5 Things I've Learned in 2018


เวลาผ่านไป วันแล้ววันเล่า 
ขีวิตผู้ใหญ่ไม่มีอะไรสนุก


ก็พยายามจะมีชีวิตที่สนุก
แบ่งแยกตัวตนระหว่างที่บ้าน ที่ทำงาน


แต่ความรับผิดชอบ ภาระหน้าที่ที่เถียงไม่ได้
กลืนกินตัวตน พรากรั้งความเป็นเด็กไปจากเราเป็นจำนวนมาก


การต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ พูดในสิ่งที่ไม่อยากพูด
ตอนเด็กที่ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมต้องทำแบบนั้น โตมาก็เหมือนถูกมัดมือชกให้เข้าใจ


การเก็บซ่อนความไม่พอใจทั้งหมดทั้งจากสีหน้า
คำพูดและการกระทำเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตการทำงาน
เราไม่ใช่เด็กอีกแล้วที่ไม่พอใจก็แค่ร้องไห้งอแงหรือโวยวายออกมา


บทเรียนแรก การเป็นผู้ใหญ่คือการเก็บงำความไม่พอใจและทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วง


ช่วงแรกๆ ที่เฝ้าถามตัวเองว่าวันนึงตัวเราข้างในจะเป็นเช่นไร
ตอนนี้ราวกับได้รับคำตอบคืนกลับ
คำตอบที่ว่าคือตัวเราเองที่ภายในเหลือเพียงโพรงกลวงๆ ว่างเปล่า


ในขณะที่เราดิ้นรนมีชีวิตรอดในแต่ละวัน 
เวลาที่มีให้ตัวเองเหลือน้อยลงจนแทบเรียกได้ว่าไม่มีเหลือ


ทำให้รู้ว่าเวลาเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด
จากเด็กคนหนึ่งที่เคยหวงสิ่งของ หวงสิ่งอื่นเติบโตเป็นผู้ใหญ่วัยเริ่มต้นที่หวงวันเวลายิ่งกว่าสิ่งไหน
การจะยื่นมันไปให้ใครกลายเป็นสิ่งที่ต้องคิดแล้วคำนึงอีก ย้อนวนกลับไปกลับมา 
เพราะมันมีค่าเกินกว่าที่จะยื่นให้ใครไปง่ายๆ มันเป็นสิ่งที่ไม่อาจย้อนคืน มีเพียงเลยผ่านไปเท่านั้น


บทเรียนที่สอง ถ้าซื้อเวลาได้ขอให้ทำ


ทุกสิ่งทุกอย่างมีเวลาของมัน
ในบางวันเวลาเราอาจรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกอยู่ในวังวนที่ไม่มีวันจบสิ้น
สิ่งเดิมๆ เรื่องเดิมๆ ปัญหาเดิมๆ ที่ต้องพบเจอจนกลายเป็นเรื่องปกติ
รวมเข้ากับสิ่งใหม่ๆ ในเรื่องเดิมๆ ปัญหาใหม่ที่ต้องแก้ให้ได้ภายในเวลาอันจำกัด
คำต่อว่าที่อาจเป็นคำพูดที่รุนแรง การกระทำที่ไม่มีการเห็นอกเห็นใจเท่าที่ควร
นั่นคือสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น สำหรับเรา นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น


บทเรียนที่สาม เรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างมีวันหมดอายุ
และบทเรียนถัดมาติดๆ กัน บทเรียนที่สี่ งานก็คืองาน 


ความเห็นอกเห็นใจอาจใช้ไม่ได้ในที่ทำงาน
ในเมื่อทุกคนมาเพื่อทำงาน เราต้องเรียนรู้ที่จะแยกแยะว่าสิ่งอื่นคือสิ่งที่นอกเหนือจากงาน


มิตรภาพอาจไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในทุกที่ทำงาน 
ในบางที่การมองโลกในแง่ดีอาจไม่ใช่คำตอบ
สิ่งที่ต้องมีคือความเป็นงาน การมีความรับผิดชอบและการอดทนทำในสิ่งที่ไม่ชอบในบางครั้ง
อาจจะหลายๆ ครั้งเพื่อที่จะทำให้ทุกอย่างดำเนินไปได้โดยง่าย


อาจรู้สึกเหมือนต้องกลืนเลือด
มันอาจจะกลืนง่ายขึ้นในเวลาต่อมา แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ยากลำบาก
เพราะเลือดก็คือเลือด ไม่มีวันที่มันจะเปลี่ยนเป็นน้ำไปได้


สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือไม่ว่าใครจะใจร้ายกับเรามากแค่ไหน
ขอให้อย่าใจร้ายกับตัวเอง โอบกอดทุกความผิดพลาด อยู่กับมันให้ได้
เรียนรู้ที่จะยอมรับในสิ่งที่ผิด แก้ไขในสิ่งที่พลาด


ความใจดีที่มีควรเก็บเอาไว้ให้คนที่ควรที่จะได้รับมันเท่านั้น
สำหรับคนที่เราเห็นในความพยายามมาตลอดอย่างตัวเอง
เราควรใจดีกับเขาให้มาก ตามใจในตอนที่ควรจะตามใจ เข้มงวดในตอนที่ควรจะเข้มงวด
ขอให้มันเป็นไปในรูปแบบนั้น เพื่อความสุขของตัวเราเองและคนสำคัญรอบตัวเรา


บทเรียนที่ห้า ทิ้งเท่าที่จะทิ้งได้ อย่าเก็บเอาไว้


เมื่อไหร่ก็ตามที่หันหลังเดินออกจากที่ทำงาน ก็อยากให้ทิ้งสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเอาไว้ที่นั่น
ไม่ต้องเก็บมันกลับบ้านมาด้วย 
ความหนักใจ ความขมุกขมัว ความไม่พอใจต่างๆ


ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่จะฝึกตัวเองให้ทำแบบนั้น
ยิ่งมากยิ่งดีเพื่อที่จะยังสามารถมีพื้นที่ให้ตัวเองเป็นตัวเอง 


เพื่อให้ตัวเรายังจำได้ว่า ตัวเราไม่ได้มีบทบาทเป็นเพียงพนักงานคนหนึ่งในที่ทำงานเท่านั้น
เราคือเรามีบทบาทอย่างอื่นอีกมากในชีวิตที่ยังจำเป็นและรอให้เรารดน้ำพรวนดิน
เพื่อนสนิท ลูกสาว คนรักที่ดี ตัวเราเองที่มีความสุข ทั้งหมดนั่นก็คือสิ่งที่เราเป็นเช่นเดียวกัน


เข้มแข็งเอาไว้ เดินไปข้างหน้า นั่งพักตอนที่อยาก
กินของอร่อย ดื่มน้ำเยอะๆ นอนให้พอ ออกกำลังกายด้วย
เติบโตไปด้วยกันนะ


SHARE
Written in this book
Dear, Diary
Me Myself & I
Writer
ibearinmind
Sea
Everything around myself.

Comments