Four letters word. (Jurina x Akari)
“เซอไพรส์” เมื่อ สุดะ อาคาริ เปิดประตูบ้านเข้ามาก็เจอกับ มัตสึอิ จูรินะ ยามาโมโตะ ซายากะ และ วาตานาเบะ มิยูกิ ที่ยืนรอเธออยู่หลังประตู คนแรกนั้นดูจะร่าเริงสุด ถึงกับใส่แว่นและติดหนวดปลอมเพื่องานปาร์ตี้เต็มที่ ส่วนอีกสองคนนั้นก็หัวเราคิกคักเพราะขำอีกคน “สุขสันต์วันครบรอบสี่ปีนะอาคาริน รักที่สุดเล้ยยย”

“อื้ม ขอบคุณนะจู” คนอวยพรให้เธอเดินเข้ามากอดแล้วหอมลงไปที่แก้มของเธอฟอดใหญ่ ก่อนที่อาคาริจะหันไปเห็นซายากะที่ทำหน้าเบื่อโลกใส่มิยูกิ จึงดันคนตรงหน้าออกไปแล้วหัวเราะ “นี่ อายซายาเน่กับมิลกี้บ้างสิ”

“ไม่เป็นไรหรอกพี่ จริงๆ เน่ไม่ได้อะไร แค่รำคาญความเว่อของมันเฉยๆ” ซายากะยิ้มกว้างให้คนรักของเพื่อนเธอก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปยังห้องนั่งเล่น “เข้ามาก่อนพี่ มานั่งตรงนี้ดีกว่า หน้าประตูบ้านที่มันแคบ”

“แหม พูดยังกะบ้านตัวเอง” มิยูกิหันไปแขวะซายากะ “จะเชิญเจ้าของบ้านเข้าบ้านตัวเองทำไมมิทราบยะ?”

“เอาน่า อุส่ามากันก็อย่าเพิ่งทะเลาะกันสิ ไปๆ ไปนั่งรอ” จูรินะหันมาจูงมืออาคาริเดินเข้ามาที่ห้องนั่งเล่น “นั่งรอตรงนี้นะ เดี๋ยวเค้าไปยกอาหารที่เตรียมไว้ออกมาให้ทาน”

“อื้ม” อาคารินั่งลงบนโซฟาก่อนที่จะปล่อยมือออกจากจูรินะเพื่อให้อีกคนเดินเข้าไปยกอาหารในครัว

“ไม่เข้าใจจริงๆ” ซายากะนั่นเองที่พูดขึ้นมา “พี่ทนเด็กงี่เง่าแบบนั้นมาได้ยังไงตั้งสี่ปี เอาแต่ใจตัวเองก็ที่หนึ่ง แถมยังชอบแต๊ะอั๋งคนโน้นคนนี้ไปทั่ว แล้วไหนจะสายตาลามกๆ นั่นอีก เป็นเน่นะ ทนไม่ไหวหรอก”

“จูเค้าก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนะ” คนถูกถามยิ้มขึ้นมา “อ้ะ ขอพี่รับโทรศัพท์แป๊บนึงนะ”

“อือ”

“ฮัลโหล ค่ะ ว่าไงคะ?” ซายากะสังเกตเห็นสีหน้าอีกคนที่เปลี่ยนไป คนตรงหน้าขมวดคิ้วขณะคุยโทรศัพท์ไปด้วย “แจ้งไปแล้วไงคะ ว่าวันนี้ลาครึ่งวัน ถ้าไม่มีธุระด่วนล่ะก็ รบกวนรอพรุ่งนี้นะคะ ขอบคุณค่ะ” พูดจบก็กดวางสายแล้วถอนหายใจ

“มีปัญหาอะไรรึเปล่าพี่?”

“อืม เรื่องงี่เง่านิดหน่อยน่ะ พอดีพี่แจ้งไปตั้งแต่วันจันทร์แล้วว่าจะลาครึ่งวันเพราะมีธุระส่วนตัว แต่คนในทีมคนนึงไม่ได้สนใจ แล้วตอนนี้จะมาขอให้เอาเอกสารให้” เธอถอนหายใจอีกครั้ง “ตลกเกินไปแล้ว”

“ทุกที่มันก็มีคนงี่เง่าแบบนี้แหละเนอะ ว่าแต่พี่ขอลาครึ่งวันตั้งแต่เมื่อวันจันทร์เลยหรอ?”

