งานที่นี่ แล้วไงต่อ...

บางคนอาจจะมองว่าโชคดีจัง ได้ทำงานเร็วจัง เงินเดือนเยอะจัง จบใหม่ได้เท่านี้เลยหรอ

ใช่ เราเคยดีใจ ดีใจมากเลยแหละวันแรกที่เข้างาน ทุกๆคนในออฟฟิศค่อนข้างเครียดกับงานของตัวเอง เราแทบไม่มีปฏิสัมพันธ์กับใครเลย เพราะทุกคนมีงานต้องรับผิดชอบ พอถึงเวลาพัก ก็ได้ติดสอยห้อยตามไปกินข้าวกับพี่ๆ แต่ก็......เจื่อนๆ เพราะหัวหน้าสุดโหดตามมาด้วย

เวลาผ่านไปเดือนแรก เราสนิทกับทุกคนในที่ทำงาน ทุกตำแหน่ง แต่...เราทำงานคนเดียว

ฟังไม่ผิดหรอก ตำแหน่งของเรา เป็นตำแหน่งเดียว ที่มีเราทำคนเดียว...อืม แต่ไม่เป็นไร เราทำได้


กลับมาวันนี้ วันที่ 42 

เราว่า...เราทำคนเดียวไม่ไหวแล้วล่ะ

บรรยากาศ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป พี่ๆและเพื่อนๆที่เคยคุยกันสนิทกัน ค่อยๆทยอยลาออกไปทีละคน ตอนนี้มีแต่คนจองคิวลาออกจากที่นี่ ทำยังไงดีล่ะ ยังไม่ได้วางแผนอะไรไว้เลย แล้วถ้าทุกคนไม่อยู่ เราจะไหวมั้ย ไม่เป็นไรหรอกมั้ง ที่ผ่านมาก็ทำคนเดียวมาตลอด 

เช้าวันนี้ เราเข้างานโดยไม่มีเมลสั่งงานจากหัวหน้า ไม่มีแม้แต่กระดาษโน้ตบนคอมพิวเตอร์ 
เราเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบขวดน้ำขวดเก่ามาดื่ม ก่อนจะเดินกลับมาที่โต๊ะ และนึกขึ้นได้ว่า มีงานค้างจากเมื่อวาน ใช่ เมื่อวานเป็นกำหนดส่งงานของเรา หลังจากหัวหน้าสั่งให้เราทำงานให้โดยให้เวลา 2 วัน(ซึ่งเป็นวันหยุด) หลังจากเราพิจารณาตัวงาน อือ เราทำไม่ได้ภายใน 2 วันหรอก เราจึงเลือกจะเมลส่งไปหาหัวหน้าว่า คงไม่สามารถทำเสร็จได้ภายในเวลา 2 วัน จริงสิ ต้องรีบแล้ว

บ่าย...ยังไม่มีเมลสั่งงานหรือตอบรับใดๆ 

เย็นวันนั้น หัวหน้าไลน์เรียกให้เราไปพบที่ห้อง

บรรยากาศที่ไม่คุ้นเคยเริ่มต้นขึ้น ใช่ เราโดนดุ และตำหนิอย่างรุนแรง การทำงานโดยไม่ต้องตอบคำถามบ่อยๆและไม่ต้องสอนงาน เป็นสิ่งที่หัวหน้าต้องการ เนื่องจากไม่มีเวลามาสอนงานให้กับเรา และมองว่าเราทำงานผิดพลาด...เอ๊ะ ทำไมถึงใจหายวูบแบบนั้นนะ

หลังจากออกมาจากห้องหัวหน้า เราเพิ่งนึกออกว่า เราไม่ได้ทำงานผิด แต่เราไม่ได้เซฟกลับไปที่เดิม เพราะกลัวว่าไฟล์เก่าจะเสียหาย จึงสร้างไฟล์ใหม่ขึ้นมา ใช่ เราแก้งานแล้ว แต่หัวหน้าคงเข้าใจว่าไฟล์เก่าคือไฟล์ที่เราแก้ อืม แต่ช่างเถอะ พูดไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นมา

เหนื่อยจัง

เราตัดสินใจ "ลาออก" เพราะการทำงานที่ไม่เน้นสื่อสาร หรือไม่มีการสอนงาน มันยากสำหรับเรามาก เราคงไม่เก่งมั้ง แต่ถ้าไม่อยากสอนงานเรา ทำไมถึงจ้างเด็กจบใหม่แบบเรานะ เฮ้อ ขอโทษที่ทำให้ผิดหวังล่ะ 

แต่พอลาออกแล้ว

ไม่เห็นจะสบาย(ใจ)เลย


SHARE
Writer
YMeHere
finding my self
I will try my best.

Comments