กลิ่นกะทิ
เขาลืมไปแล้วว่าเคยหกล้มที่ไหนบ้าง แต่มีครั้งนึงที่เขาจำได้คือที่เขาถือถ้วยฟักทองแกงบวด เดินออกมาจากโรงครัวที่ศาลาวัด วันนั้นเป็นงานศพของเพื่อนพ่อคนหนึ่ง เขาเด็กเกินกว่าจะจำได้ว่าผู้เสียชีวิตคือใคร จำได้แค่ว่าเขาถือขนมมาสองถ้วย ตั้งใจจะว่าจะเอามาฝากแม่ถ้วยนึง อีกถ้วยนึงสำหรับตัวเขาเอง เพราะพ่อไม่อยากทานของหวานในตอนบ่าย 

ระหว่างทางเดินมาหาพ่อแม่ มีเด็กหญิงคนนึงอายุน้อยกว่าเขา เดินมาทางเขาแล้วบอกว่า
"ขอขนมถ้วยนึงค่ะ"
"ไม่ได้ เดินไปเอาในครัวเองสิ ไม่ใช่คนรับใช้"
"ก็ถือมาสองถ้วย จะกินเองสองถ้วยเลยรึไง"
"เราจะเอาไปฝากแม่เรา"
"ก็บอกแม่สิว่าหมดแล้ว ขอเถอะนะเราขี้เกียจเดิน"
"ไม่ได้ ในครัวมีเพียบเลย ไปขอแม่ครัวเองเถอะ อย่าให้เราถือนานเลย มันร้อน"
"เอ๊ะ เป็นผู้ชายทำไมไม่เสียสละให้ผู้หญิง"
"อ้าว แม่เราก็ผู้หญิง"

เด็กหญิงโกรธจนหน้าแดง คิ้วขมวด แววตาดุร้าย

"เอามานี่ ไม่งั้นเราจะฟ้องแม่เรา"
"ไม่ได้ วิ่งไปฟ้องเลย แต่ยังไงเธอก็ต้องกลับมาเอาขนมเองอยู่ดี เพราะเราไม่ให้"

เขาเดินห่างออกจากเธอได้สี่ก้าว เธอก็วิ่งตามมา เขาวิ่งหนี นอกจากจะต้องระวังไม่ให้ลื่นแล้วยังต้องระวังไม่ให้ขนมหกออกจากถ้วยจึงวิ่งได้ไม่เต็มสปีด 

เธอวิ่งทันจนได้ คว้าแขนของเขา 

เขาขัดขืน ชูถ้วยทั้งสองขึ้นเหนือหัว หวังจะใช้ความสูงเอาชนะ
เธอโน้มแขนเขาลงด้วยน้ำหนักตัว เขาเกร็งตัวเหยียดตรง คล้ายต้นไม้พยายามงัดข้อกับลมฝน
สุดท้ายเธอหยุดรั้ง แต่เขย่าแขนเขาแทน ถ้วยทั้งสองในมือชนกัน ขนมในถ้วยจึงหกใส่เขาและเธอ

น้ำกะทิสีขาวอมเหลืองจากฟักทองแกงบวดเลอะเสื้อสีดำของเขาขาและเสื้อสีขาวของเธอ
กลิ่นกะทิห้อมล้อมไปรอบตัวของเขา

เขาเงียบ เธอเงียบ เวลาผ่านไปสักพัก

เขาลุกขึ้นยืน 
"ถ้าเธอไปเอาขนมเองป่านนี้คงอิ่มแล้ว และเสื้อก็คงยังสะอาดอยู่ 
สุดท้ายก็ต้องไปเอาเองอยู่ดี เห็นมั้ย"

เธอลุกขึ้นตาม 
"สมน้ำหน้า อยากไม่มีน้ำใจกับผู้หญิง"

เขาส่ายหน้า ถอนหายใจ สูดหายใจเข้าเป็นกลิ่นกะทิ เดินกลับไปโรงครัว
เธอเดินตามมา

"ขอฟักทองใหม่ได้มั้ยครับป้า มะกี้หกไปหมดทั้งสองถ้วยเลย โดนคนแย่งครับ"
"ขอฟักทองถ้วยนึงด้วยค่ะ มีคนใจร้ายไม่แบ่งให้ค่ะ"

ป้าตักให้แล้วก็หันไปคุยกับเพื่อนในครัวด้วยกัน
เขาได้ฟักทองแกงบวดมาก็รีบออกเดิน 
เธอถือถ้วยวิ่งตาม เป็นอันรู้กันว่านั่นคือการวิ่งแข่ง ใครฟ้องแม่ของตัวเองก่อนได้เปรียบ
การทำเสื้อเลอะต้องมีผู้ต้องหา

จากเดินช้าเป็นเดินเร็ว จากเดินเร็วเป็นกึ่งเดินกึ่งวิ่ง พวกผู้ใหญ่ไม่ได้อยู่ในศาลาแล้ว ทยอยพากันไปตั้งขบวน ต้องเดินวนรอบเมรุฯ ก่อนเผาศพ เขาและเธอลงจากบันได ด้วยความเร็วที่สุด(สำหรับเด็กสองคน) สอดเท้าเข้าไปในรองเท้าแตะ

ท่ามกลางแดดร้อน เขาและเธอวิ่งไปที่เมรุฯ ระหว่างทางมีหมาสองตัววิ่งไล่กัน ตัวนึงโผล่มาตัดหน้า ความสูงของหมาประมาณเข่าของเขา เขาเสียหลักล้มลงบนพื้นคอนกรีต เธอวิ่งตามหลังมา หัวเราะเยาะเขา

จะได้กินมั้ยเนี่ยวันนี้ ฟักทองแกงบวด เขาถามตัวเอง
นั่งอยู่บนพื้นอุ่นๆ มองเงาของตัวเองพาดลงบนฟักทองแกงบวดที่หกบนพื้น
หมาวิ่งไปไกลแล้ว เจ็บที่มือและขา สูดหายใจเข้าเป็นกลิ่นกะทิผสมไอแดด

อย่าวิ่งขณะที่ถือของกินอยู่ในมือ ครูเคยบอก 

เรื่องมันก็นานมากแล้ว แต่จู่ๆ เขาก็นึกถึงตอนที่เขากำลังนั่งกินฟักทองแกงบวด เขาจึงเล่าเรื่องนี้ให้แฟนของเขาฟังในฟู้ดคอร์ดในห้างแห่งหนึ่ง

"แล้วทำไมวันนี้พี่ถึงกินฟักทองแกงบวดล่ะ ไม่เคยเห็นนึกอยากกิน"
"ฟักทองในหม้อมันสีสวยดี ไม่ได้กินนานแล้ว"

เขาตักฟักทองเข้าปาก

"แล้วก็คงไม่ได้กินอีกนาน เพราะถ้วยนี้มันหวานมาก" 

เขายิ้มให้เธอ.








SHARE
Writer
ProtoZua
Books and music
บ้างเพื่อบอกเล่า บ้างเพื่อบำบัดตน

Comments