“อืม เพราะวันนี้ก่อนกลับเข้ามาที่นี่ไปซื้อของมาน่ะ” อาคาริตบเบาๆ ไปที่กระเป๋าถือของตัวเอง “ถ้าไม่ให้อะไรกลัวจะมีเด็กงอน”

“ฮ่าๆ ๆ นั่นสิ ถ้าไม่ให้อะไรต้องงอนแหงๆ เลย” ทั้งสามคนหัวเราขึ้นมาพร้อมกันกับเหตุการณ์ที่จะต้องเกิดขึ้นตามที่พูดแน่ๆ เพราะทั้งสามคนก็รู้นิสัยของจูรินะดี

“อะไรอ่ะ หัวเราะอะไรกัน” จูรินะที่เพิ่งยกอาหารออกมาจากครัวถามอีกสามคนที่หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

“ความลับของผู้ใหญ่จ้ะ” อาคาริตอบกลับไป

“อะไรกัน” หลังวางอาหารลงไปบนโต๊ะก็นั่งลงข้างๆ อาคาริก่อนจะตัดพ้อขึ้นมา “ห่างกันแค่ไม่กี่ปีเอง แค่นี้ก็เป็นเด็กแล้วหรอ?”

“ใช่สิฟะ เรียนมหาลัยให้จบก่อนนะไอ้หนู แล้วค่อยอยากจะเป็นผู้ใหญ่น่ะ”

“แง๊ อาคารินดูดิ เน่ใจร้ายอ่ะ” จูรินะหันไปเกาะแขนคนที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วเอนหัวลงไปวางไว้บนบ่าอาคาริ “ไล่เน่ออกจากบ้านไปเลย” พูดจบก็แลบลิ้นใส่อีกคนที่กำลังยักคิ้วส่งมาให้ด้วยความกวนประสาท

“จะรีบไล่ซายาเน่ไปไหนล่ะ เค้าอุตส่ามา ก็จูไม่ใช่หรอที่เป็นคนชวนซายาเน่มาน่ะ”

“เออ จริงด้วย” จูรินะระเบิดหัวเราะออกมา “งั้นเรามากินกันเหอะ เนี่ย เค้าตั้งใจทำมากเลยน้า”

“จ้าๆ” อาคาริยกมือลูบหัวอีกคนที่ดูท่าจะภาคภูมิใจกับอาหารที่ตัวเองทำซะเหลือเกิน

.

.

.

“อาหารที่เค้าทำอร่อยมั้ย?”

“อื้ม อร่อยมาก” อาคาริหันกลับไปตอบอีกคนที่พอถามเธอเสร็จก็ส่งยิ้มแบบอวดฟันครบ 32 ซี่ให้ “แล้วนี่กินอะไรเนี่ย เลอะเทอะขนาดนี้” คนพูดหันไปหยิบทิชชูขึ้นมาเช็ดมุมปากที่เลอะซอสให้เด็กน้อยตรงหน้า

“หึ แล้วบอกไม่ใช่เด็ก กินสปาเกตตีแค่นี้ยังเลอะ จะมาเป็นผู้ใหญ่ได้ยังไง๊” ซายากะแขวะเด็กตรงหน้าขึ้นมาอีกรอบแล้วหัวเราะ

“ทำไมเน่ แกจะทำไม๊!” จูรินะบ่นก่อนย่นจมูกให้ซายากะอีกรอบ

“ใครจะกล้าอะไรล่ะ นี่บ้านแฟนแก เดี๋ยวก็โดนไล่กันพอดี” ซายากะเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำมาจิบ “งั้นเดี๋ยวเน่กะมิลกี้กลับก่อนดีกว่าพี่ กินเสร็จพอดี พี่จะได้ใช้เวลาอยู่กับไอ้แสบนี่สองคน”

“จะกลับเลยหรอ?” อาคาริลุกเดินมาเพื่อส่งซายากะและมิยูกิหน้าประตู “กลับดีๆ นะ ถ้าว่างๆ ก็แวะมาอีกได้นะ”

“โอเคพี่ ไว้เจอกัน” ซายากะและมิยูกิโบกมือลาเจ้าของบ้านทั้งสองคนก่อนจะเดินออกจากประตูไป

“ทีนี้เค้าจะได้มีเวลาอยู่กับอาคารินสองคนซะทีเนอะ”

“บ้ารึเปล่า?” อาคาริหันไปลูบหัวคนที่ยืนข้างๆ เธอ “ทำยังกับปกติไม่ได้อยู่กันสองคนอย่างงั้นแหละ”

.

