[3 shot] Come what may [Choi Yena x Miyawaki Sakura] [3]
.

.

.

“ไม่ใช่แค่ไม่เหมือนเดิมนะ แต่เหมือนกับว่าเยนากำลังค่อยตีตัวออกห่างกัน” อย่างเช่นอยู่ๆก็ลงชื่อเข้าชมรมหมากรุก ๆทั้งที่เล่นไม่เคยเป็น แล้วก็กลายเป็นว่าช่วงนี้ทุกตอนเย็นซากุระก็ต้องกลับบ้านคนเดียว ไร้ผู้ร่วมทางอย่างเยนา ทำให้เธอรู้สึกเหงาเอามากๆเลย ลงท้ายก็เลยมานั่งปรึกษาปัญหานี้กับฮเยวอนเสียนี่



“ให้พูดจากมุมมองของฉัน เยนาก็เหมือนคนกำลังหลบหน้าซากุระจังอยู่จริงๆนั่นละ ซึ่งในฐานะที่มองเยนาเป็นคู่แข่ง เป็นศัตรูหัวใจแล้ว ก็ถือว่ามันเป็นผลดีต่อฉันหรือว่าแชยอนว่าไหม” ฮเยวอนเอ่ยในทำนองกึ่งจริงกึ่งเล่น เรียกคิ้วขมวดๆจากซากุระออกมาเลยทีเดียว



พอเห็นว่าซากุระตั้งท่าจะโมโหแล้ว ฮเยวอนเลยรีบแก้ตัว “ล้อเล่นน่า ล้อเล่น แต่ในมุมมองฉันแล้ว มันก็อาจจะถึงเวลาที่ซากุระจังต้องคุยกับเยนาได้แล้วนะ



“หมายถึง...บอกเยนาว่าฉันรู้สึกอย่างไรน่ะเหรอ”



“ก็อาจจะไม่ต้องถึงขั้นก็ได้นะ แต่เธอก็ควรแสดงออกบอกไปบ้าง ว่าสนใจความเดือดร้อนของเยนาเหมือนกัน” แล้วฮเยวอนก็ลุกขึ้น ตั้งท่าจะเดินกลับบ้านบ้าง



“พอแชยอนเสร็จงานแล้วก็จะเป็นเพื่อนเดินกลับบ้านด้วยกันให้นะ วันนี้ฉันต้องรีบกลับบ้านน่ะ เยนาก็ไม่ว่างเหมือนกันใช่ไหม”



ซากุระพยักหน้าแทนคำตอบ และคิดว่าจะนำคำแนะนำของฮเยวอนไปใช้ เธอโบกมือลาฮเยวอนก่อนที่นั่งอยู่อีกแค่ครู่เดียว แชยอนที่แบกกระเป๋านักเรียนเตรียมพร้อมไว้แล้วก็เดินมาหา ซากุระมองนาฬิกาก็ยังเห็นว่าอีกนานกว่าเวลาตามชมรมจะเลิกเลยทำตามที่เพื่อนเสนอ แล้วระหว่างทางกลับบ้านนั้นเอง ซากุระก็เป็นฝ่ายเล่าเรื่องเยนาให้แชยอนฟังเหมือนที่เล่าให้ฮเยวอนนั่นละ



เด็กเรียนดีเด่นกลับเสนอขึ้นมาอย่างหนึ่งหลังจากที่ได้ฟังจนจบ “...ฉันว่านะ ซากุระไม่ลองง้อเยนาบ้างเหรอ ฟังดูก็รู้ว่าเยนาประชดอยู่น่ะ”



“แต่ฉันทำอะไรผิดเหรอ ก็เปล่าซะหน่อย”



“แต่เยนาเขาคิดไปเองแล้วละมั้ง ว่าฉันกับฮเยวอนเป็นตัวเก็งอันดับหนึ่งที่จะได้เป็นแฟนซากุระน่ะ”

