คำสารภาพของนักเล่านิทานผู้สังหารนักมายากล

ข้อความต่อไปนี้ล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น 


โปรดทำใจเชื่อสักนิด ข้าพเจ้าทราบว่ามันอาจลำบาก ในเมื่อข้าพเจ้าเป็นเพียงนักเล่านิทานผู้ต้อยต่ำ หากินอยู่กับการปั้นแต่งเรื่องราวขึ้นจากสรรพสิ่งรอบตัว อาทิเมื่อครั้งที่ข้าพเจ้านั่งฟังสายลมที่แอบกระซิบกระซาบกับซอกหลีบแห่งขุนเขา ผนวกกับเงาสะท้อนของหญิงสาวไหวๆ ที่ข้าพเจ้าแอบมองอยู่ไปในสายน้ำ สิ่งเหล่านี้และอีกมากมายในเทือกนี้ ที่ข้าพเจ้าจับมาผสมผสานกันไปกับชั่วขณะที่มีผู้คนรายล้อมคอยฟังเรื่องที่ข้าพเจ้าเล่า 

ใช่ ข้าพเจ้าทราบว่ามันอาจลำบากที่ท่านจะเชื่อ ในเมื่อท่านก็ได้ประจักษ์จากเรื่องเล่าเกี่ยวกับข้าพเจ้าต่อหน้าบัลลังก์ของศาลสถิตยุติธรรมแห่งนี้ ที่เขาผู้เป็นทนายนั้นได้จัดฉากต่อเติมประหนึ่งคำโกหกเป็นวิชาชีพของข้าพเจ้า 

อันที่จริง หากท่านพิเคราะห์ให้ถ้วนถี่ วาจาที่เขากล่าวร้ายข้าพเจ้านั้นหาได้แตกต่างไม่จากข้อความที่สาธยายถึงตัวของเขาแต่อย่างใด ฉะนั้น หากท่านปักใจเชื่อว่าทุกสิ่งที่ข้าพเจ้าได้เคยพูด กำลังพูด หรือจะได้พูดต่อไป เป็นการมดเท็จ โปรดทราบว่า คำของเขาผู้นั้นก็มีความมดเท็จไม่ต่างกัน

ต่อข้อกล่าวหาที่ว่า ข้าพเจ้าได้พลั้งมือฆ่านักมายากลผู้นั้น ท่านหามีหลักฐานอันใดไม่ แต่กระนั้น ข้าพเจ้ายังจะสารภาพอยู่ดี เพื่อที่ท่านจะได้รู้ถึงความจริงจากปากของข้าพเจ้าเอง

ข้าพเจ้ากับนักมายากล พบกันในวันหนึ่ง ประสาผู้มีอาชีพเปิดหมวกหากินกับความบันเทิงของฝูงชน ข้าพเจ้าเรียนรู้กลเม็ดเด็ดขาดของการปั้นเสกสิ่งของที่มองไม่เห็นด้วยกลมายามาบ้าง พร้อมกับที่ได้แบ่งปันวัตถุดิบแห่งเรื่องเล่าสารพันให้นักมายากลไปใช้เมื่อเขาต้องการดึงความสนใจของคนดูออกจากนิ้วมือข้างซ้ายของเขาที่กุมความลับมากมายไว้
 
ข้าพเจ้าใช้ลมปาก ส่วนเขาใช้ร่างกายในการแสดง ข้าพเจ้าเป็นนักโกหก ส่วนเขาเป็นนักปกปิด เราได้พูดคุยและคบหากันฉันมิตร ไมตรีจิตรระหว่างเรา หามีสิ่งใดแอบแฝงหรือเคลือบแคลง 
จนวันหนึ่ง วันที่ข้าพเจ้าเห็นเงาของสตรีผู้หนึ่งในสายน้ำที่ใสเย็นและไหลอย่างแผ่วเบา หรือจะเป็นเงาของดวงจันทร์กลางทะเลสาบในยามราตรี ในเวลานั้น​ข้าพเจ้ามิอาจจำได้ เราได้พูดคุยกันถึงเรื่องราวของความรัก 

ข้าพเจ้ากล่าวว่า สหายเอ๋ย ท่านสามารถเสกความรักขึ้นได้หรือไม่ 

เพื่อนของข้าพเจ้ามองกลับด้วยสายตาที่ข้าพเจ้าผู้หากินกับถ้อยคำยังมิอาจสาธยายได้ สหายเอ๋ย ความรักจริงๆ แล้วเป็นเพียงมายา 

เขาหยิบหมวกทรงสูงขึ้นมาจากกระเป๋า และจากที่ไม่มีอะไรเลยในหมวก เขาได้เสกความรักขึ้นมาหนึ่งหน่วย และอีกหนึ่งหน่วย เมื่อทั้งสองความรักได้พบกันจึงร่าเริงและเต้นรำเริงร่า เมื่อพวกมันหยุดเต้น กลับมีแตกตัวขึ้นเป็นความรักอีกสองหน่วย นักมายากลยังไม่หยุดและล้วงเอาความรักออกมาจากหมวกอีกสามหน่วย ทั้งห้ารวมตัวกันเต้นรำ เมื่อฝุ่นคลีตีขึ้นจากผิวดิน ข้าพเจ้ากลับเห็นมีเพิ่มมาอีกห้าหน่วย แปดหน่วย สิบสาม ยี่สิบเอ็ด 

เพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วยามดี ความรักโลดแล่นอยู่รอบตัวข้าพเจ้าทั้งสิ้นเก้าร้อยแปดสิบเจ็ดหน่วย 

ข้าพเจ้าเพลิดเพลินด้วยความประหลาดใจ และเริ่มวิตกกังวลถึงปริมาณความรักที่ทวีคูณขึ้นอย่างประหลาด จึงกล่าวกับเพื่อนนักมายากลว่า โปรดให้มันหยุดเถิด ความรักอันทวีคูณขึ้นมานี้ ข้าพเจ้าเชื่อแล้วในความมหัศจรรย์ของกลนี้

แต่เขากลับจ้องมองความรักที่กำลังเติบโตเหล่านั้นด้วยสายตาที่ขยะแขยงหวาดระแวง ข้าพเจ้าเห็นเงาแห่งอดีตพาดผ่านสายตาโฉมหน้าของเขาอยู่ครู่หนึ่ง พร้อมกับความรันทดบางอย่างในเสียงหัวใจของเขา

ท่านเป็นผู้ร้องขอ พวกมันแห่แหนกันมาตามความต้องการของท่าน ท่านจงบอกพวกมันให้จากไปด้วยตนเองเถิดเพราะมีเพียงท่านที่จะทำให้มันหายไปได้ 

ข้าพเจ้าจึงตะโกนเรียกความรักมากมายให้หยุดนิ่งและกล่าวตามที่นักมายากลแนะนำ พวกมันหันมาฟังได้เพียงไม่ทันจบประโยคดีแต่ก็กลับตะคอกตอบข้าพเจ้าด้วยถ้อยคำปฏิเสธห้วนๆ 

ข้าพเจ้าหันไปขอความช่วยเหลือนักมายากล ผู้ซึ่งยืนยันให้ข้าพเจ้าเป็นผู้ขับไล่ความรักเหล่านั้นไป 

จนครั้งที่สาม ข้าพเจ้าตะโกนตอบโต้ความรักว่า จงไปซะ ข้าพเจ้าไม่ต้องการพวกเจ้าแล้ว 

ความรักหยุดนิ่ง ด้วยเสียงที่เศร้าสร้อย พวกมันกล่าวหาว่า ข้าพเจ้าโกหก

ข้าพเจ้ายืนยันถึงความต้องการ พวกมันมีมากเกินไป ข้าพเจ้ากลัว จงจากไปเสียเถิด

พวกมันร้องไห้ พวกมันบอกว่าไม่มีที่ไป 

ข้าพเจ้าจึงแต่งนิทานขึ้นมาสดๆ หนึ่งเรื่อง เล่าถึงเรื่องราวดินแดนแห่งความรัก ดินแดนที่ความรักจะอยู่ได้ด้วยความรัก ที่เติมไปด้วยสายรุ้งและเสียงเพลง ดินแดนที่ความรักสามารถเสพสมกับความรักและให้กำเนิดความรักต่อไปได้อย่างไม่รู้จบ ดินแดนที่ความรักจะได้มีความรักกับความรัก

พวกเจ้าจงไปหาดินแดนแห่งนี้เถิด มันอยู่ที่ก้นหุบเหวข้างหน้านี่เอง เมื่อจบประโยคนี้ พวกมันล้วนแห่กันเดินด้วยความร่าเริงไปที่ขอบหน้าผา และตกไปในเหวลึกพร้อมกับยังร้องเพลงถึงดินแดนแห่งความรักอยู่เลย

ชั่วครู่เดียวพวกมันทั้งหมดก็หายไป ข้าพเจ้าหันไปดูสหายนักมายากล ผู้ที่บัดนั้นกลับนอนแผ่นิ่งอยู่กับผืนดิน ผมยาวสลวยที่เคยมัดหลับซ่อนจากทุกสายตาที่เคยเห็น กลับสยายออก 

นักมายากลผู้นี้ กลับเป็นหญิงสาวที่ข้าพเจ้ามองเห็นเงาในสายน้ำ และลมหายใจเฮือกสุดท้ายของนางได้จากไปพร้อมกับความรักสุดท้ายที่ออกเดินทางไปยังดินแดนที่ข้าพเจ้าได้ปั้นแต่งขึ้นมา

นั่นคือความจริงทั้งหมด 

พวกท่านได้กล่าวหาว่าข้าพเจ้าได้ฆาตกรรมนักมายากลผู้เป็นมิตรที่ข้าพเจ้ารักยิ่ง ข้าพเจ้ายืนยันได้เพียงว่า ข้าพเจ้ามิได้กระทำการตามข้อกล่าวหา 

ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ข้าพเจ้าไม่อาจรู้ว่า ความรักคือมายาที่นักมายากลสร้างขึ้น และถ้อยคำลวงหลอกของข้าพเจ้าสามารถฆ่าความรักได้


ด้วยความสัตย์จริง ข้าพเจ้าคิดถึงเพื่อนของข้าพเจ้าผู้นั้นยิ่งนัก






SHARE
Writer
nawtpal
I am the walrus
See how they smile like pigs in a sty See how they snide I'm crying

Comments