หลง
“วันนี้เราออกไปถ่ายรูปข้างนอกกันเถอะ!” ก่อนที่ทุกคนจะได้กางขาตั้งวาดรูปเพื่อเริ่มกิจกรรมชมรมในเย็นวันหนึ่ง อ.ที่ปรึกษาชมรมชั่วคราวประจำชมรมศิลปะก็พูดขึ้น
“เอ๋ แต่ว่าเราเป็นชมรมศิลปะนะคะอ.จู” ประธานชมรมหยุดเดินแล้วหันมาส่งสายตาแสดงความสงสัยให้คนพูดที่กำลังยืนเกาะเก้าอี้ยิ้มแฉ่งอยู่
“การถ่ายรูปก็เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะแบบนึงนะ” คนพูดดูอารมณ์ดีเหลือเกินในตอนนี้ “ทั้งเรื่องการจัดองค์ประกอบของภาพ สี แสง แล้วก็การเล่าเรื่องด้วย”
“หืม ถ้าอ.ว่าแบบนั้นก็น่าสนใจอยู่หมือนกันนะคะ” มาโกะยกขาตั้งที่เพิ่งหยิบออกมาเอาไปเก็บเข้าที่แล้วกลับมานั่งบนเก้าอี้ที่วางอยู่กลางห้อง “แต่เราไม่มีกล้องกันเนี่ยสิคะ ทำยังไงดีล่ะ?”
“ไม่เป็นไรๆ เพราะคิดมาก่อนแล้วก็เลยซื้ออันนี้มาให้ทุกคนไง” จูรินะเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายตัวเองแล้วหยิบกล่องกระดาษขนาดไม่ใหญ่มากในกระเป๋าออกมาสี่กล่อง “อันนี้เป็นกล้องแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซื้อมาให้คนละตัว แล้วก็ของฉันด้วยอีกตัวนึง วันนี้เรามาตั้งเป้าว่าจะถ่ายฟิล์มในกล้องนี้ให้หมดกันเถอะ”
“ว๊าว น่าสนใจจังค่ะ” มาโกะรีบเดินเข้าไปหยิบกล้องขึ้นมาดู “ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยจับกล้องฟิล์มครั้งแรกเลย”
“เยี่ยมเลย ทีนี้ เราจะได้ลองอะไรใหม่ๆหลายๆอย่างกันนะ รับรองว่า ศิลปะจะต้องสนุกขึ้นกว่าเดิมแน่ๆ” คนพูดยิ้มแฉ่งที่เห็นเด็กๆดูตื่นเต้นกับกล้องฟิล์มตรงหน้าที่เขาซื้อมาให้ จูรินะหันไปมองตรงข้างหน้าต่างก็เห็นว่าซากุระนั้นไม่ได้ฟังที่เขาพูดอยู่ เธอกำลังนั่งมองออกไปยังท้องฟ้าอย่างเหม่อลอย เขาจึงหยิบกล้องตัวนึงขึ้นมาแล้วเดินเอาไปให้เธอ
“ซากุระจังคะ” คนถูกเรียกหันกลับมามองจูรินะ ทันทีที่หันกลับมาก็โดนคนโตกว่าถ่ายรูปทันที จูรินะกดชัตเตอร์แล้วส่งยิ้มกว้างให้คนตรงหน้าก่อนจะยื่นกล้องส่งให้ซากุระ
“อาจารย์...ถ่ายรูปหนูทำไมคะ?” ซากุระถามอย่างงงๆ
“ก็...อยากจะเก็บภาพเมื่อกี้ไว้น่ะค่ะ” จูรินะส่งยิ้มให้อีกคน “ซากุระจังเคยบอกว่า วาดท้องฟ้าจากมุมเดิมๆแต่ท้องฟ้าที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆมันน่าสนใจใช่ไหมล่ะคะ?” จูรินะขยับเข้ามาใกล้อีกคนแล้วลดเสียงพูดของตัวเองให้เบาลงจนพอได้ยินกันแค่สองคน “วันนี้ ภาพท้องฟ้าข้างหน้าต่างที่มีซากุระจังอยู่ด้วย...ก็น่าสนใจมากๆสำหรับฉันค่ะ”
“อาจารย์...”
