เหตุผลของเธอ
เพราะเหตุผลของเธอ
สิ่งที่เธอทำจึงถูกต้อง
แม้มันจะไม่ถูกใจใครบางคน
ที่อาจรวมถึงตัวเธอเองด้วยก็ตาม






ใครบางคนเคยบอกไว้
เบื่องหลังทุกการกระทำ
มีเหตุผลซ่อนอยู่เสมอ

หากทว่าในบางครั้ง
การกระทำเหล่านั้น
ก็กลับเข้าใจยากเสียกว่าปริศนา
มันล่องลอยยิ่งกว่าหมู่เมฆบนฝากฟ้า
สายลมที่พัดพาผ่านไป
ยังสัมผัสได้ชัดเจนยิ่งกว่าเหตุผลของมัน


" ไง มานานแล้วหรือยัง "

เสียงใสกังวาลทักขึ้นจากด้านหลังของผม
ผมสดุ้งตื่นจากพวังความคิดที่กำลังเหม่อลอย
หันกลับมาเพื่อมองไปยังที่มาของเสียงนั้น

เงาร่างผู้หญิงตัวเล็กที่เปล่งประกายท่ามกลางผู้คนมากมาย แสงไฟประดับต้นคริสต์มาสสีเหลืองส้มสะท้อนส่งเสริมประกายให้เธอยิ่งโดดเด่น รอยยิ้มสดใสกับบรรยากาสของความครื้นเครงที่ผมไม่ทันได้ใส่ใจยิ่งขับเน้นถึงความพิเศษของเธอ ผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตของผมเหมือนเช่นสายฝนชโลมใจ และเดินจากไปรวดเร็วเสียยิ่งกว่าฝนเม็ดสุดท้ายจะจากลา หากแต่ผมกลับไม่เคยได้เข้าใจถึงเหตุผลที่เธอเลือกเดินเข้ามาได้เลย


" สักพักแล้วล่ะ "

ผมตอบออกไปแบบขอไปที
เธอจากไปเนิ่นนานด้วยเหตุผลของเธอ
แล้วเธอก็กลับเข้าด้วยเหตุผลของเธอเช่นกัน
แต่ผมไม่รู้ว่าเหตุผลนั้นมันจะมีผมด้วยหรือเปล่า

นานมากแล้วล่ะที่เราห่างหายจากกันไป
จริงๆ ต้องบอกว่าเป็นเธอที่ห่างหายไปจากผม
ก่อนที่เธอจะนัดผมออกมาเจอกันอีกครั้งในวันนี้


" ผมล่ะไม่อยากจะมาเลยให้ตายสิ "

" แต่ก็มาแล้วนี่ ขอบคุณนะ "

เธอเดินเข้ามาจับมือผมแล้วดึงให้เดินตามเธอไป


" จะรีบไปไหนเนี่ย "

" น่าเดี๋ยวไม่ทัน นี่มาสายไปตั่งเกือบครึ่งชั่วโมงแน่ะ "

" ก็เธอไม่ใช่หรือไงที่สาย "

เธอทำหน้าบอกบุญไม่รับ
แล้วก็ลากผมแทรกผ่านผู้คนมากมายออกไป


เราหยุดลงที่ลานกว้างริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง ผู้คนกลุ่มใหญ่นั่งลายล้อมอยู่ทั่วทั้งลานรอบต้นคริสต์มาสต้นใหญ่อีกต้นหนึ่ง ต้นคริสต์มาสสีใสที่มืดสนิทเพราะไม่มีแสงไฟประดับไว้ เราหยุดลงและเลือกที่นั่งลงเพื่อรอเวลาก่อนที่อะไรบางอย่างจะเริ่มต้นขึ้น


" ที่นี่มีอะไรหรอ ?? "

ผมถามเธอที่กำลังหอบหายใจอ่อนๆ


" เดี๋ยวก็รู้เองแหละ "

" แล้วนึกไงถึงทักมาชวนเนี่ย "

เธอนิ่งไปกับการเปลี่ยนคำถามที่กระทันหันของผม ใบหน้านั้นบ่งบอกชัดเจนถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่


" ถ้าแค่อยากได้คนอยู่เป็นเพื่อน คงมีหลายคนเลยนะที่อยากอยู่กับเธอ ทำไมถึงชวนผมล่ะ "

" ขอโทษ "

