หนี
วันนี้ผมตื่นมาเหมือนทุกวัน
เพียงแต่ว่า มันเศร้ามากกว่าเดิม
มากกว่าเวลา 3-4วัน ที่ผมพยายามไม่เศร้า
แต่แล้วผมก็สู้กับความเศร้าได้ไม่นานนัก
ผมโทรหาเขาตอนสายวันอาทิตย์
จากที่ผมจะได้ออกทริปกับเพื่อนที่นัดกันไว้
กลับต้องมานอนซมรอเขารับสาย
28สายที่เขาไม่รับ 
แต่สุดท้ายสายที่29 เขาก็รับมันจนได้
มีอะไรหรือป่าว                                                คำพูดเดิมที่แสนทิ่มแทงผมตอบรับคำพูดนั้นอย่างทันที ว่า มันไม่มีหรอก
แค่อยากคุยด้วย หลายวันที่ผ่านมา 
ผมแทบไม่ได้รับการแจ้งเตือนใดๆจากเขา
นอกจากโพสต์ที่ผมตั้งและแท็กเขาไว้
ปิดไม่ให้ผู้อื่นเห็นนอกจากผมและเขา
เพื่อที่ผมจะได้ไม่ต้องทักเขาอีก
กิจกรรมของเขามีไม่มากนอกจาก
การกดไลค์บางโพสต์เพื่อรับรู้ กับคอมเม้นเรื่องบทความของผมว่าคำผิดเยอะนะ
เพียงแค่นั้น ระยะเวลาผ่านมาได้เพียงแค่3วัน
ที่เราคุยกัน สุดท้ายผมก็โทรไปกวนจนเขารับ
และตามรับดั่งด้านบน
ถ้าไม่มีอะไรวางละนะ จะไปกินข้าวกับเพื่อน               เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูรำคาญ


เย็นๆโทรหาอีกได้ไหม                                       ผมรีบตอบสวนอีกครั้งไม่ต้องโทรหรอกแก                                          เขาพูดประโยคสุดท้ายพร้อมตัดสายไปแล้วสายก็ถูกตัดไป..
ผมไม่ร้องไห้ ผมไม่หดหู่ แต่ผมกลับดีใจ
เพราะเพียงแค่ได้ยินเสียงของเขา
แต่ดีใจได้ไม่นานนัก ผมก็กลับมาเศร้าอีกครั้ง
ครั้งนี้ผมรู้ตัวดีว่า ผมไม่ควรอยู่ในห้อง
ที่มีแต่รูปของเขาเพียงคนเดียว
ได้แต่คิดว่าวันนี้ต้องหาอะไรทำต้องออกไปข้างนอก
ประจวบเหมาะกับเพื่อนที่เป็นเจ๊ใหญ่ในกลุ่มทักผมมาพอดี
ได้โอกาสระบายเรื่องราวต่างๆ ให้เขาฟัง
แน่นอนว่าคำว่า “เจ๊” ไม่ได้ได้มา เพียงเพราะอายุเยอะสุด
มีเหตุผลหลายอย่างที่เขาเป็นเจ๊จนถึงทุกวันนี้ 
ไปมึงไปกินข้าวกัน เดี๋ยวกูพามึงไปเที่ยว                วินาทีนั้นผมไม่สนเลยว่าใครจะพาผมไปไหนเอาผมไปทิ้งไว้ไหน
ผมรีบตื่นจากความเศร้า อาบน้ำแต่งตัว
เครียมเก็บความเศร้าทั้งหมดของผมไปทิ้ง
เราไปน้ำตกตาดหมอก ที่แม่ริมกัน
เคยได้ยินเพลงของวัชราวลีไหมครับ
ถ้าเธอทุกข์ใจให้ลองเอาเท้าจุ่มน้ำ ปล่อยความคิดลอยไปกับทะเลและฟ้าสีคราม
มันอาจจะไม่ใช่ทะเล และมองไม่เห็นท้องฟ้านัก เพราะมีแต่แมกไม้บดบัง มีเพียงแสงแดดอ่อนๆกับน้ำจากน้ำตก ที่ไหลผ่านตัวของผม ความทุกข์ของผมได้ไหลทิ้งไปตามน้ำหมดแล้วในตอนนั้น มันเป็นความจริงสินะ ที่ถ้าทุกข์ใจแล้วให้ลองเอาเท้าจุ่มน้ำ มันดีจริงๆนะ
อาจเป็นแค่เวลาสั้นๆ แต่มันช่วยได้ดีจริงๆ
ถ้าเขามาด้วยมันคงดีมากเลยเนาะ                         ผมแอบคิดขึ้นมาแว้บนึง
แต่ต่อจากนี้มันเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว
ผมได้รับทั้งคำปลอบ คำพูดถึงความจริงที่ผมต้องอยู่กัับมัน
คำแนะนำมากมาย ที่ผมยังไม่สามารถทำได้ในตอนนี้
แต่รู้แค่เพียงว่า อยากหนีออกไป
หนีออกไปที่ไหนก็ได้ ที่ทำให้ผมไม่ต้องกลับห้อง
ที่ทำให้ผมได้อยู่ข้างนอก กับเพื่อนอย่างสบายใจแบบนี้
ถึงเราจะหนีความรู้สึกตอนนี้ไปได้ไกลแค่ไหน เราก็ต้องกลับไปเผชิญมันในตอนกลับไปถึงสถานที่ ที่รวบรวมความทรงจำไว้อยู่ดี
ถ้าไม่ไหวก็ต้องหนี จะหนีไปตั้งหลักไกลแค่ไหนก็ได้
เท่าที่ผมสามารถไปได้ แต่ยังไงผมก็ต้องกลับไปสู้กับมันกับความเศร้า ความอัดอั้น ความคิดถึงทั้งหลาย ที่ผมยังเอามันออกมาจากที่แห่งนั้นไม่หมด
สักวันผมคงต้องพาพวกมันออกมาเดินเล่น
แล้วแอบทิ้งไว้ข้างนอกบ่อยๆเสียแล้ว
ถึงแม้ผมจะเอาพวกมันไปฝากไว้ตามที่ต่างๆ ทิ้งไว้ในที่ที่ผมไม่รู้จัก สุดท้ายผมก็ผลิตพวกมันเพิ่มมาเรื่อยๆอยู่ดี
ความรัก
ความเศร้า
ความหดหู่
ความโกรธ
ความคิดถึง
ความอาวรณ์
ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีคดี “ความ” พวกนี้เกิดขึ้นกับผมอีกไหม
แต่ขอพอไว้เท่านี้ก่อน แค่นี้ผมก็ขึ้นศาลเคลียร์ความพวกนี้ไม่ไหวแล้ว อ่อนแอเหลือเกิน
ได้แต่หวังว่าสักวัน จะไม่ก่อคดี “ความ” พวกนี่ขึ้นมาอีกนะตัวผม ตอนนี้ขอหนีคดีก่อน หนีไปที่ต่างๆที่ไม่มีความพวกนี้ตามผมไปได้อีก








วันนี้เราโทรไปกวนเขาอีกแล้ว คงจะเริ่มรำคาญแย่
อยากหายไปเหมือนกันแหละ แต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้เลย
ต้องพยายามต่อไปอีกสินะ แค่นี้คงไม่พอง่ายๆหรอก
SUNDAY 9 DECEMBER 2018 03:54 PM
อยากได้ยินเสียงคุณอีกจัง คุณความรัก
ผมไม่รีบกลับบ้านในครั้งนี้ เพราะอยากที่จะมอบของบาฃสิ่งให้คุณ แต่ไม่รู้ว่าคุณจะอยู่ให้ผมมอบมันให้หรือปล่าวก็คงต้องเสี่ยงดู :)
SHARE
Written in this book
The Balloon
มันคือสมยานามของเธอ ที่เธอเป็นคนตั้งเอง หนังสือเล่มนี้ผมตั้งใจจะเขียนให้เธอ ตลอดเวลาที่ผมคิดอะไรออก และหวังว่าสักวันเธอจะอยากอ่านเรื่องราวที่ผมกำลังจะเขียน และสุดท้ายคือหวังให้เธอช่วยแต่งแต้มหนังสือเล่มนี้ แม้ตอนนี้เธอจะไม่อยู่กับผมแล้วก็ตาม
Writer
Risker
writer
ชอบอ่านในสิ่งที่ชอบ ชอบเขียนในสิ่งที่ชอบ เราแค่ทำในสิ่งที่ชอบ ที่มันไม่เดือดร้อนเรา และไม่เดือดร้อนใคร :)

Comments