คนที่อยู่ข้างๆเธอมาตลอด ชอบเธอเหมือนกันไม่มากก็น้อยจะให้เค้าคิดยังไงล่ะ ใจก็อยากตีตัวออกห่างเพื่อที่จะได้เจ็บน้อยลงให้ได้ เลยทั้งประชดเอย ทำตัวไม่เหมือนเดิมเอย ไม่รู้เหมือนกันนะว่ามันคือการส่งสัญญาณเตือนอย่างหนึ่งหรือเปล่าว่าเยนาเองก็มีตัวตนอยู่ข้างๆกันนะ เป็นอย่างไรล่ะ ฉันหายไปแล้ว รู้สึกรู้สาบ้างหรือยัง” แชยอนพูดจบก็พอดีกับที่มาถึงทางเข้าอพาทเมนต์ แล้วก็พยักพเยิดให้หันไปมองด้านหลัง ที่นั่นมีคนที่เพิ่งอยู่ในบทสนทนายืนกอดอกด้วยสีหน้าไม่ชอบใจ ดูจากปากที่ยื่นมาเป็นคล้ายปากเป็ดนั่นไงเล่า



ซากุระได้ยินเสียงลาจากแชยอนแว่วๆ ซึ่งเธอก็ไม่ได้หันไปมองคนที่มาส่งหรอก เพราะมัวแต่สังเกตสีหน้าท่าทางของเยนา และยังไม่ทันที่ซากุระจะได้เดินไปหา เยนาก็ชิงเดินหนีขึ้นไปตรงทางเข้าอพาทเมนต์ของตนแล้ว ซากุระพอได้สติก็วิ่งตามไป เพราะถ้ามัวแต่ชักช้า พอเยนาเข้าไปและประตูใหญ่ปิดลงเธอที่ไม่มีคีย์การ์ดก็มีอันต้องปิ๋วแน่ๆ



“เยนายา...กลับมาเมื่อไรเนี่ย” ร้องเรียกพลางตะโกนเรียกชื่อพลาง ดีที่วิ่งตามเข้ามาข้างในได้แล้ว แต่ก็พยายามไม่ตะโกนส่งเสียงดัง ด้วยกลัวว่ารปภ.ประจำทางเข้าจะเดินมาลากตัวเธอกลับออกไป แล้วเยนาก็ไม่ได้หันมาบอกให้เธอหยุดเดินตามด้วย กระทั่งเข้าไปในลิฟท์หรือจนถึงชั้นที่บ้านของเยนาอยู่ ตลอดเวลาเธอได้แต่มองเยนาจากด้านหลังด้วยความร้อนใจ อยากที่จะทำมากกว่าแค่มองด้วยซ้ำ อย่างการเดินไปจับมือ หรือเดินไปกอดให้หยุด แต่ความโกลาหลระหว่างกันที่มีอิทธิพลต่อหัวใจในช่วงนี้ก็หยุดซากุระเอาไว้



“ตามมาจริงๆเหรอเนี่ย มาทำไมล่ะ” ในที่สุดเยนาก็ยอมหันมาพูดกันเสียที เจ้าตัวกดรหัสเพื่อจะเข้าบ้าน แล้วพอหันมาก็ถามเหมือนจะหาเรื่องกัน



“มาอธิบายเรื่องแชยอนให้รู้เรื่อง”



“ทำไมอะ จะบอกว่าจริงๆคือคบฮเยวอนอยู่ แต่เวลาเดียวก็คบแชยอนด้วยเพราะเลือกไม่ได้แบบนั้น” เยนาจุปากอย่างเสียอารมณ์ ซึ่งความจริงมันไม่ใช่สักนิด



“ไม่ใช่ซะหน่อย” ซากุระเถียงทันควัน “ไม่ได้คบทั้งคู่ละน่า ทางนั้นก็แค่....เอ่อ...” ซากุระไม่รู้จะอธิบายเรื่องยังไงต่อ เพราะมันดันเกี่ยวพันกับความรู้สึกของเธอที่มีต่อเยนาด้วย แล้วไอ้ความรู้สึกของเยนาที่มีให้เธอก็ยังไม่รู้เช่นกันนี่นา



“เอ่อ อะไรน่ะ เธอนึกภาษาเกาหลีไม่ออกชั่วคราวหรือไงเนี่ย” เยนาแกล้งพูด เดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อหาอะไรรองท้องเมื่อกลับจากโรงเรียนแบบทุกวัน



“ก็แค่จีบแค่นั้นละน่า ฉันไม่ได้สนใจจริงๆนะ” ซากุระแก้ตัวไป หวังเอาไว้ว่าเยนาจะเข้าใจเสียทีว่าไม่ได้ชอบสองคนนั้นเสียหน่อย อยากให้เยนารู้ตัวสักที หรือว่าซากุระควรใช้ช่วงเวลานี้สารภาพออกไปให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปเลยนะ?



