Behind the bookshelf (Miru x Yuki)
คาชิวากิ ยูกิ กลับมาถึงบ้านก็เห็นว่าตรงทางเข้าบ้านมีรองเท้าคู่ที่คุ้นเคยวางอยู่ เด็กคนนั้นแวะมาอีกแล้วสินะ แล้วเธอก็เดาไม่ผิด เมื่อเดินเข้ามาในห้องทำงานก็เห็นเด็กสาวผมยาวดำตากลมโตกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่อย่างตั้งอกตั้งใจในห้องของเธอ ยูกิเคาะเบาๆ บนประตูที่เปิดอ้าอยู่สองครั้งเพื่อให้คนตรงหน้ารู้ว่าเจ้าของห้องกลับมาแล้ว


“กลับมาแล้วหรอคะพี่ยูกิ!” เด็กตรงหน้าเงยหน้าจากหนังสือขึ้นมาแล้วส่งรอยยิ้มกว้างให้เธอ ก่อนจะคั่นหนังสือหน้าที่อ่านค้างไว้แล้วเดินตรงมาจับมือคนที่อายุมากกว่าแกว่งไปมา “วันนี้ทำงานเหนื่อยไหมคะ? ”


“ฉันบอกให้เลิกเรียกฉันว่าพี่ยูกิสักทีไง ฉันเป็นแม่ของเพื่อนเธอนะมิรุ” คนอายุมากกว่าปรามเด็กน้อยเบาๆ แต่ดูเหมือนเด็กน้อยตรงหน้าจะไม่ได้ใส่ใจกับคำดุนั้น

“ไม่เห็นเป็นไรเลย ไม่มีใครรู้หรอกค่ะว่าพี่ยูกิมีลูกแล้ว ทั้งสาวทั้งสวยขนาดนี้”

“แต่เธอรู้” ยูกิตอบกลับทั้งที่ไม่ได้มองหน้าอีกคน “และมายุก็รู้”

“มายุจังยังไม่เคยว่าหนูเลยนะคะ ที่เรียกคุณว่าพี่ยูกิ เพราะงั้นก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” เด็กน้อยตอบกลับมาแบบนั้น ยูกิได้แต่ถอนหายใจกับความดื้อของอีกคน

“นี่ๆ พี่ยูกิคะ” มิรุที่ปล่อยมือจากยูกิไปเพื่อนั่งอ่านหนังสือต่อ อยู่ดีๆ ก็เรียกเธอชื่อขึ้นมาทำให้เธอต้องหันไปมอง “พรุ่งนี้พี่ยูกิไปทำงานหรือเปล่าคะ? ”

“พรุ่งนี้วันอาทิตย์นะ ใครเขาไปทำงานกัน? ”

“หนูอยากได้หนังสือเล่มใหม่ พี่ยูกิไปร้านหนังสือเป็นเพื่อนหนูหน่อยได้ไหมคะ เผื่อจะได้แนะนำหนังสือให้หนูอีก” คนพูดทำหน้าอ้อนใส่ขนาดนั้น ถ้าเป็นผู้ชายล่ะก็...ไปไม่รอดแน่ๆ

“ทำไมไม่ไปชวนมายุล่ะ? ”

“โธ่ ก็มายุจังไม่ชอบอ่านหนังสือนี่คะ แล้วก็เอาแต่ไปเที่ยวกับแฟน หนูเลยโดนทิ้งให้ต้องอยู่คนเดียวแบบนี้ไง”

“ก็หาแฟนซะสิ จะได้ไม่ต้องมารบกวนฉันแบบนี้” เด็กที่ถูกดุลุกขึ้นมาจากเก้าอี้อีกครั้ง คราวนี้เดินตรงเข้ามาที่ยูกิซึ่งกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน แล้วเด็กน้อยก็กระเถิบตัวขึ้นไปนั่งบนโต๊ะแล้วหันมามองยูกิที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างๆ

“หนูทำให้พี่ยูกิลำบากใจหรอคะ? ” คนพูดช้อนตามองอีกคนที่กำลังมองเธออยู่ หึ ร้ายนักนะเด็กคนนี้

“จะไปด้วยก็ได้ ยังไงก็ไม่ได้มีงานอะไรเยอะแยะขนาดนั้นอยู่แล้ว”

“เย้ พี่ยูกิใจดีจังเลยค่ะ งั้นพรุ่งนี้ 11 โมง เจอกันที่ร้านหนังสือร้านนั้นที่พี่ยูกิเคยพาหนูไปนะคะ”

