One Night Stand with sexy girl





เธอคงคิดว่าเธอเป็นผู้ล่าได้คนเดียวล่ะมั้ง..


ค่ำคืนที่ฉันควรจะได้นอนเล่นเกมส์อยู่ที่บ้านหรือไม่ก็ทำรายงานอยู่ที่คอนโดกลับต้องพังลงเมื่อฉันต้องออกมาเจอกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้จัก ฉันไม่รู้จักเธอ และเธอก็ไม่รู้จักฉัน เราไม่รู้จักกัน เครื่องปรับอากาศในร้านอาหารที่ถูกปิดลงเนื่องจากอากาศอันหนาวเหน็บในช่วงเดือนธันวาคมยิ่งขับให้บรรยากาศระหว่างเราเงียบขึ้นไปอีก สาบานว่าถ้าไม่มีเสียงเพลงฝรั่งเศสคลอเบาๆมันคงเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจแน่ๆ

"เราจะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ?"

"หนูพูดไม่เก่งค่ะ แล้วอีกอย่างพี่เป็นคนชวนหนูมา"

ถ้าคุณเดินชนใครสักคนหน้าร้านอาหารจนกาแฟอุ่นๆในแก้วคุณกระฉอกไปโดนเขาคุณจะทำยังไง? แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ก็คงขอโทษขอโพยพร้อมกับหยิบทิชชู่หรือผ้าเช็ดหน้าเช็ดให้ หรือถ้ามากกว่านั้นก็คงอาสาซื้อเสื้อให้ใหม่

แต่ต้องไม่ใช่การพามานั่งในร้านอาหารแบบนี้แน่ๆ

"พี่ขอโทษนะที่ทำเสื้อนิสิตน้องเลอะ ไว้พี่จะซื้อคืนให้"

"ขอบคุณค่ะ แต่แค่พี่พาหนูมาเลี้ยงข้าวนี่ก็เกินความจำเป็นแล้ว.."

"เรากินไปนิดเดียวเองหนิ ไม่คุ้มค่าอาหารมื้อนี้ด้วยซ้ำ เดี๋ยวพี่ให้พนักงานห่อกลับให้นะ"

"ที่ชวนมาคงไม่ได้แค่จะเลี้ยงข้าวหนูอย่างเดียวหรอกใช่มั้ย?"

ฉันกลั้นใจถามออกไป ผู้หญิงวัยทำงานเสยผมสีควันบุหรี่ที่หล่นลงปรกหน้าขึ้นไป ผิวสีซีดต้องแสงไฟขับให้ใบหน้านั้นดูละอ่อนกว่าเดิมทั้งๆที่อายุก็ปาเข้าไป27แล้ว เธออายุมากกว่าฉันตั้ง8ปี.. 

"แล้วเราคิดว่าพี่ต้องการอะไร"

"หนูไม่รู้ค่ะ เดายากจัง ถ้าพี่เป็นผู้ชายหนูคงคิดว่าพี่จะหลอกฟันหนู"

"ถ้าพี่ไม่ใช่ผู้ชายพี่จะฟันเราไม่ได้เหรอ?"

ฉันเงียบไปพักใหญ่ ผู้หญิงตรงข้ามขยับตัวเล็กน้อย ยกขาภายใต้กระโปรงทรงเอขึ้นไขว้ห้างแล้วเอนหลังลงพิงพนักเก้าอี้ มาดเธอเหมือนผู้บริหารมากกว่าจะเป็นแค่พนักงานบริษัทอย่างที่พูด ยิ่งเวลาที่เธอยกยิ้มมุมปากในดวงตาเธอก็ยิ่งดูเจ้าเล่ห์และดูอันตรายเกินกว่าจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว

ไม่ปฏิเสธหรอกว่าฉันชอบเธอ เป็นใครที่มานั่งตรงนี้ก็ต้องหลงชอบเธอกันทั้งนั้น ทั้งแววตาซุกซนกับน้ำเสียงแหบพร่าชวนเคลิ้มฝัน เธอไม่ใช่มนุษย์หรอก

เธอเป็นเหมือนนางฟ้าชัดๆ..

"รู้จักวันไนท์แสตนด์มั้ย?"

"รู้ค่ะ"

"พี่อยากจะขอ เราจะให้มั้ย.."