เธอก็แค่คิด ปากก็ยังหนักอยู่ แต่ก็เดินเข้าไปใกล้ๆคนที่กำลังง่วนอยู่กับการเปิดกระป๋องน้ำอัดลม ซึ่งวันนี้ดูเยนาจะมีปัญหากับเจ้ากระป๋องนั่นพอดู เพราะเปิดอย่างไรก็เปิดไม่ออกเสียที



“ไม่ต้องหรอกน่า ฉันเปิดเองได้” เยนาทำท่าปัดป้อง



“ช่วยไหม เป็นอะไรเนี่ย ฝามันเสียเหรอ” ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ แต่เยนาก็สะดุ้งตัวทำท่าจะฉากหลบหนีเสียนี่ ไม่วายยังมาขมวดคิ้วใส่อีก วันนี้หน้าของซากุระมันไปกวนใจอะไรเยนาเข้าหรือไงเนี่ย เพราะอีกคนทำท่าจะไม่อยากมองกันเสียเลย อย่าว่าแต่ให้เธอสารภาพรักตอนนี้



“ก็เนี่ย เยนาก็เป็นซะแบบนี้ ขาดฉันไปจะทำอะไรได้...” แกล้งพูดแหย่ๆไปแบบนั้น ทว่าอยู่ๆเยนาก็พรวดเข้ามาหา ทิ้งกระป๋องน้ำที่เปิดไว้ครึ่งๆกลางๆ ตกกับพื้น ซากุระเลยตกใจจนเผลอสะดุ้งตัว



พรายฟองส่งเสียงฟู่พร้อมกับน้ำที่ค่อยๆกระฉอกออกมาเล็กน้อย ซากุระมัวแต่มองกระป๋องน้ำด้วยกลัวว่ามันจะไหลเลอะเทอะไปกว่านี้ เลยไม่ทันได้สังเกตเลยว่าตอนนี้เยนาเข้ามาใกล้แค่ไหน ที่พอหันไปอีกทีใบหน้าแสนซีดก็เข้ามาใกล้แค่คืบ ซ้ำยังจับไหล่ของเธอไว้



“จะไปไหน เธอจะไปไหน” เยนาถามด้วยน้ำเสียงระโหยโรยแรง บอกให้รู้ว่ากำลังเจ็บปวดมากมาย ส่วนซากุระก็กำลังสับสนงงงวย ตั้งแต่รู้จักกันมา เยนาน่ะเป็นคนสนุกสนานร่าเริง ไม่เคยแม้จะทำหน้ากลุ้มอกกลุ้มใจ ขนาดสอบได้คะแนนแย่ โดนแม่ด่าแทบแย่ยังไม่เคยจะเห็นเจ้าตัวทุกข์ร้อนอะไรเลย



“ไม่นี่” พูดไปด้วย ยกมือขึ้นแปะหน้าซีดเผือดของเยนาเอาไว้ ซากุระอยากจะปลอบหัวใจคนที่เข้าใจผิดไปไกลแล้ว เธอจำได้ว่าเผลอพูดบางอย่างออกไป และคำพูดนั้นมันคงจะทำให้เยนาเข้าใจผิดไปโข



“ฉันไม่ได้ไปไหน....” ลูบที่แก้มเบาๆ พูดไปด้วยมองตาไปด้วย “ฉันไม่ไปไหนไกลจากเยนาหรอก แล้วยังไม่สนใจใครทั้งนั้นละ”



ทำไงยังไงดีละ บรรยากาศเป็นใจ ซากุระอยากสารภาพรักเยนาตอนนี้ อยากบอกให้รู้ว่าเธอชอบอีกคนมากแค่ไหน ถึงได้ไม่แลไม่สนใจใคร และไม่อยากไปไหนไกลให้ตัวให้ใจห่างไกลกับเยนาด้วย เธอภาวนาในใจ ขอแค่สัญญาณจากเยนา อะไรก็ได้ที่จะทำให้เธอกล้าพูดออกไป ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องผิดหวังหรือเข้าใจผิดไปเอง แค่ดวงตาที่ไม่ได้มองหนีไปไหน แค่นี้จะพอหรือยัง....