“พวกหนูออกไปถ่ายรูปก่อนนะคะ ถ่ายอะไรก็ได้เลยใช่ไหมคะ?” มาโกะตะโกนถามอาจารย์ของเธอจากประตูหน้าห้องชมรมด้วยท่าทีกระตือรือร้น
“ได้เลย แต่อยากให้คิดเรื่องที่อยากจะถ่ายทอดในแต่ละครั้งที่กดชัตเตอร์ด้วยนะ ถ่ายให้หมดล่ะ เดี๋ยวตอนเลิกแล้วจะเอาไปล้างรูปให้เลย แล้วพรุ่งนี้มาดูกัน”
“ได้เลยค่ะอาจารย์” นานะและมาโกะเดินออกไปข้างนอกพร้อมหมุนกล้องไปมาเพื่อดูว่าทั้งคู่จะทำอะไรกับกล้องตัวนี้ได้บ้าง
“อาจารย์คะ”
“ว่าไงคะซากุระจัง?” จูรินะหันกลับมามองอีกคนที่เพิ่งเรียกเธอเมื่อสักครู่
“อาจารย์บอกว่า อยากให้คิดเรื่องที่อยากจะถ่ายทอดก่อนจะกดชัตเตอร์” ซากุระมองตรงเข้าไปในดวงตาของอีกคน สารภาพตามตรง ว่าเธอมองไม่ออก ว่าคนตรงหน้านั้นคิดอะไรอยู่กันแน่ “แล้วเมื่อกี๊ที่ถ่ายรูปหนู อาจารย์อยากจะพูดถึงอะไรหรอคะ?”
“อืม นั่นสินะคะ...” จูรินะหันหลังเดินกลับไปหยิบกล้องอีกตัวของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะ “ไว้ค่อยรู้ตอนที่ฉันล้างรูปมาให้ดูพรุ่งนี้แล้วกันนะคะซากุระจัง” เขาหันกลับมาส่งยิ้มให้เธออีกรอบ ก่อนจะเดินออกจากห้องชมรมไป ปล่อยให้เด็กสาวจมอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเองแค่คนเดียว
.
.
.
“นี่ค่ะอ.จู” ทั้งมาโกะและนานะยื่นกล้องที่ทั้งคู่กดถ่ายไปจนหมดแล้วให้อาจารย์ของเธอ “หนู่ไม่มั่นใจว่ามันจะออกมาใช้ได้ไหมนะคะ แต่ว่า ก็พยายามเท่าที่จะทำได้แล้วค่ะ ฮ่าๆๆ” มาโกะหัวเราะเมื่อคิดถึงภาพที่ตัวเองถ่ายไป ทั้งแมว หมา เพื่อนของเธอ และเก้าอี้รอบๆโรงเรียน เพราะไม่รู้เลยว่าภาพจะออกมามั่วแค่ไหน
“ไม่ต้องคิดมากนะ ทดลองไงล่ะ” จูรินะยิ้มให้ทั้งคู่ “อ้าว แล้วซากุระจังล่ะ?”
“ล่าสุดที่เห็นคืออยู่ตรงต้นไม้ใหญ่ที่ข้างสนามกีฬานะคะ เหมือนจะยังถ่ายไม่ครบ” นานะตอบกลับไป “แต่พวกหนูถ่ายครบแล้ว ขอกลับก่อนเลยแล้วกันนะคะ”
“อื้ม โอเคเลย พรุ่งนี้มารอดูรูปกันเนอะ”
“ได้เลยค่ะอาจารย์”
ทั้งมาโกะและนานะโบกมือลาจูรินะก่อนจะหยิบกระเป๋าและเดินออกไปจากห้องชมรม จูรินะจึงตัดสินใจเดินไปยังสนามกีฬา ที่ๆนานะบอกว่าซากุระน่าจะอยู่ตรงนั้น เขาเห็นซากุระที่กำลังพยายามถ่ายรูปนกที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้กิ่งหนึ่งบนต้นไม้ต้นนั้น จูรินะจึงหยิบกล้องของตัวเองออกมากดถ่ายรูปคนตรงหน้าไว้อีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าไปหาเด็กสาว
“ยังถ่ายไม่ครบหรอคะซากุระจัง?”
