วันที่ 101 : วิชาชีวิต 101 : ความตายของความรักในวันที่โลกล่มสลาย
วันพุธที่ 6 ธันวาคม 2561

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเรามีโอกาสได้ไปงานศพของพี่เอ้ --นิ้วกลม ที่หลายๆคนรู้จัก จะเรียกมันว่างานศพอย่างเดียวคงไม่ถูกสักทีเดียว เนื่องจากพี่เขาไม่ได้เสียชีวิตจริงๆ เเต่กลับเป็นการซ้อมตาย ให้ทุกคนรู้จักความตาย --ความตายในวันที่เราคิดว่ามันจะสายไป
.
พี่เอ้ชวนพวกเราคิดถึงความตายในมุมมองที่ต่างออกไป เขาชวนมองความตายเพื่อให้เห็นความสำคัญของการมีชีวิตอยู่ 
.
'เมื่อเราให้คุณค่ากับอะไร สิ่งนั้นจะเป็นสิ่งศักสิทธิ์เเละให้พลังกับเรา' 
พี่เอ้เริ่มต้นประโยคนี้พร้อมกับพาเราไปทำความรู้จักกับความตายทีละนิด ต่อมาก็เล่าถึงความเปลี่ยนเเปลงความไม่จีรังของชีวิต วันวัยของชีวิตของคนเราต้องเดินหน้ากันต่อไป ต้นไม้สูงใหญ่ก็เริ่มปล่อยใบไม้ให้ร่วงโรยลง ต้นกล้าต้นเล็กก้เตรียมชูช่อออกดอก ให้เติบใหญ่ 
.
มีเวลาควรทำเวลาตรงนั้นให้เต็มที่ เมื่อเราจากไปเราจะได้ไม่เสียดายวันเวลา เพราะเวลาโดยเนื้อเเท้ของมันเเล้วมันจะไม่หวนคืน
.
นอกจากความไม่เที่ยงของชีวิตเเล้ว คำพูดของท่านพุทธทาสภิกขุก็ถูกยกตัวอย่างมาในงานครั้งนี้
.
'เราจะรู้ถึงรสพระธรรมได้ดีที่สุดก็ต่อเมื่อเราเผชิญหน้าต่อความเจ็บปวด' 
.
อาจจะ...ใช่ ผมคิด ก่อนหน้านี้หนังสือพระธรรมคำสอนอะไรก็ถูกดวงตาสองข้างกวาดอ่านเข้าสมองเสียหมด รู้เเละจำได้เกี่ยวกับหลักธรรมคำสอน เเต่ถ้าถามว่าเข้าใจไหม มันเป็นอีกเรื่อง 
จำได้อ่านได้ ใช่ว่าจะเข้าใจได้
.
ตัวผมเองก่อนหน้านี้ก็คิดว่าจะรับมือกับความคิดได้ทุกรูปเเบบ เราอ่านหนังสือมาเยอะมาก ทั้งปรัชญา / ศาสนา / จิตวิทยา / ความรัก ... กับอีเเค่เรื่องความรัก ใครๆก็ต้องรับมือได้ 
.
ผมคิดเเบบนั้น 
.
เเต่ในวันที่โลกเเละความเชื่อเกี่ยวกับความรักของผมพังทลายลงไป เรากลับเหมือนคนที่ไม่มีความเชื่อ ไม่มีอะไรยึดเหนี่ยวไว้เลย สิ่งที่เราคิดว่ามันจะอยู่ตรงนั้น ตลอดไปเเล้วรอเรากลับไป มันไม่เคยมีอยู่จริง ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั้นก็ใช้ไม่ได้กับความรัก 
.
สิ่งที่เรายึดมั่นถือมั่นมาโดยตลอด สิ่งที่เรายึดเป็นความเชื่อมาโดยเนื้อเเท้เเล้วกลับไม่มีอะไรที่จีรังเลย ไม่มีเเม้เเต่สิ่งเดียวที่เราสามารถคงมันอยู่ได้ในรูปเดิมที่เรารู้จัก
.
พี่ชิง -- เเฟนของพี่เอ้ ถามพี่เอ้ก่อนมางานนี้ว่า 
"ถ้าเอ้จะจากไป เอ้อยากให้คนจำเอ้เเบบไหน"
"เเบบไหนก็ได้เเหละ เเบบที่เขาอยากจะจำเรา" พี่เอ้ตอบไปเช่นนั้น
.
ก่อนที่พี่เอ้จะนำมาขบคิดเเล้วบอกต่อกับพวกเรา พี่เอ้พูดถึงอาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาปรัชญา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่า
 คนเราเมื่อพบกันก็เหมือนกับเราไปเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวของเขา เเละเขาก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งเรื่องราวของเรา เราจะมีพื้นที่ของกันเเละกันอยู่ตรงนั้น อยู่ที่ว่าทั้งเราเเละอีกฝ่ายจะจำกันเเละกันเเบบไหน
.
ใช่ไหมว่าเราอยากให้คนอื่นจำเราที่เรามีความสุขด้วยกัน เเละใช่หรือเปล่าที่เราไม่อยากให้คนอื่นจดจำที่เราไปทำให้เขาเจ็บปวด
.
งานสรุปถึงตรงนี้ ผมกลับร้องไห้ น้ำตาค่อยๆเอ่อไหลออกมา --เเล้วผมคิดถึงคำพูดของอาจารย์ประมวล
.
ในช่วงชีวิตของเราเนี้ย เรากลายเป็นเรื่องที่ทำให้คนอื่นเจ็บปวดมากเเค่ไหนกัน เเละเราเคยเป็นเรื่องดีๆของคนอื่นหรือเปล่า ผมจะเสียใจมากๆ ถ้าหากเรื่องของผมกลายเป็นเรื่องที่ชวนคนอื่นเจ็บปวด ถ้าเอ่ยถึงผม 
.
มันจะดีกว่าไหม ถ้าเรากลายเป็นเรื่องของความสุขในชีวิตของคนอื่น ไม่ใช่เป็นเรื่องที่คนอื่นเก็บเกี่ยวความรู้สึกของความเจ็บปวดที่เกิดจากเราเเล้วเก็บมันไว้ตรงนั้น กลายเป็นเเผลเป็น
.
การมีความรักมันจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีเสมอโดยเฉพาะคนสองคนสามารถเติมพลังให้กันเเละกันได้ เเต่การคาดหวังของความรักก็กลับกลายเป็นเครื่องมือที่สร้างเเผลเป็นให้กับคนคาดหวังอยู่เสมอ
.
สุดท้ายเเล้วเราก็ไม่ควรคาดหวังกับอะไรเลย
.
ชีิวิตเป็นสิ่งชั่วคราว เเต่เป็นสิ่งชั่วคราวที่สวยงาม
พี่เอ้บอกเป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่งานนี้จะจบลง
.
สุดท้ายผมอยากขอโทษ ถ้าหากผมกลายเป็นเเผลของใคร
เเละผมจะยินดีกับตัวผมเองมาก ถ้าหากผมกลายเป็นความสุข เป็นเสียงหัวเราะของคนอื่น.



SHARE
Writer
ChaLermm
คนอยากเขียน
เรื่องสั้น ข้อคิด ความคิด หนังสือ การเดินทาง เเละเหตุการณ์ที่พบเจอ.

Comments