Roomate (Miru x Juri)
หญิงสาวคนหนึ่งกำลังไขกุญแจห้องเพื่อเข้าไปด้านใน เธอต้องคอยลุ้นเสมอว่าเมื่อกลับมาถึง จะเจอใครอีกคนอยู่หรือไม่ แต่วันนี้ไม่มีร่องรอยของอีกคนอยู่ในห้อง นั่นสินะ วันนี้อีกคนคงไม่ชวด เธอเลยไม่ได้กลับมานอนที่นี่...

.

.

.

ทาคาฮาชิ จูริ และ ชิโรมะ มิรุ เป็นรูมเมทกัน

อันที่จริงการใช้ชีวิตคนเดียวในเมืองใหญ่มันก็ไม่ได้ลำบากขนาดอยู่ตัวคนเดียวไม่ได้ เพียงแค่ทั้งสองคนคิดว่า มันก็ดีเหมือนกัน ที่จะมีอีกคนมาอยู่ด้วยกัน แชร์เรื่องงี่เง่าในที่ทำงาน กินข้าวด้วยกัน หรือที่สำคัญกว่านั้น หารค่าห้องเช่าให้ภาระมันเบาลง

ทั้งๆ ที่ตั้งใจกันไว้อย่างนั้น แต่พอมาเป็นรูมเมทกันจริงๆ จูริกลับเป็นคนที่ถูกทิ้งให้นอนอยู่คนเดียวในห้องซะส่วนใหญ่ เพราะมิรุนั้นมักจะไปนอนค้างกับคนอื่นอยู่เสมอๆ

อันที่จริงมันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเธอที่จะต้องไปยุ่งกับชีวิตอีกคน เพราะต่างคนก็ต่างโตแล้ว ทั้งเหตุผลในการใช้ชีวิตและตัวเลือกในการตัดสินใจนั้นก็คงจะต้องต่างกันเป็นธรรมดา แต่จูริก็ต้องถอนหายใจทุกครั้งที่กลับห้องมาแล้วไม่พบรูมเมทของเธออยู่ในนั้น ทำไมน่ะหรอ? ก็เพราะเป็นห่วงอีกคนยังไงล่ะ

อยู่ด้วยกันมาสองปี จูริแทบจะนับครั้งได้เลย ว่ามิรุนอนที่ห้องตัวเองทั้งหมดกี่คืน แต่ก็นั่นแหละนะ กับคนที่มีเสน่ห์แบบนั้น ขี้อ้อนขนาดนั้น แถมยังสายตาที่เซ็กซี่นั่นอีก ก็ไม่แปลกว่าทำไมอีกคนถึงควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้าเสมอ เป็นปีศาจน้อยของแท้เลยแหละ

ขนาดตัวเธอเอง ก็ยังเคยหวั่นไหวกับรูมเมทของตัวเองเหมือนกัน...

จูริทิ้งตัวลงบนเตียงทั้งๆ ที่ยังไม่ได้อาบน้ำ ยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก วันนี้เธอเหนื่อยเกินไป ความงี่เง่าของเจ้านาย จำนวนกองงานที่ต้องเคลียร์ รวมไปถึงเพื่อนร่วมงานบ้าๆ ที่ทำให้เธอประสาทจะกิน อาทิตย์นี้เพิ่งจะทำงานแค่วันเดียว แต่เหมือนโดนสูบพลังงานของทั้งอาทิตย์ไปหมดสิ้นแล้ว จูริหลับตาลง ไม่นานก็รู้สึกได้ถึงน้ำหนักตัวที่ทิ้งลงมาข้างๆ จึงลืมตาขึ้นมามอง

“กลับมาแล้วหรอ? ” รูมเมทของเธอนั่นเองที่ลงมานอนอยู่ใกล้ๆ เธอ ใกล้ซะจน...เห็นตาโตๆ นั่นของอีกคนชัดเจน

“อ้าว มิรุอยู่ห้องหรอ ตอนเราเดินเข้ามาไฟไม่เปิด นึกว่าไม่กลับ” จูริเห็นมิรุทำแก้มป่องเล็กน้อยตอนที่เธอพูดว่านึกว่าไม่กลับ

