เมื่ออยู่ร่วมกันแล้วในความสัมพันธ์ เราต้องให้พื้นที่ ความคิด และตัวตนของอีกฝ่าย
 1
มันมีกระทู้พันทิปอันหนึ่ง ที่ผู้หญิงคนหนึ่งถ่ายรูปของเล่นของคุณสามี แล้วมาถามคนอื่นว่า ของเล่นชิ้นนี้ราคาเท่าไร เป็นของเล่นยี่ห้อ HOTๆ อะไรสักอย่าง แฟนเธอบอกว่าซื้อมาในราคา 750 บาท แต่เธอไม่เชื่อ

เพื่อนสนิทของผมคนหนึ่งอยากได้โมเดลเซนเซย่า(ราคา 3,000-7,000 บาท)มาก แต่แฟนเธอไม่สนับสนุนและเห็นว่าเป็นของสิ้นเปลือง สู้เอาเงินไปทำอะไรอย่างอื่นที่มีประโยชน์จะดีกว่า เพื่อนคนนี้ถามผมว่า มีคำอธิบายดีๆ ให้เธอฟังไหม

2
ของเล่นและโมเดลนั้นเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่สินค้าที่ทุกคนต้องการ เมื่อความต้องการไม่มาก กำลังผลิตน้อย สินค้าจึงมีราคาแพง(ตามหลักเศรษฐศาสตร์) หุ่นพลาสติกตัวเล็กจิ๋วก็ 200-300 บาทแล้ว ขณะที่หุ่นเหล็กสูง 20-30 เซน ก็ราคาหลักหมื่น จึงเป็นธรรมดาที่คนทั่วไปจะมองว่า มันเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยและมีราคาแพง

ผมคนหนึ่งเป็นคนชอบซื้อของเล่น แต่ก็ไม่ใช่นักสะสมตัวจริงที่เก็บทุกสิ่งทุกอย่าง แต่เลือกเก็บเฉพาะงานที่ชอบและสนใจ แม้จะซื้อไม่เยอะ แต่ทุกครั้งที่ซื้อก็ยอมรับว่ามีราคาแพงเอาเรื่อง และทำเอาเหงื่อตกหลายๆ ครั้ง

HOTTOY แบรนด์สินค้าที่หญิงสาวในกระทู้พันทิปถามถึงนั้นเป็นโมเดลในฝันของหนุ่มๆ เพราะจะผลิตสิ้นค้าจากหนังดังต่างๆ เช่น ไอรอนแมน แบทแมน แอ๊นแมน ความสูงประมาณสามสิบเซน ใช้วัสดุอย่างดี และปัจจุบันใช้เหล็กผสมเพิ่มขึ้น จึงมีราคาสูงถึง 7,500-15,000 บาท

3
ผมบอกเพื่อนว่า ของเล่นมันคืออาหารของจิตใจ อาหารแห่งจิตวิญญาณ มันกินไม่ได้หรอก แต่ซื้อมาแล้วจะทำให้กลับมาขยันทำงานและมีไฟเหมือนเด็กจบใหม่ เพราะอยากจะทำงานหาเงินมอบให้เธอและไปซื้อของเล่นอีก จึงเป็นเหตุผลสำคัญ ที่แฟนที่ดีควรจะสนับสนุน

แต่ถ้าตอบแบบนี้แล้วเธอยังไม่โอเค ให้บอกเธอไปเลยว่า ค่าอาบอบนวดนั้นครั้งล่ะ 1,500บาท ถ้าเอาเงินไปซื้อของเล่นหมด ก็จะหมดโอกาสไปนอกลู่นอกทางอย่างสิ้นเชิง เธอน่าจะสนับสนุนนะ เพราะเงินและพลังงานถูกใช้ไปหมดแล้วกับเรื่องนี้ แทนที่จะเอาไปโฟกัสกับเรื่องอื่น ที่อาจส่งผลให้ครอบครัวร้าวฉานในอนาคต

4
เรื่องมีสาระ หรือเรื่องไร้สาระของแต่ละคนต่างกัน
เรื่องสำคัญ และเรื่องไม่สำคัญของแต่ละคนต่างกัน
เรื่องเล็ก หรือเรื่องใหญ่ ของแต่ละคนไม่เท่ากัน
แต่เมื่ออยู่ร่วมกันแล้วในความสัมพันธ์ เราต้องให้พื้นที่ ความคิด และตัวตนของอีกฝ่าย

คุณสาวๆ บ้านไหนที่กังวลว่า คุณพ่อบ้านใช้เงินซื้อของเล่นไปอย่างฟุ่มเฟือยและไร้สาระนั้น(ซึ่งก็เป็นความจริง) มองในแง่ดีก็คือ มันคือการถอดเขี้ยวเล็บของเสือร้ายให้กลายเป็นแมวเหมียวเชื่องๆ ซึ่งมันจะทำได้เพียงข่วนคุณเบาๆ ไม่สามารถทำอันตรายให้คุณเจ็บช้ำน้ำใจได้มากกว่านี้เลย


ปล. ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ บทนี้ออกแนวไร้สาระไม่มีแก่นสารหรือทฎษฎีอะไรรองรับ เพราะคิดเรื่องเข้าทีไม่ออกนั่นเอง
คำเตือน: การซื้อของเล่นไม่ได้การันตีเรื่องการไม่ไปออกนอกลู่นอกทางนะครับ อันนี้เป็นแค่แนวคิดหนึ่ง ไม่ใช่ Fact ครับ 55
SHARE
Writer
porglon
Editor
พอกลอน ซาเสียง จบสถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ อดีตกองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) บรรณาธิการสำนักพิมพ์ springbooks (2555- 2561) / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / เรื่องนี้พี่บอกเธอคนเดียว / ไม่เอาน่ะ อย่าคิดมาก / สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / โตขึ้นจึงรู้ว่า / ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ ฯลฯ

Comments

deux
4 months ago
ย่อหน้าสุดท้ายข้อสามนี่มัน...... ท่า ultimate ชัดๆ ^_^ ผมว่านี่คำแนะนำของพ่อบ้านใจกล้าที่น่าสนใจมากๆ ครับ 5555
Reply
porglon
4 months ago
ขอให้พ่อบ้านใจกล้าทุกคนเอาตัวรอดให้สำเร็จครับ 55
Nui_Napat
4 months ago
ดูเป็นตรรกะแปลกๆนะครับ ซื้อของเล่นหมด ไม่มีเงินไปเที่ยวผญ...ผมว่าเอาไปอ้างจริงๆนี่พังแน่ๆครับ 555
Reply
porglon
4 months ago
ถูกครับ อย่างที่หมายเหตุครับ ว่าเป็นเพียงแค่แนวคิดเท่านั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริง น่าจะอ้างไม่ได้ครับ 55