นับหนึ่ง


'สวัสดีน้านัสสิครับทรายซี'​

มันเป็นวันหยุดช่วงปีใหม่​ตอนผมอายุ17ปี แม่พาผมมาเคาท์ดาวน์ที่รีสอร์ท​ของเพื่อนแม่ที่ผมเรียกว่า น้านัส

'สวัสดีครับ'

น้านัสยิ้มกว้างให้ผมก่อนจะหันไปพูดคุยกับแม่อย่างออกรส

'น้องทรายซี โตเป็นหนุ่มแล้วหล่อเหมือนพ่อมันเลยเนอะ'​
'แกก็พูดไป'
'​หล่อขนาดนี้มีแฟนแล้วแน่เลย'​
'ไม่รู้สิ แต่ก็อยากให้โฟกัสเรื่องเรียนก่อน'
'เอ้อดุจดาว นับหนึ่งเดินเล่นอยู่ที่หาด เดี๋ยว​โทรตามก่อนนะ'

ผมเดินปลีกออกมาจากล็อบบี้โรงแรม แต่ก็ยังได้ยินเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้ว​ของแม่และเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานอยู่

'อ้าว นับหนึ่ง มาพอดีเลย นี่น้าดุจดาวเพื่อนม้า แล้วก็นั่นลูกชายน้า ชื่อน้องทรายซี'

'​ครับ สวัสดีครับน้าดุจดาว' เด็กผู้ชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน​กับผมยกมือไหว้แม่ พลางหันมามองทางผม

'เพิ่งเคยเจอนับหนึ่งตัวจริงครั้งแรกนะเนี่ย' แม่ผมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ สงสัยจะชอบเด็กคนนั้นล่ะมั้ง ดูอัธยาศัย​ดี ยิ้มง่ายแบบนั้น แม่ผมแพ้ทาง

'ผมเรียนโรงเรียนประจำน่ะครับ เลยไม่ค่อยได้ออกไปไหน'

'​นับหนึ่งพาทรายซีไปข้างบนมั้ยลูก ห้องลูกก็ได้ พอดียังเคลียร์ห้องพักอยู่เลย เดี๋ยว​ม้านั่งคุยกับคุณน้าตรงนี้ก่อน'

'โอเคครับ'

เงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์​ก็ได้เห็นหน้าเด็กที่ชื่อ นับหนึ่ง ใกล้ๆ ตาชี้ๆ หน้าตกกระ แก้มแดงๆเหมือนไหม้แดด สวมเสื้อกล้ามสีดำตัวโคร่ง กับกางเกงขาสั้นสีครีม

"ทรายซี?"


.
.
.
.
.
.

"เบื่อๆปะ ม้าให้พาไปข้างบน" ผมไม่รู้จะพูดกับคนตรงหน้ายังไงดี เลยถามอะไ​รแปลกๆออกไปแบบนั้น

เจ้าของชื่อ ทรายซี ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาแต่เหยียดตัวลุกขึ้น เขาสูงกว่าผมราว7เซ็น ผมที่ไม่ได้เซ็ทแต่กลับดูโอเคอย่างน่าประหลาดถูกเจ้าตัวเสยออกจากกรอบหน้า ทรายซีเป็นคนผิวขาวมากๆ เหมือนจะไม่ค่อยได้ออกแดด สวมเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์ขายาวสีดำ ดูดีชะมัด

"ไปข้างบนไหน" เขาตีหน้ามึน

"ห้องเรา" ทรายซีเก็บเอียร์พอร์ทเข้ากล่องแล้วส่งยิ้มเบาๆให้ผม

"ไหน ห้องนับหนึ่งไปทางไหน" ผมนึกว่าเขาจะนิ่งๆ เย็นชา ยิ้มยากซะอีก..

"นับหนึ่ง?"

