รู้สึกไหม? ว่ากระดาษนั้นแตกต่างและไม่เหมือนกัน
รู้สึกไหม? ว่ากระดาษนั้นแตกต่างและไม่เหมือนกัน กระดาษพิมพ์นามบัตร กระดาษพิมพ์หนังสือ
หรือจริงๆ แล้วกระดาษนั้นไม่ได้มีประเภทเดียว 
จริงๆแล้วต้องบอกเลยว่า.. กระดาษที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวันนั้นมีความแตกต่างกัน ทั้งขนาด ความหนา บาง พื้นผิว ซึ่งถ้าไม่ลองจับหรือสัมผัสเลยก็จะไม่รู้ว่าเป็นกระดาษนั้น เป็นกระดาษประเภทอะไร ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับประเภทของกระดาษที่นิยมใช้กัน  
กระดาษแบ่งแยกออกเป็น 2 ประเภท 
กระดาษเคลือบผิว (Coated Paper)
 คือ กระดาษที่ถูกนำไปเคลือบผิวให้เกินความมัน หรือความด้านตามต้องการ ซึ่งกระดาษประเภทนี้ที่นิยมใช้ หรือพบเห็นมากที่สุด คือกระดาษอารต์ ( Art Paper ) และกระดาษอารต์ก็มีอยู่ 2 ประภท คือ กระดาษอารต์มัน และ กระดาษอารต์ด้าน
คุณสมบัติของกระดาษประเภทนี้ เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความสวยงามของสีสัน และใกล้เคียงกับสีของชิ้นงาน

1. กระดาษอาร์ตมัน ( Coated Glossy Paper ) 
( ความหนาของกระดาษ 85 – 250 แกรม ขึ้นไป )
ใช้สำหรับงานพิมพ์ที่ต้องการความมันวาว เน้นความสวยงามเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับงานประเภท นิตรสาร โบร์ชัว แผ่นพับ นามบัตร ฯลฯ
 
2. กระดาษอาร์ตด้าน ( Coated Matt Paper )
( ความหนาของกระดาษ 85 – 250 แกรม ขึ้นไป )
ใช้สำหรับงามพิมพ์ที่ต้องการความละเอียดอ่อนของภาพ เหมาะสำหรับงานประเภท ปฎิทิน

กระดาษไม่เคลือบผิว ( Uncoated Paper ) 
ได้แก่ กระดาษที่ไม่ได้ถูกนำไปเคลือบผิวให้เกิดความมัน หรือความด้าน ซึ่งกระดาษประเภทนี้นิยมใช้หรือพบเห็นกันได้มากที่สุด ก็คือ กระดาษปอนด์ คุณสมบัติของกระดาษประเภทนี้ เหมาะสำหรับงานที่ไม่ใช้สีสันมาก ส่วนมากนิยมใช้สำหรับงานพิมพ์ 1 สี

1. กระดาษปอนด์ ( Plain Paper )
( ความหนาของกระดาษ 70-80แกรม )
ไม่เหมาะที่จะนำไปพิมพ์งานที่ต้องการความละเอียดสูง เหมาะสำหรับงานพิมพ์ที่ต้องการความสวยงามปานกลาง เหมาะสำหรับงานที่เป็น งานเนื้อในหนังสือ

2. กระดาษการ์ด ( Card Paper )
( ความหนาของกระดาษ 150-250แกรม )
กระดาษที่มีความหนา แข็งแรง ประกอบด้วยชั้นของกระดาษหลายชั้น ชั้นนอกสองด้านมักเป็นสีขาว บางชนิดมีผิวเคลือบมันเรียบ ซึ่งเรียก กระดาษอาร์ตการ์ด เหมาะสำหรับงานประเภท ปกหนังสือ บรรจุภัณฑ์ นามบัตร บัตรสะสม

3.กระดาษคราฟ ( Kraft Paper )
( ความหนาของกระดาษ 110-230แกรม )
เป็นกระดาษที่มีความเหนียว แข็งแรงกว่ากระดาษธรรมดา สามารถป้องกันแรงอัดและการทิ่มแทงจากการกระทบกระแทกจากภายนอกได้เป็นอย่างดี มีคุณสมบัติในการต้านทานการเปียกน้ำ การเสียดสี และมีความเรียบสม่ำเสมอ สามารถติดกาวได้ดี เหมาะสำหรับงานประเภท กล่องบรรจุภัณฑ์ นามบัตร แท็กสินค้า

พอจะมองออกใช่ไหม ว่ากระดาษแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร และแบบไหน ใช้ทำอะไรบ้าง เหมาะกับงานประเภทไหนบ้าง

ถ้าเข้าใจกันบ้างแล้ว ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่องานของทุกคนในวันข้างหน้ากันนะ แต่ถ้าวันนี้ ทุกคนสนใจอยากทำงานหรือออกแบบสร้างสรรค์งาน ประเภทกระดาษ เช่น งานพิมพ์หนังสือ (Book Cover) พิมพ์นามบัตร(Name Card) พิมพ์แท็กสินค้า (Product Tags) กล่องแพคเกจจิ้ง (Packaging) ใบปลิว (Leaflet) แผ่นพับ โปสเตอร์ (Poster) 

ขอขอบคุณบทความจาก https://lannamedia.co.th/blog/paper.html


SHARE

Comments