“ทำไมอ่ะ เรากลับห้องตัวเองไม่ได้หรอ? ”

“ไม่ใช่แบบนั้น ก็ไฟมันไม่เปิดไง เราเลยนึกว่าไม่มีใครอยู่”

“แล้วไป” มิรุพูดจบก็เลิกทำแก้มป่อง ทำไมถึงทำตัวน่าเอ็นดูขนาดนี้เนี่ยจูริคิดในใจ

“วันนี้เราเหนื่อยๆ อ่ะ กลับมาห้องเลยไม่ได้เปิดไฟ รู้สึกอยากอยู่มืดๆ ”

“ฮ่าๆ ๆ มีแบบนี้ด้วยหรอ” จูริขำให้กับคำตอบแปลกๆ ของอีกคน

“ว่าแต่จูริเหอะ ทำไมไม่อาบน้ำ กลับมาเหนื่อยๆ แท้ๆ ” รูมเมทของเธอถามขึ้นมา

“ก็เพราะเหนื่อยนั่นแหละ รู้สึกยังกับจะไม่ไหว เลยอยากนอนเลย”

“หืมมมม งั้นให้เราอาบน้ำให้ไหม จะได้ไม่เหนื่อยมาก” มิรุพูดจบก็เอื้อมมือมาปลดกระดุมเม็ดบนสุดของจูริออก

“เดี๋ยวๆ ๆ ไม่ใช่แบบนั้นสิ เราอยากพักผ่อนเฉยๆ ” จูริตกใจจึงรีบยกมือตัวเองขึ้นมาติดกระดุมเม็ดนั้นกลับไปเหมือนเดิม

“ก็ด้ะ ถ้างั้นคืนนี้เราก็จะนอนเตียงเธอด้วยนะ เพราะเราก็ขี้เกียจอาบน้ำเหมือนกัน”

“หืม ได้หรอ? ”

“ได้ดิ เตียงมันจะได้เลอะเตียงเดียวไง แล้วพรุ่งนี้ค่อยซักผ้าปูเตียงกันเนอะ” ปีศาจน้อยที่นอนอยู่ข้างๆ ส่งยิ้มตาหยีมาให้ จูริได้แต่ถอนหายใจ ถ้าเธอเป็นผู้ชายแล้วมีสาวน่ารักแบบนี้มาอ้อนล่ะก็ เธอคงไปไหนไม่รอดแน่ๆ

“แล้วแต่เธอละกัน ถ้าไม่กลัวจะอึดอัดก็นอนได้”

“ไม่หรอก เราชอบนอนเบียดๆ เวลานอนแล้วรู้สึกอุ่นๆ แบบมีคนนอนอยู่ข้างๆ แบบนี้รู้สึกดีจะตาย” มิรุเขยิบตัวเข้ามาใกล้จูริมากกว่าเดิม แล้วเอียงหัวซบลงที่แขนอีกคน

“งั้นราตรีสวัสดิ์นะจูริ”

“อื้ม” จูริตอบได้เพียงแค่นั้นแล้วก็บอกตัวเองให้ข่มตาหลับให้ผ่านค่ำคืนนี้ไปซะ...

.

.

.

หลังจากทำงานเสร็จเรียบร้อยวันนี้จูริก็รีบตรงกลับบ้านทันที เพราะอีกคนส่งข้อความมาถามว่า “อยากกินอะไรวันนี้ เดี๋ยวเราเตรียมไว้ให้” เมื่อกลับมาถึงห้องก็ได้กลิ่นหอมของแกงกะหรี่ที่เธออยากกินมาหลายวันแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้กินสักที

“กลับมาแล้วหรอ? ” รูมเมทของเธอที่กำลังจัดจานบนโต๊ะอยู่ถามขึ้นมา

“อื้ม พอรู้ว่ามิรุจะทำอาหารให้ ก็รีบกลับมาเลย”

“น่ารักจริงๆ เลยนะ” มิรุเดินมาหยิกแก้มของอีกคนก่อนเริ่มตักอาหารใส่จาน

“กลับมาเหนื่อยๆ ไปล้างหน้าล้างตาก่อนสิ ล้างมือด้วย จะได้มากินข้าวกัน”