.

.

“นี่ อาคาริน เดี๋ยวเค้าขอเล่นเกมก่อนนะ อาคารินไปอาบน้ำก่อนได้เลย”

“อื้ม โอเค งั้นเดี๋ยวอาบเสร็จแล้วมาเรียกนะ” อาคาริตอบรับคำของจูรินะจากนั้นจึงเดินเข้าไปอาบน้ำ แต่เมื่อเธออาบน้ำเสร็จและจะมาเรียกอีกคนให้ไปอาบต่อ ก็เห็นว่าเด็กน้อยนั้นหลับคาโซฟาไปเรียบร้อยแล้ว “ถ้าง่วงทำไมไม่ไปอาบก่อนล่ะเนี่ย?” เธอยิ้มให้กับคนที่กำลังหลับอยู่ จากนั้นจึงเดินเข้าไปหยิบผ้าห่มในห้องนอนออกมาห่มให้อีกคนก่อนนั่งลงข้างๆ คนที่หลับอยู่

จูรินะดูเหมือนจะรู้สึกตัวจึงขยับตัวขึ้นมานอนหนุนตักคนรัก ก่อนจะเอื้อมมือไปกอดเอวอาคาริเอาไว้

“อะไรกัน ตื่นแล้วก็ลุกไปอาบน้ำสิ จะได้ไปนอน”

“เค้ายังไม่อยากไปอ่ะ อยากนอนอยู่ตรงนี้ไปเรื่อยๆ เลย” อาคาริขยับมือมาลูบหัวคนตรงหน้าด้วยความเอ็นดู “นี่ อาคาริน รักนะ”

“อื้ม รู้แล้ว”

“อาคารินม่บอกรักเค้าหน่อยหรอ?”

“ไม่พูดหรอก” พูดจบก็ก้มลงมาส่งยิ้มให้อีกคน

“ง่า ใจร้ายจางงงงง” คนที่หนุนตักอยู่กลิ้งตัวไปมาแล้วหันกลับมากอดคนตรงหน้าให้แน่นขึ้นกว่าเดิม “ไมเป็นไร แต่เค้ารักอาคารินม้ากมากแหละ”

“อื้ม รู้แล้วจ้า” เธอขยี้หัวคนที่นอนอยู่บนตักด้วยความหมั่นเขี้ยวแล้วทั้งคู่ก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน

.

.

.

“อาคาริน เค้าเหนื่อยอ่ะ” หลังอาคาริกดรับสายโทรศัพท์มือถือปลายสายก็พูดออกมาทันที

“ทำไมล่ะ เกิดอะไรขึ้น?”

“วันนี้ที่คณะมีจัดงาน เค้าต้องวิ่งวนไปวนมาทั้งวันเลย” อาคาริขำให้กับคำบ่นของเด็กน้อย

“ให้พี่ไปรับไหมคะ?”

“จริงหรอ จะมารับเค้าหรอ?”

“ก็เราบอกว่าเหนื่อย เดี๋ยวพี่ไปรับแล้วกัน”

“เย้ อาคารินใจดีที่สุดเลย”

“งั้นรอพี่แป็ปนึงนะคะ เดี๋ยวเลิกงานแล้วจะรีบออกไปรับเลยค่ะ”

.

.

.

“คาดเข็มขัดนิรภัยด้วยสิ!” อาคาริหันไปดุจูรินะที่ปลดเข็มขัดนิรภัยออกระหว่างทางกลับบ้าน

“แต่ว่า มันอึดอัดนี่นา”

“ไม่ได้” เธอกดสวิตช์สัญญาณไฟฉุกเฉินแล้วเลี้ยงเข้าจอดตรงไหล่ทางเพื่อหันไปใส่เข็มขัดนิรภัยให้อีกคน

“ง่า อาคารินดุอ่ะ”

“เพื่อความปลอดภัยนะคะ” เธอลูบหัวเด็กน้อยตรงหน้าที่กำลังงอนแก้มป่องอีกรอบก่อนจะขับรถออกจากไหล่ทางเพื่อตรงกลับบ้านอีกครั้ง

