วันนี้"ข้าวไข่เจียว"อีกแล้วใช่ไหม?
   สวัสดีเช้าวันจันทร์ ที่กำลังดึกอยู่ตอนนี้ หันมองซ้ายขวาแลดูฟ้าก็มืดมิดไปหมด เราเพิ่งตื่นหลังจากทิ้งกายหนักๆไปตอนหัวค่ำ

   ตามสูตรละครับ!ตื่นมาตอนนี้หิวมาก ประมาณว่าจะกินสิบล้อทอดน้ำปลาก็ไม่รู้จะหายอยากไหม แต่สิบล้อคงใหญ่ไป กะทะที่มีไว้คงไม่ไหวถ้าหากจะเอาไปทอด พึมพำขึ้นมากับตัวเอง "เอาว่ะ! ข้าวไข่เจียวสักกล่องก็ยังดี"

   ขอออกตัวก่อนเลยว่า ในย่านที่เราอาศัยอยู่มีร้านขายข้าวไข่เจียวไม่ต่ำกว่าเจ็ดร้าน และทุกร้านผ่านปลายลิ้นเรามาหมดแล้ว ไม่ใช่เพียงครั้งสองครั้งเท่านั้น ถ้าคุณเดินไปกับเราตอนนี้คงคิดในใจว่า "มันจะรู้จักทุกร้านเชียวเหรอ" ซึ่งบอกเลยว่ายิ่งกว่ารู้จัก ใช้คำว่า"ซี้ปึก"เลยดีกว่า

   ราคากล่องละ 20-30 บาท เพื่อนก็บอกเราว่าถ้าหากจะทานเมนูสิ้นคิดแบบนี้ สู้เอาเงินค่าข้าวไปซื้อไข่เก็บไว้เจียวกินเองดีกว่าเยอะ เผลอๆได้ตั้ง4-5ฟอง เอาจริงๆฝีมือทำอาหารเราก็ไม่ด้อย

    ระหว่างเดินเลือกสรรค์ร้านข้าวไข่เจียว มองไปมีแต่ร้านข้าวแกงที่ปิดไปแล้วทั้งนั้น ช่วงเวลานี้มันเป็นเวลาทองของข้าวไข่เจียวเลย นี่!เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตื่นมาเวลานี้แล้วนึกถึงข้าวไข่เจียว

   ผ่านร้านโน้นร้านนี้ โบกมือทักทายไปทั่วแต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ ข้าวไข่เจียวร้านไหนจะเป็นผู้โชคดี คุณอาจจะงงๆว่าทำไมถึงเรื่องมากกับสิ่งที่แทบจะไม่ต่่างกัน บอกเลยนอกจากรสขาติแล้วยังมีรายละเอียดอีกมากมายที่ชวนให้โน้มน้าวใจ

   ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่อาศัยอยู่ย่านเล็กๆ ในมหานครแห่งนี้ เราผ่านวิวัฒนาการของข้าวไข่เจียวมาพอสมควร ตั้งแต่แบบ Original คือไข่ผสมน้ำปลาแถมซอสซองเล็กมาเป็นชุด กระทั้งยุคไข่เจียวมีหอม ปูอัด มีชะอมและซอสปรุงรสในไข่ ด้วยวัยที่เปลี่ยนไปจากเดิม ทุกวันนี้ร้านที่ขายข้าวไข่เจียวอย่างเดียวเริ่มมีแกงที่ทำง่ายๆ1-2 อย่างขายควบคู่กัน

   "กะทะพร้อมไข่ก็มีอยู่ในครัวแต่ทำไมถึงต้องออกไปหาซื้อข้าวไข่เจียว?" เราก็ตั้งคำถามแบบนี้กับตัวเองเหมือนกัน ย้อนนึกถึงร่างหนักๆที่เพิ่งลุกจากที่นอน เราบอกเลยมันดีที่สุดแล้ว เพราะร่างกายวันนี้มันหนักไปด้วยปัญหา ความคาดหวัง และความล้มเหลวมากมายเกาะเราอยู่

   มันอาจจะดูเป็นคนขี้เกียจไปเลย ถ้าบอกว่าเราไม่อยากล้างกะทะ ล้างหม้อ ล้างจานและช้อนที่ต้องใช้ หากเราตัดสินใจประกอบอาหารมื้อนี้เอง เห้ย!มันเหนื่อยโว้ย! แค่ 20บาท จานไม่ต้องล้างช้อนไม่ต้องเช็ดกล่องก็ทิ้งไป ง่ายๆแล้วก็นอนต่อ

    ข้าวไข่เจียว มันกลายเป็นเครื่องหมายของคนที่เหน็ดเหนื่อย ที่ต้องผ่านอะไรมาหนักหนาในหนึ่งวัน หาดมองไปถึงราคา รสขาติ ปริมาณ
และความลงตัวในการรอคอยที่น้อยกว่าอาหารตามสั่งเยอะ จึงถือว่าเป็นอาหารที่ไม่เลวเลย

    แต่ถ้าหากมันเป็นเครื่องหมายแทนเรื่องราวหนักๆในหนึ่งวันได้จริง ๆ แล้วจำนวนกล่องข้าวในถังขยะเหล่านั้นและความสนิทสนมกับเจ้าของร้านคงบ่งบอกได้ดีทีเดียวเลยว่า
ในทุก ๆวันเราผ่านเรื่องราวหนักหนาเหล่านั้นมาได้อย่างไร คนๆหนึ่งทำไมถึงทนไหวได้ขนาดนี้  เป็นสิ่งที่เราอยากถามตัวเองในตอนนี้ พอๆกับคำถามที่ว่า "คืนนี้จะกินข้าวไข่เจียวร้านไหนดี?"


  


SHARE
Writer
PleeNajuak
Cr:บอยอน้อย🐊
อักษรศิลป์ จินตอุดมการณ์

Comments