Suspiria
ภาพยนตร์จากผู้กำกับที่ตอนนี้เป็นที่รู้จักกันดีแล้ว จากผลงานที่สร้างปรากฏการณ์เป็นที่จดจำของใครหลายๆคนจากผลงานชื่อ call me by your name โดย Luca Guadagnino และเป็นการกับมาร่วมงานกันอีกครั้งของผู้กำกับภาพชาวไทย สยมภู มุกดีพร้อม อีกด้วย เห็นได้ชัดเลยว่าผลงานเรื่องนี้อย่างน้อยต้องมีคุณภาพในระดับหนึ่งอย่างแน่นอน แม้เสียงวิจารณ์จะแตกออกเป็นสองเสียงแต่ก็ไม่มีใครกล่าวได้อย่างเต็มปากว่าหนังเรื่องนี้ห่วย โดยส่วนตัวผู้เขียนมีโอกาสได้รับชมผลงานของผู้กำกับเพียง2เรื่องเท่านั้นคือ A bigger splash และ suspiria แน่นอนว่าหากมีโอกาสตัวผู้เขียนจะหาผลงานอื่นๆของผู้กำกับมานั่งดูให้ได้เพราะชักจะเริ่มติดใจฝีมือของผู้กำกับคนนี้เสียแล้ว
Supiria เป็นผลงานรีเมคจากหนังคัลท์คลาสสิคในปี ค.ศ. 1997ของผู้กำกับชาวอิตาเลียนคนสำคัญในโลกภาพยนตร์คนหนึ่ง Dario Argento โดยความชื่นชอบจากสมัยวัยรุ่นจนในที่สุดเขาก็ได้มีโอกาสรีเมคหนังในดวงใจของตัวเองได้ในที่สุด
จากการหาข้อมูลเบื้องต้นทำให้พบว่าหนังเรื่องนี้เป็นการรีเมคที่เป็นแบบฉบับของตัวเองเป็นเอกภาพอย่างเห็นได้ชัดโดยมีความเปลี่ยนแปลงจากฉบับเดิมอย่างมากทั้งยุคสมัยของเรื่องราว การใช้ภาพแสงสีที่เป็นสไตล์ของลูก้าอย่างสูง จะมีสิ่งที่เหมือนกันอยู่บ้าง แต่โดยส่วนมากแทบจะไม่มีอะไรเหมือนกันเลย ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงของหนังที่กลายมาเป็นช่วงปีค.ศ.1977 ตามปีที่หนังต้นฉบับออกฉายครั้งแรก ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความทรงจำที่มีความหมายส่วนตัวของผู้กำกับแต่ถึงกระนั้นปีที่กล่าวถึงก็มีความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจทั้งในส่วนตัวของผู้กำกับและเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญในประวัติศาสตร์ด้วยเช่นกัน
สิ่งที่น่าชื่นชมเป็นอย่างมากคือความสวยงามของการกำกับภาพและmood and tone สไตล์งานที่ฉูดฉาดชัดเจนดึงดูดเราเข้าสู่โลกที่แสนวิปริตได้อย่างง่ายดาย การแสดงที่น่าจับตามองของ Dakota Johnson ที่กลับมาร่วมงานอีกครั้งหลักจากเคยร่วมงานกันมาแล้วใน A bigger splash การร่วมงานกันครั้งนี้เป็นการพิสูจน์ถึงฝีมือการแสดงของเธอได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีดาราคู่บุญของผู้กำกับนั่นคือ Tilda Swinton ยอดฝีมือทางการแสดงคนหนึ่งที่มาคราวนี้เหนือไปอีกขั้นกับการแสดงเป็นบุคคลที่แตกต่างกันถึงสามคน(จะเก่งไปไหนกัน) โดยยังมีการแสดงจากตัวละครอีกหลายคนที่น่าสนใจไม่แพ้ทั้งสองคน
เรื่องราวที่เราต้องมีสมาธิอยู่กับหนังตลอดเรื่องเพราะจำเป็นต้องปะติดปะต่อเรื่อง หนังจะรู้เรื่องหรือไม่นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนเล่าเรื่องเพียงเท่านั้นผู้ชมก็จำเป็นต้องตั้งใจใช้สมาธิกับมันด้วย ดังนั้นมันจึงไม่ใช่หนังสยองขวัญตุ้งแช่สไตล์ที่คุ้นเคยถ้าจะให้เปรียบเทียบสิ่งที่ผู้เขียนพอจะเทียบเคียงได้คร่าวๆเช่น hereditary ,the vvitch เรื่องเล่าที่มีอะไรมากกว่าความสยองขวัญอาจจะเป็นสารลับที่ผู้กำกับซ่อนไว้ ที่กล่าวมานั่นไม่ได้แปลว่าหนังเรื่องนี้ไม่น่ากลัวแต่กับตรงกันข้ามมันกับสร้างความขนหัวลุกได้แบบฉบับของตัวเองได้อย่างน่าประทับใจ
โดยรวมsuspiria คือภาพยนตร์ที่ดูไม่ง่ายจำเป็นต้องมีสมาธิอย่างเข้มข้นปะติดปะต่อเรื่องราวหากเคยดูหนังต้นฉบับในปี1977คงไม่อาจเทียบได้มากนักเนื่องจากไม่มีอะไรเหมือนกันมากนักเพราะหนังเป็นสไตล์ของผู้กำกับอย่างชัดเจน การแสดงคือจุดเด่นอีกอย่างที่ไม่แพ้สไตล์ภาพสวยงามฉูดฉาด



SHARE
Written in this book
ดูหนัง

Comments