เธอตอบหลังจากที่นิ่งค้างไประยะหนึ่ง
เธอคงจะไม่ได้คิดว่าผมจะพูดอะไรแบบนั้น
แน่นอนว่าผมก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะพูดแบบนั้น


" ผมไม่ได้อยากได้คำขอโทษ ผมแค่อยากได้เหตุผล "

น้ำตาเอ่อล้นออกมาจากดวงตาคู่นั้น
ดวงตาของความเศร้าบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม


" เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้มั้ย... "

เธอถามด้วยเสียงที่สั่นเครือกว่าเดิม


" เราก็ไม่เคยเปลี่ยนไปจากเดิมตั่งแต่เริ่มรู้จักกันนี่ "

ผมตอบตัดบทเธอออกไป
ใช่เราไม่เคยเปลี่ยนไปจากเดิมเลยสักครั้ง
เรายังเป็นเพื่อนกันตั่งแต่ตอนนั้น
และมาจนถึงนี้ตอนผมก็ยังคงเป็นเพื่อนเธอ
สิ่งที่เปลี่ยนคือเธอกับผมต่างหาก
แต่คำว่าเรามันไม่เคยเปลี่ยนไป


" เรารู้ว่าเราผิด แต่... "

" ไม่มีใครผิดทั้งนั้นแหละ "

ผมพูดตัดบทเธออีกครั้ง


" เพราะเธอมีเหตุผลของเธอ สิ่งที่เธอทำจึงถูกต้อง ถึงมันอาจจะไม่ถูกใจใคร รวมถึงตัวเธอเองด้วย แต่ที่สุดแล้วเธอก็ทำถูกแล้ว "

" ถ้าเป็นอย่างนั้นเราก็กลับไปเป็นแบบเดิมไม่ได้เหรอ ไม่มีใครเข้าใจเราเหมือนนายเลย ในเมื่อนายก็เข้าใจเรา... "

" ไม่มีใครเข้าใจเธอหรอก เธอไม่เคยบอกใครว่าเธอคิดอะไร แต่เธอกลับบอกว่าต้องการคนเข้าใจ แล้วใครจะเข้าใจเธอ "

เธอเงียบไปอีกครั้ง
เสียงสะอื่นถูกเสียงพลุที่จุดขึ้นกลบไป
ประกายไฟหลากสีถูกแต่งแต้มลงบนผ้าใบสีดำ
ผ้าใบสีดำผืนใหญ่ที่เรียกว่าท้องฟ้า

ต้นคริสต์มาสเปล่งแสงสีทองสว่างเจิดจ้า
แล้ววนเปลี่ยนเรียงไปตามสีพลุบนฟากฟ้า
สายน้ำเบื้องหน้าสะท้อนประกายงามตา
หากทว่าที่สุดแล้วแสงนั้นมันก็จะสลายหายไป


" ผมเองก็มีเหตุผลของผม และผมก็เชื่อว่าสิ่งที่ผมทำมันถูกต้อง ถ้าวันนี้ทำให้เธอเสียใจ ผมก็ขอโทษด้วย "

ผมลุกขึ้นจากที่นั่งข้างกายเธอ
เดินจากไปพร้อมกับแสงไฟที่ยังอยู่เป็นเพื่อนเธอ
แสงไฟที่สวยงามตระกาลตา
แต่ทว่าคงอยู่ได้เพียงระยะเวลาสั้นๆ


ผมเดินกลับมาต้นคริสต์มาสต้นแรกที่ผมรอเธอ
แสงไฟสีเหลืองส้มยังคงส่องประกายสวยงาม
แต่ที่สุดแล้วมันก็ยังคงทำหน้าที่ได้เพียงเท่านั้น

ทำให้ต้นคริสต์มาสนั้นสวยงาม
แต่มันก็ไม่อาจนำทางใคร

แค่ไฟประดับตามรายทาง
ช่วยส่งเสริมเพิ่มความงาม
แต่ไม่อาจส่องสว่างนำทางใคร


คล้ายกับผมเลย
ก็แค่ไฟที่ประดับอยู่ในชีวิตของเธอ
และชีวิตของใครต่อใครอีกมากมาย

SHARE
Written in this book
เรื่องสั้นสั้น
เรื่องที่นึกขึ้นได้ เรื่องที่ได้พบเจอ แค่เรื่องที่อยากบอกเล่าออกไป ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น

Comments

Oei
3 months ago
อยากให้เขากลับไปรักกับเธอคนนั้นจัง
Reply
konimon
3 months ago
😂😂