เยนามองเธอด้วยสายตาห่วงหากันอย่างสุดซึ้ง มันไม่ใช่สายตาแบบที่ปกติเจ้าตัวจะใช้เลย ไม่เคยมองเธอแบบนั้น ไม่แม้แต่จะแลสายตาแบบนี้ให้ใคร แล้วเจ้าตัวก็ไม่ได้ผลักไสกัน แต่กลับดึงซากุระเข้ากอด แนบแน่นเสียจนเหมือนซากุระสามารถจมหายเข้าไปในตัวของเยนาได้ ทั้งที่อีกคนนั้นก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงธรรมดาสามัญไม่ต่าง



“ไม่อยากให้เธอสนใจใครทั้งนั้นละ ไม่ว่าแชยอน ฮเยวอน ใครหน้าไหนทั้งนั้น ดังนั้นถ้า...ถ้าซากุระอยากกินเครปแบบไหนก็ตามใจเลย ฉันจะ...ฉันจะกินด้วย นะ...มะ...ไม่ต้องไปกินเครปกับคนอื่นนะ กินแค่กับฉัน....”



ซากุระถึงกับต้องรวบรวมความคิดครู่ใหญ่ คำพูดของเยนานั้นมันช่างแสนวกวนอ้อมโลกเสียอย่างนั้น มาบอกเหมือนจะหึงหวงกัน แต่อยู่ๆก็โดดไปเรื่องเครปเสียนี่ แต่ไอ้ที่บอกกันว่าไม่ให้กินกับใคร ต้องมากินแค่กับเธอน่ะ มันจะใช้อย่างที่คิดหรือเปล่า...



“เหรอ...ต่อให้ฉันกินไส้สตอร์เบอรี่ครีมสด เยนาก็จะกินด้วยกันกับฉันใช่ไหม”



ตั้งใจถามแบบลองใจไปอย่างนั้น เพราะรู้แก่ใจดี ว่าเยนาน่ะเกลียดเจ้าเครปไส้ที่เธอชอบมากแค่ไหน ลองถามคนในอ้อมกอดไป ทั้งที่ในใจน่ะเธอไม่คิดจะให้เยนาต้องมาชอบกินอะไรให้เหมือนกันเลยก็ได้



“กินสิ ฉันจะกินให้หมดเลย”



พอสิ้นคำ ซากุระก็กอดเยนากลับ เธอโอบเอวของเยนาเอาไว้ กอดตอบกลับไปแน่นๆ บอกให้รู้ถึงความรู้สึกของตัวเองผ่านการกอด แล้วเธอก็คิดว่าเยนาเข้าใจความรู้สึกของเธอด้วย



“งั้นฉันจะกินด้วยนะ ช็อกโกแลตบานาน่าที่เยนาชอบน่ะ” เธอจงใจกระซิบคำนั้น แล้วกดริมฝีปากเข้ากับข้างแก้มของเยนา มันคงเหมือนการกระทำแบบเพื่อนสนิททั่วไปในความคิดคนอื่น แต่สำหรับซากุระและเยนาที่เราแทบไม่แม้แต่จะจับมือกันเลย แม้กระทั่งการกอดที่ทำอยู่ตอนนี้แล้วก็ยังไม่เคยทำกันเลยสักครั้ง กลายเป็นการกระทำแสนพิเศษไป



...ซึ่งสิ่งที่เยนากลับทำให้รู้สึกเขินอายต่อจากนั้น ก็เจ้าตัวเล่นหอมคืนกันเสียอย่างนั้น... 
 