“ก็ได้ค่ะ” จูรินะยังทำแก้มพองลมอยู่ “นี่ วันนี้อาจารย์บ่นเค้าด้วยแหละ”

“เรื่องอะไรล่ะคะ?” อาคาริถามอีกคน แต่ตายังคงจับจ้องอยู่ที่ท้องถนน

“เค้าลืมส่งรายงานแหละ แหะๆ”

“ไม่ได้นะคะ ห้ามลืมสิ ถ้าคะแนนเก็บไม่ดีเดี๋ยวก็ติดเอฟหรอกค่ะ”

“อือ เค้ารู้แล้วแหละ แต่มันลืมจริงๆ” จูรินะหัวเราะขึ้นมาเบาๆ “อาคารินนี่ขี้บ่นเหมือนคุณแม่เลยอ่ะ”

“พี่ไม่อยากให้เราต้องมาเครียดตอนปลายเทอมอีกนะคะ เดี๋ยวก็ต้องมาท่องหนังสืออดหลับอดนอนเพื่อให้คะแนนผ่านอีก ถ้าไม่สบายแบบครั้งก่อนจะทำยังไงคะ?”

“ไม่เป็นไรหรอก” จูรินะยิ้มกว้างขึ้นมาอีกครั้ง “ยังไงอาคารินก็จะดูแลเค้าใช่มั้ยล่ะ?”

“คราวนี้ขอคิดดูก่อนนะคะ ชอบทำอะไรไม่คิดแล้วก็มาหวังพึ่งพี่ทุกทีเลย”

“แหะๆ จะไม่ดื้อแล้วจ้าแม่จ๋า”

“เดี๋ยวเถอะ!” อาคาริทำเสียงดุอีกคนขึ้นมา แต่ก็ทำไม่ได้นาน เพราะคนข้างๆ ส่งยิ้มกว้างที่รู้ว่าเธอพร้อมจะให้อภัยเขาเสมอถ้าเขายิ้มแบบนี้ให้ “เฮ้อ พี่นี่ แพ้เราทุกรอบเลยน้า”

.

.

.

“อาคารินไม่รักเราเลยอ่ะเน่!” หลังซายากะได้ยินเสียงเคาะประตูห้องเธอก็ลุกขึ้นไปเปิด ส่วนคนที่มาก็คือไอเด็กน้อยที่กำลังบ่นเรื่องที่เธอเห็นว่าช่างไร้สาระซะเหลือเกินให้ฟังอยู่นั่นเอง

“อะไรวะ ไม่รักยังไง ไหนเล่าซิ?”

“ก็ทะเลาะกันน่ะสิ!” ซายากะได้ฟังก็ได้แต่ถอนหายใจ

“แล้วคราวนี้ทะเลาะอะไรกันล่ะ?” มิยูกิที่นั่งฟังอยู่ด้วยถามขึ้นมา

“ก็ เมื่อวานอ่ะ เราไปผับกับเพื่อน เราก็ไม่อยากบอก กลัวโดนบ่น ว่าใกล้สอบแล้วยังจะไปเที่ยวอีก” จูรินะยกมือขึ้นกอดอก “แต่พอกลับมาบ้านอ่ะ เสื้อมันมีกลิ่นบุหรี่ติดมาจากคนในร้าน อาคารินก็เลยว่าเราใหญ่เลย ว่าทำไมเดี๋ยวนี้เหลวไหล เริ่มสูบบุหรี่ด้วย”

“แล้วแกว่าไง?”

“เราก็บอกว่าเราไม่ได้สูบ กลิ่นมันติดมาจากผับ แล้วพอรู้ว่าไปผับแบบไม่ได้บอกก็เลยว่าเราใหญ่เลยอ่ะ”

“แล้วทำไมจูถึงไม่บอกไปตรงๆ ตั้งแต่แรกล่ะ?” มิยูกิถามขึ้นมาอีกหน

“ก็บอกแล้วไง ว่ามันใกล้สอบแล้ว เดี๋ยวโดนบ่น”

“จริงๆ ถ้าแกบอก เราว่าพี่อาคาริไม่บ่นหรอก”

“ไม่จริงอ่ะ โดนบ่นแน่ๆ”

“ทำไมถึงคิดว่าจะโดนล่ะ ก็เพราะรู้ตัวอยู่ไม่ใช่หรือไงว่ามันผิด ยังไงก็ต้องโดนน่ะ” มิยูกิพูดแทงใจดำจูรินะเต็มๆ “แล้วยังจะมางอนตุ๊บป่อง ทำตัวเป็นเด็ก หนีออกจากบ้านอีกหรอ งี่เง่าชะมัด”

“อะไรล่ะ มิลกี้ใจร้ายอ่ะ!”

