น้องรหัสของคุณ
17/12/2018
3:04 น.
ถึงพี่...ขอเป็นแค่น้องที่ดีก็แล้วกัน

1
ฉันเห็นแผ่นหลังของคนหนึ่งเดินเข้ามาใน co-working space แต่ไม่ใช่คนที่รออยู่ เลยก้มหน้าก้มตาเล่นเกมส์ต่อไป แต่แล้วผู้ชายร่างสูงคนนั้นก็มาหยุดยืน และวางกระเป๋าบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
“มานานยัง ทำไมไม่ไลน์บอก”
“อ้าว พี่ จำไม่ได้เลย”

ฉันละสายตาจากเกมส์ไปสบกับตาชั้นเดียวเฉลียวฉลาดคู่เดิมนั้นใต้กรอบแว่นสีดำ ใบหน้าที่เคยขาวจัดของเขานั้นคล้ำกว่าเดิมแต่ก็ดูคมเข้มขึ้น
เสื้อยืดสีดำเข้ารูปเผยให้เห็นท่อนแขนและแผงอกที่ดูเฟิร์มขึ้นกว่าเก่า ไม่รู้เป็นเพราะนั่งอยู่แบบนี้หรือเปล่า เลยรู้สึกว่าคนตรงหน้าดูสูงโปร่งขึ้นอย่างประหลาด

‘ไม่เคยสังเกตมาก่อนเลย ว่าพี่แม่งหล่อขนาดนี้’
อยู่ๆความคิดบ้าๆนั้นก็ผุดขึ้นมาจากไหนไม่รู้ จะห้ามก็ไม่ทันเสียแล้ว

“พี่ดำขึ้นหรือเปล่า” ฉันแซว ปากดันพูดไปแบบนั้น ขัดกับความคิดสิ้นดี
“นิดหน่อยน่า ปิดเทอมนี้เตะบอลบ่อย”

กองเอกสารจำนวนหนึ่งถูกวางลงตรงหน้าฉัน
“เอ้านี่ ชีทที่จะสอบ เดี๋ยวไปหาที่นั่งเงียบกว่านี้ แล้วเริ่มติวเลยแล้วกัน”


2
เพื่อนของฉันเคยบอกว่า
ฉันเป็นคนปากหมาถ้าสนิทแล้ว แต่ภายนอกจะดูนิ่งๆ
วันนั้นที่เลี้ยงสายรหัส ฉันก็ไปเผลอพูดแซวพี่อีกแล้ว แล้วเค้าก็จะหันไปหาเพื่อนข้างๆแล้วฟ้องว่า
“ดูมันพูด”

ฉันคงหมดหวัง พี่เรียกฉันว่ามัน แต่กับสาวคนนั้นพูดจาซะดิบดีมีครับอีกต่างหาก
ในวงสนทนาทฉันได้ยินเพื่อนของพี่แซวว่าพี่จีบคนนึงอยู่
กิ๊กพี่ที่หน้าเหมือนเก้า สุภัสสราคนนั้น
แต่พี่บอกว่าแค่ช่วยติวสอบให้เค้าเฉยๆ

พี่เป็นคนเก่ง ที่มักจะช่วยเหลือคนอื่นตลอด
ไม่รู้เพราะเก่งหรือเพราะบุคลิกที่ดูดี ผู้คนมักจะรุมล้อมเขาอยู่เสมอ รวมทั้งสาวๆด้วย มั้ง

“พี่เชื่อว่าแพรทำได้ แพรเป็นคนหัวดี แค่ตั้งใจทำ เราไม่แพ้ใครแน่นอน”
เขาเคยบอกกับฉันในวันหนึ่งที่ฉันท้อ และมาปรึกษาว่าจะดรอปวิชาหนึ่งดีไหม

พอปีหนึ่งจบลงฉันก็รู้ว่าเขาไม่ใช่พี่รหัสของฉันคนเดียว แต่ยังเป็นเหมือนคนสาธารณะ ที่คอยช่วยเหลือ คนอื่นอีกมากมาย
สุดท้ายพอฉันขึ้นปีสอง เขาก็กลายเป็นคนรักของเธอคนนั้น ที่หน้าเหมือนกับเก้า

แต่ก็เลิกกันในตอนที่ฉันขึ้นปีสาม


3
“เอางี้ แกมองเค้า แล้วให้ไอ้บาสมองเค้าผ่านรีเฟลกซ์ลูกตาแกอีกที”
เพื่อนพี่ที่ชื่อเจนหันมาพูดกับฉัน เมื่อแฟนเก่าของพี่คนนั้น เดินเข้ามาในลานเบียร์ที่เรานั่งกินกันอยู่ ค่ำคืนหนึ่งในฤดูหนาว
พี่นั่งตรงข้ามฉัน หันหลังให้เขา พี่คงอยากเห็นหน้าเขา แต่ไม่อยากให้เขาเห็นว่าพี่อยู่ที่นี่ คงไม่อยากทัก

“เอางี้เลยเหรอพี่เจน มันจะได้เหรอ”
“เอาน่า ชั้นใช้วิธีนี้แอบมองคนที่ชอบบ่อย สมัยอยู่มัธยม”
ฉันขำออกมา กับความคิดพิเรนทร์นั้น แต่ก็ยอมมองไปที่ผู้หญิงโต๊ะตรงข้าม
เธอเดินเข้ามาและนั่งลง ยังน่ารักเหมือนเดิมแม้จะใส่แค่เสื้อยืดกางเกงยีนส์
แต่รอยยิ้มของฉันก็ค่อยๆหุบลงเมื่อเห็นตาสีดำชั้นเดียวคู่นั้นจ้องเข้ามาในตาของฉันจริงๆ