“อื้ม งั้นรอแป๊บนะ”

หลังจูริล้างหน้าและล้างมือเรียบร้อยก็กลับมาที่โต๊ะอาหาร ส่วนมิรุนั้นนั่งรออยู่ที่อีกฝั่งของโต๊ะ

“ทานแล้วนะคะ อื้ม อร่อยมากเลยมิรุ” จูริชมอีกคนขึ้นมา ไม่รู้เพราะว่าเหนื่อย หิว หรืออยากกินมากก็ไม่รู้ แต่อาหารตรงหน้านี่มันอร่อยมากจริงๆ

“อื้ม ดีใจนะที่ชอบ” มิรุยิ้มให้อีกคนก่อนหยิบจานตัวเองขึ้นมาแล้วเดินมานั่งลงข้างๆ จูริ

“นั่งตรงนั้นก็ดีอยู่แล้ว จะย้ายมานั่งเบียดฝั่งเดียวกันทำไมเนี่ย? ” จูริถามแกมขำอีกคนที่อยู่ดีๆ ก็มานั่งเบียดเธอ มิรุไม่ตอบอะไรแต่ตักอาหารกินต่อ แล้วก็เอียงหัวซบลงที่ไหล่อีกคน

“อะไร อย่าบอกนะว่าเหงาเพราะโดนใครเทมากอีก? ” ไม่ต้องบอกเธอก็รู้ว่ารูมเมทของเธอน่ะ เศร้าอยู่ไม่กี่เรื่องเท่านั้นแหละ

“ไม่ได้โดนเทสักหน่อย เราไม่อยากไปกับเค้าเองต่างหาก” มิรุทำหน้ามุ่ยพร้อมตอบคำถามอีกคน

“อ่ะ ไม่เทก็ไม่เท เชื่อก็ได้” จูริพูดจบประโยคมิรุก็หันมากัดที่หัวไหล่ของเธอ

“โอ๊ย อะไรอ่ะ? ”

“ทำโทษ ไม่ยอมเชื่อเรา”

“เชื่อแล้วไง เดี๋ยวกัดคืนเลย” จูริหันไปหาอีกคนเพื่อเตรียมจะกัดคืน แต่เพราะมิรุเองยังไม่ได้ขยับตัวออกจากบริเวณเดิมทำให้จมูกของทั้งสองคนบังเอิญชนกัน

“อ๊ะ” จูริอุทานขึ้นมา ก่อนที่จะต้องเงียบไปเพราะโดนอีกคนขโมยริมฝีปากของเธอไปทั้งๆ อย่างนั้น

“ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้นะคะ” หลังมิรุถอนริมฝีปากตัวเองออกมาก็ประกบมือเข้าหากันแล้วก็รีบลุกออกไปจากโต๊ะทันที

“มิรุ เดี๋ยวเถอะ!” จูริตะโกนไล่หลังรูมเมทของเธอที่วิ่งหนีไป แต่ความร้อนของริมฝีปากที่ประกบกันเมื่อครู่นั้นยังคงหลงเหลืออยู่อย่างนั้นอีกสักพัก...

.

.

.

วันนี้จูริกลับมาที่ห้อง ก็เจออีกคนกำลังนั่งดูทีวีด้วยสีหน้าเบื่อๆ อยู่ ดูเหมือนรูมเมทของเธอจะกดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ ไม่ได้มีเป้าหมายอะไรเป็นพิเศษ

“วันนี้ก็อยู่ห้องหรอเนี่ย? ”

“ทำไมอ่ะ จูริไม่อยากให้เราอยู่หรอ? ” อีกคนถามด้วยแก้มป่องๆ ที่น่าเอ็นดูเหมือนเคย จูริขำน้อยๆ ก่อนเดินไปวางกระเป๋าสะพายที่โต๊ะ แล้วเดินไปนั่งดูทีวีที่โซฟากับอีกคน

“เปล่านะ ก็แค่แปลกใจ ปกติไม่เคยอยู่ห้องติดๆ กันขนาดนี้” พูดจบรูมเมทของเธอก็เอียงหัวมาซบที่ไหล่