“อ้าว ไม่ได้จะมาที่นี่แล้วไปพร้อมกันหรอ? ” ยูกิถามออกไปเพราะสงสัยกับการนัดแนะของเด็กตรงหน้า

“ไม่ค่ะ หนูจะไปเจอพี่ยูกิที่นั่น ไปเจอกันข้างนอก จะได้เหมือนไปเดทไงคะ” พูดจบก็ส่งยิ้มกว้างให้อีกคน

“เดทอะไรกันล่ะ ก็แค่ไปซื้อหนังสือเล่มใหม่เอง” ยูกิละสายตาจากคนตรงหน้าลงมามองหนังสือที่เธอกำลังอ่านอยู่อีกครั้ง แต่ก็โดนเด็กคนเดิมช้อนหน้าเข้ามามองเธอ ทำให้เธอมองไม่เห็นหนังสือที่อยู่ด้านล่าง

“เดทก็เดทสิคะ พี่ยูกิ” เพื่อเป็นการตอบกลับอีกคน ยูกิจึงดีดหน้าผากคนตรงหน้าไปหนึ่งที

“บอกให้เลิกเรียกฉันว่าพี่ยูกิไง”

“ไม่เลิกหรอกค่ะ หนูจะเรียก พี่ยูกิ” มิรุวิ่งออกจากบริเวณนั้น เมื่อไปถึงหน้าประตูเธอก็แลบลิ้นปลิ้นตาให้อีกคน “หนูกลับแล่ว พี่ยูกิใจร้าย” แล้วมิรุก็วิ่งหายไปจากบริเวณนั้น

“หึ ใครกันแน่ที่ใจร้าย” ยูกิก้มลงอ่านหนังสือต่ออีกรอบ ก่อนจะได้ยินเสียงเด็กอีกคนทักทายเธอ

“อ้าว คุณแม่คะ ทำไมวันนี้มิรุกลับเร็ว เพิ่งวิ่งสวนหนูออกไปตะกี๊เอง เห็นปกติมาขลุกอยู่ห้องทำงานคุณแม่จนดึกดื่น” มายุถามคุณแม่ของเธอด้วยความสงสัย เพราะอย่างที่เธอพูดไป มิรุนั้นมักจะมาฝังตัวเพื่ออ่านหนังสือที่ห้องทำงานของคุณแม่ของเธอประจำ และเธอก็ไม่เคยเข้าใจว่าหนังสือมันน่าสนใจตรงไหน ถึงแม้ทั้งคุณแม่และเพื่อนรักของเธอจะชอบมันมากก็ตาม

“ไม่รู้สินะ เห็นบอกว่าแม่ใจร้าย แล้วก็วิ่งกลับบ้านไปเฉยเลย”

“ประหลาดจัง” มายุทำหน้างงก่อนเดินออกจากห้องทำงานของแม่เธอ “งั้นหนูขึ้นไปทำการบ้านบนห้องก่อนนะ ถ้ามีอะไรคุณแม่ไปเรียกได้เลยนะคะ”

“โอเค” ยูกิละสายตาจากลูกสาวของเธอเพื่อกลับมาอ่านหนังสือต่ออีกครั้ง เมื่อไหร่จะอ่านเล่มนี้จบสักที โดนขัดได้ขัดดีเหลือเกิน

.

.

.

ยูกิเดินทางมาถึงร้านหนังสือร้านประจำของเธอตอนเวลา 11 โมงพอดีเป๊ะ ก็เห็นเด็กสาวหน้าตาคุ้นเคยยืนรออยู่ใกล้ๆ กับทางเข้าหน้าร้าน วันนี้มิรุแต่งตัวสวยกว่าทุกทีที่เธอเคยเห็น จะว่าไป เธอก็เคยเห็นอยู่ไม่กี่ชุด และส่วนใหญ่ก็คือชุดนักเรียนของอีกคน แต่การที่วันนี้ได้เห็นมิรุในชุดไปรเวทบวกกับการแต่งหน้าอีกนิดหน่อยของเธอ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทำให้ยูกิหวั่นไหวไปอยู่ครู่หนึ่งเหมือนกัน

มิรุที่สังเกตเห็นว่ายูกิมาถึงแล้วก็รีบวิ่งเข้ามาหา “พี่ยูกิ มาถึงตรงเวลาพอดีเป๊ะเลยค่ะ”

“รอนานไหม? ”

“ไม่นานค่ะ หนูก็เพิ่งมาถึงเอง”

“อืม งั้นก็ไปดูหนังสือกันเถอะ” คนโตกว่าพูดจบก็เดินนำเข้าร้านหนังสือร้านประจำของเธอไป

.