"ห.. ห้ะ เอ่อๆๆ ตามมาๆ" ผมมัวแต่มองรอยยิ้มของเขาจนไม่ทันฟังที่เขาถาม



ติ๊ง



ชั้น 6


ชั้นนี้เป็นชั้นบนสุดของรีสอร์ทแห่งนี้ แต่ถูกจัดให้เป็นที่พักของครอบครัวผม ถ้าพูดให้ถูกคือ เป็นบ้านผม
ทรายซีมองสำรวจไปรอบๆห้องรับแขก ม้าไม่ชอบอะไรที่วุ่นวาย ภายในบ้านจึงเป็นสีครีมตัดกับสีกรมท่า

"ห้องเราอยู่ทางนี้" ผมนำแขกของม้าเดินมาทางขวา จนพบกับประตูไม้สีกรมท่าที่เป็นประตูห้องนอนของผม

"ตามสบายเลยนะทรายซี แต่ห้องเราไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่" พูดจบผมก็ทิ้งตัวลงบนฟูกที่ปูอยู่บนพื้น ผมไม่ค่อยชอบเตียงเท่าไหร่ จริงๆก็ไม่มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษหรอก ผมแค่ชอบแบบนี้มากกว่า สักพักคนตัวสูงก็ลงมานั่งข้างๆผมบนที่นอน

"ปกติไม่ได้อยู่ที่นี่หรอ?" เขาเลิกคิ้วถาม

" ฮึ เราเรียน​โรงเรียน​ประจำ แล้วก็ปกติอยู่กับป๊า แต่จะมาอยู่ที่นี่ช่วงปีใหม่" 

".."

"ป๊ากับม้าแยกกันอยู่น่ะ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันหรอก แค่ไม่ได้รักกัน" ทรายซีพยักหน้า เขาไม่ถามอะไรต่อ

เราสองคนกลับเข้าสู่โลกของตัวเองอีกครั้ง ผมงีบไปก่อนจะตื่นมาเห็นทรายซีนั่งเสียบหูฟัง ยุ่งวุ่นวายกับโทรศัพ​ท์

" ทรายซี" ผมเรียก

" หือ"

" มีแฟนยัง?" บางทีผมก็เกลียดตัวเองที่อ้อมค้อมไม่ค่อยจะเป็น อยากพูดอะไรก็พูด อยากรู้อะไรก็ถามแบบครั้งนี้

พอได้ยินคำถามก็ดึงหูฟังออก ทำหน้ามึนๆงงๆใส่ผม

"ยัง" ทำไมหรอ.. 

เหมือนกับว่าทรายซีจะถามผมกลับมาผ่านสีหน้า

ผมไม่ตอบหรอกเพราะถือว่าไม่ได้ถาม

"ยังไม่มี ทำไมหรอ" ราวกับได้ยินสิ่งที่ผมคิด แต่คุณครับ ไม่ได้คำตอบจากผมหรอก ผมหัวเราะเบาๆกลับไป คุณจะไม่ได้คำตอบจากผมหรอกทรายซี เพราะผมก็ยังไม่รู้ว่าถามไปทำไมเหมือนกัน

" หัวเราะอะไร เธอมีแฟนแล้วหรือไง" 

"ไม่อะ ไม่ได้ชอบผู้หญิง เหนื่อยๆกับความสัมพันธ์​ด้วย" 
ผมไม่อยากปิดบังรสนิยม​หรือความชอบของตัวเองสักเท่าไหร่ รู้จักกัน ก็ควรจะรู้จักผมในมุมนี้ด้วย เลยพูดออกไป

"อกหักมาหรอ" ทรายซี ไม่ได้สนใจเรื่องที่ผมชอบผู้ชายแต่กลับถามถึงเรื่องอกหัก

"ไม่รู้สิ"

" เอ้า แปลกคนนะเรา"

" เราไม่มีแฟนอะไม่แปลก แต่นายไม่มีแฟนสิแปลก" 

"แปลกตรงไหน" 

"ก็.. หน้าตาดี แต่งตัวดี นิสัยก็ดี" 