“ค่ะ หนูพยายามจะถ่ายรูปนกตัวนี้ แต่ว่า ตรงนี้มันมืดเกินไป กลัวจะมองไม่เห็นน่ะค่ะ”
“จริงๆแล้วทำแบบนี้ก็ได้นะ” จูรินะหยิบกล้องในมือของเด็กสาวอีกคนมาถือ ก่อนจะเอามือตบต้นไม้ให้กิ่งไม้ที่นกเกาะอยู่สั่น นกตัวนั้นโผบินออกไปจากกิ่งไม้ จูรินะเลือกที่จะถ่ายภาพนั้นเอาไว้
“อ้าว นี่รูปสุดท้ายพอดีเลยนี่คะซากุระจัง”
“ทำไมอาจารย์ถึงทำให้นกบินออกไปก่อนแล้วถึงถ่ายหรอคะ?” อีกคนถามด้วยความสงสัย เพราะเธอต้องการจะถ่ายรูปนกที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้มากกว่า
“อืม อาจจะเพราะว่า” จูรินะยิ้มให้อีกคนน้อยๆก่อนพูดต่อ “บางที การทำให้นกบินหนีไป ก็น่าสนใจไปอีกแบบนะคะ อะไรก็ตามที่มีความเคลื่อนไหว ต่อให้จะเป็นการหนีไปก็ตาม...มันก็น่าสนใจกว่าการอยู่นิ่งๆเฉยๆนะคะสำหรับฉัน”
“งั้นหรอคะ?” ถึงซากุระจะไม่ค่อยเข้าใจที่อีกคนพูดเท่าไหร่ แต่เธอก็ตอบรับไปทั้งๆอย่างนั้น
“ค่ะ กล้องของซากุระจังถ่ายครบแล้ว เดี๋ยวฉันเอาไปล้างให้นะคะ แล้วพรุ่งนี้มาดูรูปกัน”
“ค่ะอาจารย์”
“งั้น วันนี้เลิกชมรมแค่นี้แหละค่ะ ฉันขอตัวก่อนนะคะซากุระจัง” จูรินะโบกมือลาลูกศิษย์ของเธอก่อนจะเดินกลับไปเอากระเป๋าที่ห้องชมรม ส่วนซากุระนั้นตัดสินใจเดินกลับไปหานาโกะที่ห้องขมรมประสานเสียงก่อนที่จะไปเอากระเป๋าตัวเอง เพราะเธอไม่อยากจะทำให้ตัวเองหวั่นไหวมากกว่าเดิม หากต้องอยู่กับคนๆนั้นแค่สองคนในห้องชมรมเหมือนเมื่อวันก่อน
.
.
.
“รูปแม่งโคตรมัว ฮ่าๆๆ” มาโกะยื่นรูปที่ตัวเองถ่ายให้นานะดูแล้วหัวเราะ “ถ่ายอะไรวะเนี่ย?”
“จะไปรู้หรอ แต่ของเราก็มัวเหมือนกันอ่ะ ฮ่าๆๆ” นานะยื่นรูปของตัวเองกลับให้อีกคนดูเช่นกันแล้วขำออกมา
“สำหรับครั้งแรกก็ถือว่าไม่แย่มากนะ แสงเข้า ภาพไม่ดำมืด ถือว่าโอเคแหละ” จูรินะดูรูปของทั้งสองคนแล้วยิ้ม
“อ.จูพูดแบบนี้หนูก็สบายใจอ่ะ” มาโกะยัดรูปของตัวเองทั้งหมดลงกระเป๋าของตัวเอง “ไหน ซาจัง ของดูหน่อยว่ารูปเป็นไงมั่ง?”