มันใกล้ไปไหม พี่ไม่ต้องยื่นหน้าเข้ามาขนาดนั้นก็ได้ไหม
ลมหายใจของฉันเริ่มติดขัด ขณะที่จ้องตอบเข้าไปในดวงตาคู่นั้น และตระหนักว่าเจ้าของมันกำลังจับจ้องใบหน้าของฉันอยู่เหมือนกัน หัวใจก็เริ่มผิดจังหวะ

“แพร มึงมองเชี่ยไร ตอนนี้กุเห็นแต่หน้าตัวเอง”
ฉันสะดุ้ง รีบเหลือบตาไปมองโต๊ะตรงข้ามเหมือนเดิม

“โอ๊ยๆ แสบตา พอเถอะพี่ เล่นไรเนี่ย”
ฉันยกมือขึ้นขยี้ตา โชคดีที่น้ำตาไหลออกมาจริงๆ

คงเป็นเพราะเหล้าที่เข้าปากแน่ๆทำให้ฉันเผลอคิดดราม่าไปจากปกติได้

‘ให้ตายเถอะ ช่วยมองเห็นฉันสักทีเถอะ มองตาฉันเพราะอยากมอง ไม่ใช่มองเพื่อหาเงาสะท้อนของใคร’

“พวกมึงแกล้งไรน้องแพรเนี่ย พอเลยๆ”
พี่เต้เพื่อนของพี่อีกคนท้วงขึ้น พี่เจนเอาแต่หัวเราะ
บางทีฉันก็รู้สึกว่าในฐานะผู้หญิงด้วยกัน เธอต้องรู้แน่ๆว่าฉันแอบคิดอะไรกับพี่

“เดี๋ยวกุกลับละพรุ่งนี้มีธุระเช้า ฝากเต้ส่งแพรด้วยละกัน”
พี่ลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋า เมื่อเวลาล่วงเลยไปเที่ยงคืนกว่า

อีกแล้ว นอกจากจะไม่สนใจแล้ว พี่ยังคอยชงฉันกับเพื่อนของพี่ที่แอบชอบฉันอยู่บ่อยๆ

บางทีฉันก็แอบคิดว่า พวกเราเป็นกลุ่มคนที่มีความสัมพันธ์แปลกประหลาด ฉันแอบชอบพี่ ส่วนเพื่อนของพี่แอบชอบฉัน 
ฉันไม่รู้ว่าที่พี่ชวนฉันไปนู่นไปนี่บ่อย เป็นเพราะอยากชวนหรือแค่พยามช่วยเพื่อนของพี่ให้ได้เจอฉันกันแน่ บางทีที่เพื่อนของพี่ชวนฉันออกมา ฉันก็มาเพราะอยากเจอพี่ แล้วถ้าสมมติว่าพี่เจนเกิดแอบชอบพี่หรือพี่เต้อีกคน ทั้งหมดนี้คงยุ่งเหยิงเข้าไปอีก
สุดท้ายแล้ว การที่ฉันไม่พูดไม่แสดงออกอะไร คงจะดีต่อพวกเราแล้ว

4
วันรับปริญญาของพี่ เป็นวันที่ฉันได้เข้าใกล้กับการทำตามหัวใจของตัวเองมากที่สุด
ฉันถือดอกไม้ช่อใหญ่ เดินเข้าไปมอบให้เขาที่อยู่ในชุดครุย ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่รุมล้อมถ่ายรูปกัน
เขายืนอยู่ตรงนั้น ดูสูงเด่น เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ฉันต้องเงยหน้ามองเวลาคุยด้วย หัวใจของฉันพองโต ความรู้สึกของคนที่ได้มอบดอกไม้ให้คนที่ชอบมันเป็นแบบนี้นี่เอง

“จากสายรหัสค่ะ”
เขายื่นมือมารับ นิ้วของเราสัมผัสกันชั่วขณะ รอยยิ้มของเขาวันนั้นสดใสจนฉันรู้สึกแสบตา

โชคดีที่พี่มักจะเฟรนด์ลี่อยู่เสมอ เพราะเวลาที่ไม่ยิ้ม ใบหน้าดูดีนั้นติดจะจริงจัง จนบางทีก็ทำให้ฉันรู้สึกกลัวขึ้นมา 
ฉันชอบมองเวลาที่เขาเงยหน้าและหัวเราะ เพราะฟันหน้าที่เกเข้าหากันนิดๆ ทำให้เขาดูน่ารักเหมือนกระต่าย

เย็นวันนั้น ฉันได้รับข้อความจากเขา แสดงความขอบคุณ
“มีอะไรถามได้เหมือนเดิมเลยนะ แล้วเดี๋ยวปีหน้าเรารับพี่มาหา”
เขาพิมพ์มา
‘มาๆ ตอนแพรแต่งหน้าดีๆแล้วสวยมากนะ’ แวบหนึ่งฉันว่าจะพิมพ์ไปแบบนั้น แต่ก็เปลี่ยนใจ

“ขอบคุณค่า ไว้มีไรจะไลน์ไปถามน้า”

ฉันไม่ชอบการแข่งขัน ไม่เคยชอบเลย
โดยเฉพาะในเกมส์ที่น่าจะแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มแบบนี้ 
ขอเพียงแค่ตำแหน่งน้องที่ดียืนหนึ่ง แบบนี้ต่อไปก็แล้วกัน
ถึงจะสุขบ้างทุกข์บ้าง แต่ก็น่าจะยืนยาวกว่าละมั้ง










SHARE
Writer
Sansastarkzz
Dreamer
‘ชอบสะสมหนังสือมุราคามิที่อ่านไม่จบ ตกหลุมรักรูฟทอปบาร์ทั้งที่ยังไม่เคยไป’

Comments