"หึ รู้จักกันไม่ถึง12ชั่วโมง บอกว่าเรานิสัยดีได้แล้วหรอ"

" หรือนายนิสัยไม่ดีล่ะ" ทรายซีหัวเราะในลำคอ

"ไม่ดีมั้ง แฟนเก่าชอบบอก" อ่า.. แปลว่าเคยมีแฟนแต่เลิกกันแล้วสินะ

" แล้วนิสัยไม่ดียังไง" ผมล่ะสงสัยจริงๆ ว่าคนที่ดูดีทุก ระเบียดนิ้วแบบทรายซี จะมีนิสัยไม่ดีแบบไหน

" จะเอาในแง่ไหนล่ะ" มันมีหลายแง่ด้วยหรือไงกันคุณชาย

" ก็ที่แฟนเก่านายบอกว่านิสัยไม่ดีน่ะ" 

" ก็.. "

".. "

" อารมณ์​ร้อน" 

"ดูไม่น่าเป็นคนแบบนั้นเลยนะ"​

"หึ ก็เพิ่งรู้ตัวเหมือนกันตอนมีแฟน" 

.




 


"แล้วทำไมชื่อทรายซี" หลังจากทานข้าวเย็นเรียบร้อย ผมและทรายซีก็มาเดินรับลมทะเลอยู่ริมหาด

"แม่ชื่อดุจดาว พ่อชื่อเมฆ เลยชื่อทรายซี"

"..." 

" ตอนแรกแม่ท้องแฝด ผู้หญิงอีกคน แต่หลุดไป จริงๆเราต้องชื่อซีแล้วแฝดชื่อทราย"

" ก็เลยเอาชื่อมารวมกันอะนะ"

" อือ"

" ชื่อเก๋ดี" 

"แล้วทำไมชื่อนับหนึ่ง" 

"ไม่เคยถามแฮะ ไม่รู้ด้วยว่าใครตั้ง" อันนี้ไม่เคยสงสัยมาก่อนเลย ก็เลยไม่มีคำตอบให้ทรายซี ผมเดาๆไปว่ามันคงจะประมาณ 'เรามานับหนึ่งกันนะ'​ เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นล่ะมั้ง




.
.
.








" ใกล้จะปี2017แล้ว" นับหนึ่งในชุดเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งกับกางเกงกีฬาขาสั้นสีเข้มพูดขึ้นระหว่างที่นั่งอยู่ริมสระว่ายน้ำด้วยกัน

รีสอร์ทของเพื่อนแม่คนเยอะขึ้นกว่าวันที่ผมมามาก แต่มันก็ไม่ได้วุ่นวายคนเกินไป ด้วยความที่บรรยากาศ​ของที่นี่เหมาะสำหรับมาพักสบายๆซะมากกว่า

" ยินดีที่ได้รู้จักนะทรายซี" ตาชี้ๆของคนตัวเล็กกว่ายิ้มกว้าง 

"อือ เช่นกัน" ผมตอบกลับนับหนึ่ง


3
.
.
.
2
.
.
.
1
.
.


"สวัสดีปีใหม่" 

"สวัสดีปีใหม่" 

เราสองคนพูดพร้อมกันและหัวเราะให้กับความบังเอิญ​นั้น







.
.





"กลับดีๆนะดุจดาว ไว้มาพักอีกได้ ต้อนรับเสมอ"

" ไว้ไปเที่ยวด้วยกันนะจ้ะ นัส บ๊ายบายน้องนับหนึ่ง"

แม่ผมโบกมือลาน้านัสและนับหนึ่ง ก่อนจะขึ้นไปสตาร์ทรถ


" ไว้เจอกันทรายซี" นับหนึ่งยิ้มกว้างให้ผม ผมพยักหน้าก่อนจะก้าวขึ้นรถไป




อือ ไว้เจอกัน :-)​

SHARE
Written in this book
นับทราย
Writer
yourdione
pluviophile
(n) a lover of rain; someone who finds joy and peace of mind during rainy days

Comments