“โอ้โห รูปนี้สวยจัง” นานะชี้ไปที่รูปนกที่กำลังบินออกไปจากเงาของต้นไม้ใหญ่
“อันนี้อาจารย์ถ่ายค่ะพี่นาจัง”
“ยังว่า...ถ้าซาจังถ่ายสวยขนาดนี้ล่ะก็ ย้ายไปอยู่ชมรมถ่ายรูปน่าจะรุ่งกว่านะ” มาโกะพูดขึ้นมาหลังจากดูรูปนกรูปนั้น
“ว่าแต่ อ.จูถ่ายรูปสวยจังนะคะ” นานะพูดขึ้นมา
“หืม ขอบคุณมากนะ ก็ตั้งแต่ไม่ค่อยได้วาดรูปก็หันมาถ่ายรูปแทนน่ะ แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรขนาดนั้น แค่ถ่ายเวลาที่ว่างน่ะ”
“อ้าว” มาโกะอุทานขึ้นมา “อ.จูเลิกวาดรูปแล้วหรอคะ?”
“ก็ยังวาดบ้าง แต่แทบไม่ได้วาดจริงจังแล้วหละ”
“ทำไมล่ะคะ?”
“ก็...ความลับจ้า” จูรินะหัวเราะร่วน ทำเอามาโกะและนานะหัวเราะตามไปด้วย
“อ.คะ เดี๋ยวหนูมาได้ไหมคะ อยากเอารูปที่ถ่ายไปให้เพื่อนช่วยคอมเม้นหน่อย” นานะนั่นเองที่พูดขึ้นมา “พอดีมีเพื่อนคนนึงอยู่ชมรมถ่ายรูปน่ะค่ะ”
“เอ๋ จะไปหายุยรี่หรอ ไปด้วยดิ อยากให้ยุยรี่สอนถ่ายรูปด้วยอ่ะ”
“ได้สิ จริงๆชมรมเราก็ชิลๆนะ” จูรินะยิ้ม “จะไปไหนมาไหนไม่ต้องขอก็ได้”
“โอเคค่ะ งั้นเดี๋ยวกลับมานาคะ ไปเหอะมาโกะ”
“ซากุระจังล่ะ ว่าไง ชอบรูปที่ตัวเองถ่ายไหม?” จูรินะหันไปพูดกับเด็กอีกคนที่กำลังตั้งใจดูรูปที่ตัวเองถ่ายอยู่
“ก็ชอบนะคะ แต่ว่า...”
“อะไรหรอ?”
“ไหนล่ะคะ รูปที่อาจารย์ถ่ายหนูเอาไว้?”
“อ้อ อยู่นี่ค่ะ” จูรินะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อตัวเองก่อนส่งให้อีกคนดู “เป็นไงคะ สวยไหม?”
ซากุระมองรูปของตัวเองด้วยความรู้สึกประหลาด ทั้งๆที่ใบหน้านั้นเป็นใบหน้าที่เธอเห็นอยู่ทุกวันในกระจกตอนที่ล้างหน้าทุกๆเช้า แต่สีหน้าและอารมณ์ที่ปรากฎอยู่ในภาพ กลับทำให้เธอรู้สึกไม่คุ้นเคย หากจะชมว่าคนในภาพนั้นสวยมันก็ดูจะเป็นการชมตัวเองมากเกินไป แต่เธอกลับรู้สึกแบบนั้น รู้สึก...
“หลง”
“เอ๋ ว่าอะไรนะคะ?” ซากุระละสายตาจากภาพตรงหน้าเพื่อเงยหน้ามองเจ้าของเสียงที่พูดออกมา
“หลง ยังไงล่ะคะ”
“อาจารย์หมายความว่ายังไงคะ?”
