เมื่อเราได้เจอกัน
เสียงดนตรีที่เล่นตามยุคสมัย เคล้าไปด้วยเสียงผู้คนดังโหวกเหวกโวยวาย รสชาติของแอลกอฮอล์ที่ร้อนผ่านลิ้นไหลไปตามลำคอ มันคงไม่ทำให้นักดื่มมือฉมังคนนี้ต้องสั่นคลอนหรอก นอกเสียจากรอยยิ้มอันน่าหลงใหลของเธอที่ทำให้ผมตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ผู้ซึ่งเข้ามาสะกดให้ผมอยู่ในวังวน
.
.
.
เธอเป็นเพื่อนของเพื่อนผมอีกที วันนี้พวกผมนัดสังสรรค์กันตามปกติของคนวัยทำงานที่ร้านย่านดังแห่งหนึ่ง ผมรู้สึกเกร็งๆ เล็กน้อยกับการที่เพื่อนบอกว่า จะพาเพื่อนมาร่วมวงด้วยนะ อืมม มันก็เขินนิดๆ เพราะแหม คนที่เพื่อนพามาด้วยช่างตรึงใจผมเหลือเกิน แล้วมันก็ยิ่งตกใจไปอีกเพราะ... ผมเคยเห็นเธอมาก่อน

เราต่างฝ่ายต่างแนะนำตัวเอง พอเป็นพิธีเพราะบรรยากาศจะได้ดูไม่ตึงเครียด หรือเรียกง่ายๆว่ามารยาทที่ดีในการเข้าสังคม ผมแอบเขินเล็กน้อยกับการที่เราสบตากัน แต่ก็ต้องเก็บอาการไว้ก่อน

เธอเป็นผู้หญิงไม่สูงมากกำลังพอดี ราวๆ ติ่งหูล่างของผม ตาเรียวๆ ที่มีสองชั้นนั้นช่างเข้ากันเวลาเธอยิ้มยิ่งนัก การแต่งตัวที่ไม่ได้หวือหวาแต่กับดูน่ารัก ดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์เหลือเกินนน~ ขอเป็นแม่ของลูกได้ไหมเนี่ย5555 อาจจะดูเวอร์ แต่ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ

ค่ำคืนนี้ดูผ่านไปอย่างรวดเร็วแต่ก็มีช่วงเวลาดีๆ ของเราสองคนที่ทำให้ผมยิ่งหลงใหลในตัวเธอมากกว่าเดิม เมื่อมือของเราสัมผัสกันด้วยความบังเอิญตอนจะเอื้อมไปหยิบน้ำแข็งในถัง และสายตาของเราก็สบประสานกัน เราจ้องตากันอยู่หลายวินาที จนเพื่อนต้องสะกิดและพูดว่า "เมื่อไหร่จะหยิบน้ำแข็งเสร็จสักที แก้วกูแห้งแล้วเนี่ย" หลังจากนั้นถึงได้มีสติ และแอบเห็นรอยยิ้ม บนใบหน้าของคนตัวเล็ก เธอต้องแอบเขินผมแน่ๆ คิ้ๆๆ 
 
เมื่อนาฬิกาชี้ไปที่เข็มเลข 2 ผู้คนเริ่มทยอยออกจากร้าน ทั้งที่มีสติครบและไม่มีสติ ส่วนผมนั้นสติไม่ได้อยู่กับตัวเลยตั้งแต่พบเธอ ผมไม่อยากให้คืนนี้จบลงเลย การเริ่มต้นบทสนาของผมกับเธอก็ยังไม่ได้เริ่ม นอกจากการพูดคุยช่วงแรกและที่ผมถามกับเธอว่า "โอเครึเปล่า" หลังออกมาจากร้าน ส่วนเธอตอบกลับมาว่า "เราโอเคคค" นั้นคือเศษเสี้ยวที่ผมได้คุย  เห้ออออ ผมไม่กล้าที่จะคุย ก่อนที่เราจะต้องแยกจากกัน ผมเอ่ยบอกลาและบอกให้เธอกลับดีๆ เราต่างมองหน้ากันซึ่งผมก็เดาไม่ออกว่าเธอรู้สึกแบบไหนกันแน่ 