.

.

“คิดถูกแล้ว ว่าถ้าจะมาเดทร้านหนังสือ ต้องมาเดทกับพี่ยูกิ” มิรุชูถุงหนังสือที่เพิ่งชำระเงินจากร้านให้อีกคนเห็น ดูเหมือนว่าในนั้นจะมีหนังสืออยู่ไม่น้อยทีเดียว

“บอกว่าไม่ใช่เดทไง แล้วก็เลิกเรียนฉันว่าพี่ยูกิสักที”

“โธ่ นิดๆ หน่อยๆ เอง ไปกินข้าวกันดีกว่าค่ะ” พูดจบมิรุก็ประสานมือของเธอเข้ากับยูกิทันที

“แล้วนี่จับมือฉันทำไมเนี่ย ฉันไม่ได้อยากให้คนอื่นมองว่าพาลูกมาเดินเล่นหรอกนะ”

“ไม่มีใครมองแบบนั้นหรอกค่ะ” มิรุหันมาส่งยิ้มให้อีกคน “หนูว่า เราน่าจะเหมือนคนรักกันมากกว่าค่ะ”

“หึ แก่แดด” ยูกิถอนหายใจแล้วหยิบถุงหนังสือที่อีกคนถืออยู่มาถือไว้เอง

“พี่ยูกิจะถือให้หนูหรอคะ ใจดีจังเลยค่ะ”

“ถ้าพูดมากเอากลับไปถือเองเลยนะ” ยูกิพูดแบบไม่ได้หันไปมองหน้าอีกคน

“ไม่พูดแล้วค่า” มิรุยิ้มกว้าง เธอรู้ดีว่าคนข้างๆ ถึงจะชอบดุเธออย่างไร สุดท้ายก็ต้องยอมใจอ่อนให้เธออยู่ดี

.

.

.

“เป็นเด็กประถมหรือไง กินเลอะขนาดนี้” ยูกิว่าอีกคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเธอ ที่ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้รีบกินจนเลอะเทอะขนาดนี้

“หิหิ ก็มันอร่อยนี่คะ อีกอย่าง ตราบใดที่เสื้อผ้ายังไม่เลอะก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” มิรุพูดทั้งๆ ที่ปากของเธอยังคงเปื้อนซอสจากสปาเกตตีอยู่

“เฮ้อ” ยูกิถอนหายใจก่อนจะดึงทิชชูออกมาเพื่อเช็ดปากให้อีกคน

“รู้สึกเหมือนมีลูกเพิ่มอีกคนเลย ทำไมแค่มากินข้าวต้องเหนื่อยขนาดนี้เนี่ย”

“ไม่เป็นลูกไม่ได้หรอคะ? ” มิรุส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ให้คนตรงหน้า

“ไม่เป็นลูกจะเป็นอะไร แค่กินยังเลอะเทะเลย กินต่อได้แล้ว เดี๋ยวก็ไม่ได้กลับกันพอดี” ยูกิดุอีกคนที่เอาแต่ล้อเล่น

“ค่า จะกินแล้วค่า” มิรุขำแล้วลงมือกินต่ออีกรอบ

เมื่อยูกิเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่าที่ข้างปากมิรุเลอะอีกหน ในขณะที่เธอกำลังจะเอื้อมมือไปเช็ดให้ อีกคนก็พูดขึ้นมา

“ไม่ต้องค่ะ หนูเช็ดเองได้” พูดจบมิรุก็ค่อยๆ แลบลิ้นออกมาเลียซอสที่เปื้อนข้างปากตรงนั้นช้าๆ ไม่บอกก็รู้ว่าเด็กตรงหน้าคิดอะไรอยู่

“ยังไม่สะอาดเลย” ยูกิทำเป็นไม่เข้าใจกับสิ่งที่คนตรงหน้าต้องการจะสื่อ แล้วยื่นทิชชูไปเช็ดปากของอีกคนอย่างแรง

“โอ๊ย พี่ยูกิ ไม่เห็นต้องเช็ดแรงขนาดนี้เลยค่ะ”

“เด็กดื้อต้องโดนทำโทษไงล่ะ” ยูกิยกมุมปากขึ้นส่งยิ้มให้อีกคนก่อนจะก้มหน้าลงทานอาหารตรงหน้าต่อให้เรียบร้อย

.