“ไม่ใช่แค่การวาดภาพนะคะ ที่สามารถสื่อถึงอารมณ์ของเรา ณ ขณะนั้นได้ การถ่ายภาพเองก็เหมือนกันค่ะ”
“...”
“เหมือนที่ฉันบอกซากุระจังไปเมื่อวานยังไงล่ะคะ” จูรินะก้าวเท้าของเธอเพื่อขยับตัวให้เข้ามาใกล้เด็กสาวตรงหน้ามากขึ้น “ฉันอยากให้ถ่ายภาพที่ถ่ายทอดเรื่องราวบางอย่างออกมาได้ และนี่ก็คือเรื่องราวที่ฉันอยากบอกยังไงล่ะคะ...”
“หลง...อย่างนั้นหรือคะ?”
“ค่ะ หลง...”
จูรินะก้าวเท้าของตัวเองให้ตัวขยับเข้ามาชิดเด็กสาวตรงหน้าขึ้นอีก ก่อนจะเอามือทั้งสองวางลงไปบนพนักพิงของเก้าอี้ที่เด็กสาวนั่งอยู่ แล้วโน้มตัวลงเพื่อมอบริมฝีปากอุ่นให้กับอีกคนที่ได้แต่นั่งนิ่งขยับตัวหนีไปไหนไม่ได้ จูรินะถอนริมฝีปากขึ้นมา และเมื่อเธอเห็นว่าเด็กตรงหน้าไม่ได้มีท่าทีจะหนี เธอจึงก้มหน้าลงไปจูบอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งเธอได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้จึงผละตัวออกไปและส่งยิ้มให้เด็กสาวที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม
“ซากุระจัง วันนี้ฉันเลิกชมรมเร็วแหละ” นาโกะนั่นเองที่วิ่งเข้ามาในห้องชมรม “อ้าว อ.จูรินะ สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีค่ะนาโกะจัง จะมารับซากุระกลับบ้านหรอคะ?”
“ใช่ค่ะ แต่ถ้าชมรมยังไม่เลิกฉันนั่งรอก่อนก็ได้ค่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ” จูรินะส่งยิ้มให้นาโกะ “วันนี้ฉันกำลังจะกลับพอดี” เธอหันไปหยิบกระเป๋าสะพายของตัวเองขึ้นพาดบ่า
“เอ๋ อาจารย์จะกลับแล้วหรอคะ?”
“ค่ะ วันนี้ฉันได้สิ่งที่ต้องการแล้ว คงจะพอแค่นี้ก่อน” เธอหันหลังเตรียมเดินออกไปข้างนอก แต่ก็หันหน้ากลับมาพูดกับเด็กสาวอีกรอบ “ไว้ค่อยมาต่อวันหลังก็ได้ค่ะ ฉันไม่รีบ” แล้วจูรินะก็เดินออกจากห้องชมรมไป
“เอ๊ะ อาจารย์หมายความว่าไงน่ะ” นาโกะหันมามองซากุระที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เก้าอี้ “ซากุระจังเข้าใจไหม?”
ซากุระโน้มตัวเข้าไปกอดเอวนาโกะเอาไว้แล้วพูดเบาๆ “นาโกะจัง...ฉันจะทำยังไงต่อไปดี...”
จะทำยังไงต่อไปดี กับความเห่อร้อนที่ใบหน้าตอนนี้
จะทำยังไงต่อไปดี กับหัวใจที่เต้นผิดจังหวะแบบนี้
จะทำยังไงต่อไปดี กับความหลงที่เพิ่มมากขึ้นและรุนแรงขนาดนี้
“ฉันควรจะทำยังไงต่อไปดี นาโกะจัง...”
.
.
.
TBC
SHARE
Written in this book
#หมดแก้ว
Love is just like a song
Writer
Purrjurr
Freelancer
Nothing much about me. Just a normal human being that love to write, read and draw. Want to talk more on nonsense thing? Sure, go to twitter : purrjurr

Comments