หลังจากที่ผมกลับมาถึงห้อง ก็มานั่งคิดว่า เห้ยเราต้องทำอะไรสักอย่างซิ่วะ จะปล่อยเค้าหลุดมือไปหรอ แล้วผมก็คิดว่านานเท่าไหร่แล้วนะ กับอาการก้อนเนื้อข้างซ้ายที่มันเต้นตุ้บตั้บแบบนี้ ห่างหายไปนาน ใช่ ผมไม่หลงใหล หรือตกหลุมรักใครง่ายๆ แต่กับคุณ มันช่าง... พูดยากเสียเหลือเกิน ฉะนั้นนี่คงเป็นคำตอบสำหรับการที่ผมจะต้องเริ่มต้นอะไรสักอย่างกับเรื่องของคุณเสียที 

ตอนเช้าผมรีบทักไปหาเพื่อนทันที และขอ Facebook ของเธอกับเพื่อนของผม ผมทำการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นกับเพื่อนก่อน เพราะไม่งั้นถ้าเธอมีแฟนแล้วผมคงจะไม่ยุ่งแน่ๆ  แต่สรุปว่าเธอไม่มี! นั้นเป็นเรื่องที่น่ายินดีกับผมอย่างมาก ผมทำการกดขอเป็นเพื่อนกับเธอไปทางเฟส และกังวลอย่างมากว่าเธอจะรับหรือไม่ เพราะเราก็เพิ่งรู้จักกันเอง ระหว่างที่ผมจดจอกับการรอคำตอบอยู่นั้น มันก็มีความรู้สึกปั่นป่วนทั้งเขิน อาย กลัว และตื่นเต้น ผสมจนมั่วไปหมด เลยไปหาอะไรทำบรรเทาจิตใจเสียหน่อย

สามชั่วโมงผ่านไป
ครืดดด เสียงสั่นของโทรศัพท์ก็ดังขึ้น แต่ผมไม่สนใจ เพราะหนังสือที่อยู่ตรงหน้าน่าสนใจยิ่งกว่าเมื่อความปวดล้าทางสายตาเริ่มออกอาการ และท้องที่ร้องโครกครากก็ดังเสียเหลือเกิน จึงทำให้ผมวางหนังสือที่รักลง และคว้าโทรศัพท์กระเป๋าตังเพื่อออกไปหาอะไรยัดใส่พุงเสียหน่อย ระหว่างรอลิฟต์เคลื่อนตัวลงไปข้างล่าง ผมก็เอาโทรศัพท์ออกมาเล่น เช็ค Social media line เอย instagram เอย facebook เอย แล้วก็ต้องยิ้มแก้มปูด เมื่อเธอได้ตอบรับการเป็นเพื่อนของผมแล้ว เย้ 

ผมอยากจะทักไปหาเธอเสียตอนนี้เลย แต่ไม่ได้เดี๋ยวเธอรู้ตัวว่าผมแอบชอบเธอ ทิ้งไว้สัก 2-3 ชั่วโมงแล้วกัน ระหว่างนี้ผมก็คิดคำพูดที่ดีๆ เผื่อทักทายไปหาเธอซะหน่อย จนสุดท้ายผมจึงทักเธอไปว่า 

"หวัดดี 
เมื่อวานถึงบ้านปลอดภัยดีนะ ? " 
[ โหหหห มันช่างเฉยแสนเฉยเสียจริง แต่ผมทำอะไรไม่ได้แล้ว ผมกดส่งไปแล้ว ]
                                                           .
                                                           .
                                                           .
                                                                                                  
ครืดด ครืดด                                                                         
เยสสสสสส เธอตอบข้อความผม ! 







SHARE
Writer
jjjjj
It's me.
ทุกเรื่องราวที่ได้เอื้อนเอ่ยล้วนออกมาจากใจ.

Comments