.

.

อาทิตย์ถัดมาหลังจากยูกิกลับมาจากที่ทำงาน เธอก็รู้สึกเหมือนเดจาวูเบาๆ หน้าบ้านมีรองเท้าคู่ที่คุ้นเคย เดินมาถึงห้องทำงานก็เจอเด็กผู้หญิงคนเดิมนั่งอ่านหนังสืออยู่ แต่คราวนี้เธอไม่ได้เคาะประตูเพื่อบอกอีกคนว่าเธอมาถึงแล้ว แต่ค่อยๆ เดินเงียบๆ เข้าไปทางด้านหลังของอีกคนแทน ส่วนเด็กคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ก็ดูจะมีสมาธิมาก จดจ่ออยู่กับหนังสือจนไม่รู้ว่ากำลังจะโดนแกล้งเร็วๆ นี้

ยูกิโน้มตัวลงไปข้างๆ หน้ามิรุ แล้วค่อยๆ เป่าลมเข้าไปที่ใบหูของเธอ มิรุถึงกับสะดุ้งทำหนังสือตกแล้วกรี๊ดออกมา ยูกิระเบิดหัวเราะใส่อีกคน ดูท่าว่าจะสนุกอยู่ไม่น้อยที่ได้แกล้งคนตรงหน้า

“พี่ยูกิอ่ะ ใจร้าย!” มิรุยกมือขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้างของเธอ ยังรู้สึกแปลกๆ ที่ใบหูอยู่ไม่น้อย และหน้าของเธอก็ร้อนเหลือเกินในตอนนี้

“หืม บอกว่าให้เลิกเรียกว่าพี่ยูกิไง” ยูกิยกมุมปากใส่อีกคนที่กำลังทำหน้าตาสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น “แล้วคราวหน้าจะไม่แกล้งอีกนะ...”

“ไม่คุยกับพี่ยูกิแล่ว” มิรุหยิบหนังสือที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาเพื่อเอาไปเก็บใส่ในชั้นหนังสือตามเดิม แต่ด้วยความที่ชั้นหนังสืออยู่สูง ทำให้เธอต้องยืดตัวเขย่งตอนเก็บมัน อันที่จริงในห้องมีเก้าอี้ตัวเล็กๆ สำหรับปีนเพื่อหยิบหนังสือจากชั้นด้านบน แต่เพราะตอนนี้ในใจของมิรุปั่นป่วนไปหมด ทำให้เธอลืมไปว่าถ้าหยิบเก้าอี้มาใช้น่าจะดีกว่า

ยูกิที่เห็นอีกคนติดขัดกับการเก็บหนังสือเข้าไปในชั้นจึงเดินเข้าไปยืนซ้อนด้านหลังอีกคน แล้ววางมือทับลงไปบนหลังมือของมิรุจากนั้นก็ดันหนังสือที่อยู่ในมืออีกคนกลับเข้าชั้น มิรุที่ยังไม่สามารถรวบรวมสติจากการถูกเป่าใบหูเมื่อสักครู่ได้ แล้วยังมาเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิดแบบนี้อีกทำให้เธอทำตัวไม่ถูก

“พี่ยูกิ...” มิรุทำได้แค่เรียกชื่ออีกคน เพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี

“บอกแล้วไง ว่าให้หยุดเรียกฉันว่าพี่ยูกิสักที” อีกคนที่ยังยืนซ้อนอยู่ด้านหลังพูดขึ้น ยกมือขึ้นจับคางของคนข้างหน้าให้หันข้างมาหา แล้วเอี้ยวตัวไปมองหน้าอีกคน

“คุณแม่...” มิรุพูดได้เท่านั้นก็ต้องเงียบ เพราะถูกคนโตกว่าโขมยริมฝีปากของเธอไป

“ถ้า...มายุกลับมาเห็นล่ะคะ? ”

“มายุยังไม่กลับบ้านหรอก มายุโทรมาบอก ว่าจะไปกินข้าวเย็นกับแฟนน่ะ...” ยูกิส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้อีกคนก่อนจะประกบปากลงไปอีกหนตรงที่เดิม

.

.

.

END
SHARE
Written in this book
เรือผีสี่แปด
จะใครก็ได้ ถ้าใจจะชิป
Writer
Purrjurr
Freelancer
Nothing much about me. Just a normal human being that love to write, read and draw. Want to talk more on nonsense thing? Sure, go to twitter : purrjurr

Comments