“แล้วทำไมต้องถึงขนาดออกจากบ้านมาด้วยล่ะ ถ้าทะเลาะกัน แค่คุยก็น่าจะจบนี่นา” ซายากะถามด้วยความสงสัย

“ก็ทะเลาะกันไปมา ยังไงกก็ไม่รู้ เราก็บอกไป ว่าเรารักอาคารินนะ แต่อาคารินน่ะตอบกลับมาแค่ อื้ม รู้แล้ว”

“แล้วไงต่อ?”

“คิดดูดิ คบกันมาตั้งสี่ปีกว่าอ่ะ ไม่เคยบอกเราว่ารักสักคำ อาคารินอาจจะไม่รักเราก็ได้”

ซายากะกับมิยูกิหันมามองหน้ากัน ถอนหายใจ แล้วส่ายหัว

“ทำไมอ่ะ ถอนหายใจทำไมกัน?”

กิ๊งก่อง เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังขึ้นอีกรอบ ซายากะหันไปยิ้มให้มิยูกิก่อนจะเดินไปเปิดประตู

“ซายาเน่ จูอยู่ไหม?” เป็นไปตามที่คิด คนที่มาหาซายากะก็คืออาคารินั่นเอง

“ไม่อยู่พี่ ที่อยู่ในห้องมีแค่เด็กโง่ที่ไม่เคยเข้าใจอะไรเลยคนนึงเท่านั้นแหละ” ซายากะถอยออกมาจากประตูเพื่อให้คนที่มาใหม่ได้เข้ามาในห้องของเธอ

“จู กลับบ้านกับพี่นะคะ”

“ไม่เอาอ่ะ ไม่อยากกลับ”

“นะ กลับเถอะ อย่ารบกวนซายาเน่กับมิลกี้เลย”

“แต่เค้ายังไม่อยากกลับนี่นา”

“นี่จู พี่ขอโทษนะคะ เดี๋ยวกลับไป พี่ทำของที่จูชอบให้กินนะ แล้วเดี๋ยววันอาทิตย์จะพาไปดูหนัง”

“จริงนะ?” จูรินะหันไปมองคนที่ยื่นข้อเสนอให้เธอที่กำลังส่งยิ้มมาให้อยู่ “สัญญาแล้วห้ามเบี้ยวนะ”

“อื้ม พี่เคยผิดสัญญาหรอคะ?”

“ก็...ไม่เคยหรอก” จูรินะลุกขึ้นจากโซฟาเพื่อเดินไปจับมือคนรักของเธอ “งั้นเรากลับบ้านก่อนนะเน่ ไว้จะมาหาใหม่”

“ถ้าจะมาแบบนี้ไม่ต้องมาโว๊ย!” ซายากะตะโกนไล่หลังเพื่อนของเธอที่เพิ่งเดินออกจากห้องไป

“นี่ ซายากะจัง” มิยูกพูดขึ้นมา “จูรินะนี่ทึ่มแบบนี้มานานแล้วหรอ?”

“นานแล้ว อาจจะตั้งแต่เกิดก็ได้”

“ไม่เคยบอกว่ารักงั้นหรอ?” มิยูกิเงยหน้ามองท้องฟ้าผ่านหน้าต่างในห้อง “ถ้าจะตามใจขนาดนี้ เป็นห่วงทุกอย่าง ดูแลทุกเรื่อง แค่คำว่ารักไม่เห็นจำเป็นเลยนี่นา”

“อืม” ซายากะลุกไปหยิบน้ำในตู้เย็นออกมารินใส่แก้วแล้วส่งให้อีกคน “แต่กว่าไอ้จูจะเข้าใจน่ะ ไม่รู้อีกกี่ปีแหละเนอะ” พูดจบทั้งมิยูกิและซายากะก็หันมามองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา

.

.

.

END
SHARE
Written in this book
เรือผีสี่แปด
จะใครก็ได้ ถ้าใจจะชิป
Writer
Purrjurr
Freelancer
Nothing much about me. Just a normal human being that love to write, read and draw. Want to talk more on nonsense thing? Sure, go to twitter : purrjurr

Comments