“อืมม ไม่รู้อ่ะ มันเบื่อๆ ไม่อยากเจอใครเท่าไหร่”

“ไม่อยากเจอเราด้วยรึเปล่า? ” จูริถามออกไป ถึงแม้จะรู้คำตอบอยู่แล้วก็เถอะ

“บ้า ถ้าไม่อยากเจอเธอ เราก็ไม่รีบกลับมาห้องหรอก” อีกคนทำหน้างอนตุ๊บป่องอีกรอบ ด้วยความเอ็นดู จูริเลยยื่นมือไปบีบแก้มอ้วนๆ ของอีกคน

“จ้า รู้แล้วแหละน่า” จูริพูดจบมิรุก็ยกมือตัวเองขึ้นมาจับมือของจูริที่บีบแก้มตัวเองอยู่แล้วลูบไปมา

“มือผู้หญิงนี่นิ่มเนอะ ให้ความรู้สึกดีจัง”

“แน่นอนสิ ทาโลชั่นทุกวันหลังอาบน้ำ” ถึงจูริจะใจเต้นกับการกระทำของฝ่ายตรงข้าม แต่ก็ต้องบอกตัวเองว่าคนๆ นี้ไม่ได้คิดอะไร ก็แค่ชอบสกินชิพเท่านั้น

.

.

.

จูริอาบน้ำเสร็จก็ทิ้งตัวลงบนที่นอน เตรียมจะหลับ แต่อีกคนกลับทิ้งตัวลงมาข้างๆ กัน

“เรานอนด้วยนะ”

“เตียงตัวเองไม่มีหรอ? ”

“งืม เราดูพยากรณ์อากาศ เค้าบอกว่าคืนนี้จะมีลมหนาว เรากลัวหนาวอ่ะ นั่นแหละ ขอนอนด้วย” พูดจบก็จัดแจงหยิบผ้าห่มขึ้นมา คลุมตัวเองและจูริด้วย แล้วก็ขยับเข้ามาใกล้ๆ เพื่อซุกอีกคนเหมือนเดิม

จูริได้แต่ถอนหายใจกับการกระทำนั้นของอีกคน จะขี้เหงาอะไรขนาดนี้นะ แต่ก็เอาเถอะ มันไม่ได้เสียหายอะไรนี่นา

.

.

.

“วันนี้คงไม่กลับสินะ...” จูริพูดขึ้นมาหลังกลับมาที่ห้องในเวลาดึกดื่น วันนี้เธอต้องสะสางงานเยอะมาก เพราะต้องปิดจ็อบภายในอาทิตย์นี้ ทำให้เธอต้องอยู่โยงทำโอทีกับเพื่อนๆ ในทีม กว่าจะออกจากออฟฟิศก็เกือบสี่ทุ่ม คิดว่ากลับมาอีกคนก็คงจะรออยู่พร้อมบ่นว่าทำไมกลับช้า แต่เธอเดาผิด วันนี้ภายในห้องไร้วี่แววของรูมเมทเธอ ดูเหมือนคงจะหาที่ค้างได้สินะคืนนี้

จูริถอนหายใจ เธอจะทำอะไรได้ ในเมื่อทั้งสองคนไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกัน ก็แค่คนสองคนที่บังเอิญมาเจอกัน นิสัยเข้ากันได้ เลยตัดสินใจเช่าห้องอยู่ด้วยกัน มันไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น เราไม่ใช่คนรักกัน จะเรียกว่าเพื่อนก็รู้สึกเหมือนมันจะเกินกว่านั้นไปหน่อย แต่ก็นั่นแหละ มันก็เท่านั้นจริงๆ เพราะสุดท้ายแล้ว อีกคนก็คงไม่มีวันอยู่กับเธอตลอดไป

เพราะเราเป็นแค่รูมเมทกัน...

.

.

.

END
SHARE
Written in this book
เรือผีสี่แปด
จะใครก็ได้ ถ้าใจจะชิป
Writer
Purrjurr
Freelancer
Nothing much about me. Just a normal human being that love to write, read and draw. Want to talk more on nonsense thing? Sure, go to twitter : purrjurr

Comments