เราผิดพลาดเพื่อได้เป็นตัวเรา
เมื่อวันก่อน Facebook ได้แจ้งเตือน On this day ของเมื่อสามปีก่อน
เป็นรูปสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เมื่อครั้งที่ไปเยี่ยมโรงเรียนสมัยมัธยมต้น

ความทรงจำย้อนคืนเมื่อเราได้มองดูรูปภาพเก่าๆ วันนั้นเราและเพื่อนอีกสามคนตั้งใจเพียงแค่ไปเยี่ยมคุณครู ดูโรงเรียนที่เปลี่ยนไป(มาก) และซึมซับบรรยากาศเก่าๆสมัยเรียน แต่พวกเราไม่ได้คาดหวังว่าหนึ่งในคุณครูที่สนิทจะเชิญให้เราไปพูดเกี่ยวกับการเรียนและการใช้ชีวิตในมหา'ลัย

เพื่อนทั้งสามคนเป็นเด็กที่จัดว่าเรียนดี พวกเขาจึงพูดเกี่ยวกับวิธีการเรียนและแนะนำทริคต่างๆเพื่อเป็นประโยชน์แก่น้องๆ ทั้งสามพูดเสร็จก็วนมาที่เราเป็นคนสุดท้าย บอกตามตรงว่าเราไม่ใช่คนที่พูดเก่งนัก และมักจะประหม่าเมื่อต้องพูดต่อหน้าคนนับสิบแบบนี้ รวมไปถึงเราไม่ได้มีข้อแนะนำในการเรียนที่สวยหรูอะไร เพราะไม่ใช่คนที่เรียนเก่ง เราจึงเลือกหยิบเรื่อง การค้นหาตัวเอง ขึ้นมาพูด

เราเกริ่นด้วยเรื่องสมัยตอนมัธยมต้น เราไม่ใช่เด็กที่เรียนเก่งเลย อยู่ในระดับกลางๆ เป็นเด็กที่จะไปหนักด้านกิจกรรมเสียมากกว่า พูดง่ายๆคือ อยู่ทุกที่ตั้งแต่วงโยธวาทิตของโรงเรียน ไปจนถึงชมรมการแสดง งานโรงเรียนจะปรากฏเราอยู่ในนั้นเสมอ โดยที่ในตอนนั้นเป็นเด็กเฮฮา ไปเรื่อยเปื่อย ไม่เคยคิดอะไรเพื่อซัพพอร์ตไว้สำหรับอนาคตเลย กระทั่งตอนจะเลือกเรียนสายวิชาในระดับชั้นมัธยมปลาย เราไม่มีสูตรหรือเบสออนจากความชอบอะไร เราเลือกเรียนศิลป์-คำนวน-ภาษาจีน เพียงเพราะจีนเป็นภาษาที่สามที่ต้องได้ใช้แน่นอน ตอนนั้นเราคิดเพียงแค่นี้

เมื่อเข้าเรียนในระดับชั้นม.ปลายก็ค้นพบว่าภาษาจีนไม่ใช่ทางเลย ยิ่งไปกว่านั้นคำนวนก็แย่มากเพราะเกลียดคณิตศาสตร์ กลายเป็นการเรียนในช่วงนี้จัดว่าอยู่ในเรทที่ เรียนเพื่อให้จบ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีอะไร ทำให้ตอนนั้นนึกย้อนตอนเรียนมัธยมต้น เราเคยเรียนภาษาฝรั่งเศสมาและเราทำมันได้ในระดับที่โอเค แล้วทำไมเราถึงไม่เลือกเรียนจากตรงนี้

การผิดพลาดครั้งที่ 1
ได้เริ่มต้นขึ้น ณ ตอนนั้น

หลังจากนั้นเราได้มานั่งทบทวนตัวเองว่า เราควรทำในสิ่งที่รู้สึกมันเป็นตัวเรา หลังจากขึ้นม.5มา เราเริ่มที่จะค้นหาตัวเอง โดยเบสออนจาก "เราอยากทำอะไร" ซึ่งเราทำมันทุกอย่างที่อยากทำ พออันไหนไม่ใช่มันเหมือนเราได้ตัดช้อยส์ทิ้งไป จนมันเหลือไม่กี่หัวข้อให้เลือก และหนึ่งในนั้นที่มันชัดเจนจนตกตะกอนว่าในระดับมหาวิทยาลัยเราควรจะเลือกเรียนคณะอะไร คำตอบที่ออกมาคือ คณะนิเทศศาสตร์ และเราก็สามารถสอบเข้าจนเรียนคณะนี้ จนได้มาทำงานในแบบที่เราชอบ ถึงตรงนี้เราบอกกับน้องๆว่า เราไม่ได้กล่าวอ้างหรือเยินยอว่าตัวเองเก่งอะไร เพียงแต่เราอยากให้น้องๆจับจุดไปตรงที่ว่า

เราผิดพลาดก็เพื่อได้ค้นหาตัวเอง
ฉะนั้นอย่ากลัวที่จะผิดพลาด 

การรู้ว่าตัวเองชอบอะไร นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ดี หรือถ้าไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ก็อาจเริ่มที่ตัวเองถนัดอะไร แล้วลองทำมันดูแบบจริงจังซักครั้ง ถ้าหากว่าทำแล้วมีความสุข แสดงว่ามันเข้ากับเราได้ หรือถ้าไม่ใช่ ก็ลองทำอย่างอื่นดู แบบที่เราเคยพลาดในตอนเลือกเรียนสายมัธยมปลาย ซึ่งเราได้เรียนรู้จากความผิดพลาดนั้นและค้นพบตัวเอง โดยบทสรุปสุดท้ายเราได้บอกกับน้องๆไปว่า

สิ่งสำคัญของการใช้ชีวิตคือ การได้เป็นตัวของตัวเอง
และได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองเลือก 


ถึงแม้ในตอนนั้นเราได้เรียนรู้เพื่อค้นพบตัวเอง แต่ในตอนนี้เรายังคงเจอเรื่องผิดพลาดอยู่ตลอด และยังตัดสินใจผิดอยู่เสมอ ช่วงเวลาที่พูดคุยกับน้องๆเราถึงได้ย้ำหลายครั้งว่า อย่ากลัวการผิดพลาด เพราะการผิดพลาดมันอยู่กับเราทุกช่วงเวลา ยกตัวอย่างเช่น ตอนเช้าเรารีบแต่เราพลาดรถเมล์ที่เพิ่งขับผ่านไป เพราะเรากะเวลาออกจากบ้านช้า เรื่องง่ายๆแค่นี้ก็ทำให้เราผิดพลาดได้แล้ว แต่เราได้เรียนรู้จากตรงนั้นเพื่อที่ได้ตั้งนาฬิกาปลุกให้เช้าขึ้นและทันรถเที่ยวที่ต้องการ


ไม่มีใครไม่เคยผิดพลาด
แต่มันอยู่ที่ว่าเราจะทำอย่างไร ให้ความผิดพลาดนั้น

มันกลายมาเป็นตัวเราได้
SHARE
Writer
Iamn
writer,reader
ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้เสมอ แต่ความเป็นตัวเรานั้น อย่าให้มันเปลี่ยนไปมากนักนะ จงเป็นตัวเราในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่

Comments