พูดตรงไปตรงมายิ่งกว่าไม้บรรทัด ฉันหน้าขึ้นสีนิดหน่อยกับคำพูดสองแง่สามง่ามนั่น ขยับตัวอย่างอึดอัดเมื่อโดนคนตรงข้ามจ้องมองนานเกินไป เธอหยิบแก้วไวน์สีแดงขึ้นจรดที่ริมฝีปาก ช้อนแก้วตาบาดใจขึ้นมองกันราวกับจะยั่วยวนให้กระต่ายอย่างฉันหลุดออกจากที่ซ่อนในพุ่มไม้เพื่อเข้าไปเป็นอาหารของเธอ

"พี่ไม่คิดว่าหนูจะชอบผู้ชายหน่อยเหรอ"

"วันไนท์แสตนด์มันไม่จำกัดเพศหรอก เพราะวันต่อมาเราก็ลืมกันแล้ว"

"แต่เรายังไม่รู้จักกันเลยนะคะ"

"เราจะรู้จักกันไปทำไม ในเมื่อวันต่อมาเราก็ลืมกันแล้ว"

เธอตอบด้วยน้ำเสียงฉะฉานราวกับตอบประโยคแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน คนผมสีควันบุหรี่ยกมือที่ทาเล็บแวววาวแต่ตัดสั้นมาลูบไล้หลังมือฉันที่วางบนโต๊ะอาหาร ฉันยกมืออีกข้างขึ้นทัดหูแล้วเอี้ยวตัวด้วยความขวยเขิน ผู้หญิงตรงหน้าเกี้ยวพาราสีกันจนฉันไม่คิดว่าจะหลุดพ้นจากสายตาคมกริบนี้ได้แล้ว

"งั้นช่วย.. อ่อนโยนกับหนูด้วยนะคะ"


ค่ำคืนนั้นมันแสนวิเศษ ฉันลืมเรื่องรายงานหรือเกมส์ไปเสียสนิท ที่จริงแล้วฉันลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ลืมแม้แต่แฟนหนุ่มที่คงรอกินข้าวอยู่ที่บ้าน ลืมเวลา ลืมเดือนลืมตะวัน รู้ตัวอีกทีฟ้าก็เริ่มสว่างอีกครั้ง คนตัวโตกว่าขยับออกจากการขย่มบนตัวฉันแล้วล้มตัวลงบนหมอนใบใหญ่ของโรงแรม เธอหอบหายใจรวยริน ไม่นานลมหายใจก็กลับเป็นปกติบ่งบอกว่าเธอเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว ฉันเอื้อมมือไปลูบผมสีควันบุหรี่ด้วยความเอ็นดูก่อนจะก้าวลงจากเตียง

ยิ้มบางเบากับจำนวนเงินในกระเป๋าสตางค์ของเธอ มันมากพอจะจ่ายค่าเทอมให้ฉันไปอีกสองเทอมเลยด้วยซ้ำ ฉันโยนกระเป๋าสตางค์ที่เหลือแต่บัตรประชาชนและบัตรเครดิตลงบนพื้นก่อนจะเก็บเงินก้อนนั้นของเธอไว้ในกระเป๋าเสื้อฉัน 

ถ้าเธอตื่นขึ้นมาแล้วเห็นว่าไม่เหลือเงินสักบาทในกระเป๋าตัวเองก็คงจะหัวเสียน่าดู แต่ก็ทำได้มากสุดแค่อาละวาดเท่านั้นแหละ เพราะตอนนั้นฉันก็ไม่อยู่แล้ว

การที่เธอเดินชนฉันหน้าร้านอาหารมันไม่ใช่อุบัติเหตุหรอก แต่เป็นเพราะฉันจงใจจะเซเข้าไปให้เธอชนเอง

เธอคงคิดว่าฉันเป็นเหยื่อ โดยที่ไม่รู้ว่าเหยื่อที่ดูไร้พิษภัยอาจจะเป็นผู้ล่าตัวฉกาจ
         


      คิดว่าตัวเองเชี่ยวชาญคนเดียวหรือไง       วันไนท์แสตนด์น่ะ (:
SHARE
Writer
Oasis_2019
GL girl.🙃
ชอบการอ่าน แต่รักการเขียน

Comments

Sunflower38
2 months ago
อู้ววว เผ็ด
Reply