ทั้งเธอและเยนาหันมามองหน้ากันหลังจากนั้น แล้วก็หัวเราะใส่กัน เยนาจับมือของเธอเอาไว้แล้วแกว่งไปมาราวกับว่าเขินไม่ต่างกันแล้วทำอะไรไม่ถูก ทั้งซากุระและเยนานี่ช่างเป็นเด็กที่ไร้เดียงสา ไม่ประสากับเรื่องของความรักเลยจริงๆ

.



.



.

“ช่วงนี้อยากลองกินแบบใส่พุดดิ้งดูมั่งอะ จะอร่อยไหมนะ...”



“แต่ถ้าเยนากินได้หกเลอะเทอะแน่เลย จะลองจริงๆเหรอ”



“ก็อยากลองดูนะ ซากุจังลองไหมๆ”



“งั้นซื้อมาลองสักชิ้นนึงก่อนแล้วกันนะ ถ้าอร่อยก็ซื้ออีกอัน”



เสียงพูดคุยและท่าทีกระหนุงกระหนิงของเด็กผู้หญิงสองคนตรงหน้านั้นทำเอาคนที่ยืนกอดอกมองอยู่จากด้านหลังสองคนได้แต่มองหน้ากันด้วยสายตาแสนเอือมระอา ปากก็คันยิบๆด้วยอารมณ์อยากจะเอ่ยปากแซว แต่ยังไม่มีช่องสักที เลยได้แต่มองสองคนหน้าด้วยสีหน้าว่าตัวเองนั้น “เหม็นความรัก” มากมายเหลือเกินจะทน



“ฮเยวอนว่า วันนี้ถ้าเราปล่อยให้สองคนนี้ยืนเลือกอยู่ก่อนหน้า ตอนปิดร้านแล้วเราจะได้กินเค้กไหม” แชยอนถอนหายใจ แล้วหันไปถามคนข้างๆ



“เจ้าของร้านเขาคงไม่ปล่อยให้ร้านต้องเจ๊งไปเพราะคู่รักเพี้ยนๆ นี้หรอกน่า ถ้าเป็นฉันละก็...มีลูกค้าในคิวปัญหาเยอะแบบนี้ได้ไล่ออกไปต่อคิวใหม่ ไม่ก็บอกให้มาวันหลังไปแล้วถ้าเกิดเลือกเมนูได้”



ได้ทีเลยจิกกัดเสียเลยด้วยความหมั่นไส้ เพราะจนตอนนี้เหมือนจะตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกซื้อไส้ไหน แต่ก็ยังคุยกันต่อไปถึงเรื่องอีกท็อปปิ้งหนึ่งที่อยากกินพร้อมพุดดิ้งเจ้าปัญหานั่น เลยยังไม่มีทีท่าว่าจะเข้าไปต่อคิวซื้อแบบคนอื่นเขาเลย อารามหมั่นไส้กันมากมาย ตั้งแต่ซากุระเดินมาบอกฮเยวอนและแชยอนว่าตอนนี้ตัดสินใจขยับความสัมพันธ์กับเยนามากขึ้นกว่าการเป็นแค่เพื่อนสนิทกัน ซึ่งไอ้หัวใจของคนที่เตรียมกันมาก่อนหน้าแล้วมันก็เจ็บน้อยกว่าที่คิดเอาไว้ คงเหลือแค่ความเจ็บใจในฐานะผู้แพ้ ที่ไม่ได้เป็นผู้ได้หัวใจของเด็กสาวชาวญี่ปุ่นไปครองก็เท่านั้น



“ใส่ครีมสด กับสตรอเบอรี่ซอสดีไหม หรือเป็นช็อกโกแลตซอสดีนะ” ซากุระลังเล ส่วนเยนาก็ไม่กล้าช่วยตัดสินใจเสียอย่างนั้น ทำเอาฮเยวอนที่กล้าตัดสินใจกว่าถอนหายใจ ก่อนจะเดินเข้าไปหาคู่รักหมาดๆนั่น



“จะต้องไปเลือกมันทำไมละ ไม่เห็นจะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเลย ก็สั่งทั้งสองอย่างเลยสิ ไม่เห็นจะยากอะไรเลย”



“หา” เยนาหันมาทำหน้าฉงนใส่ ส่วนซากุระนิ่งอึ้งไป เยนาเป็นฝ่ายติงขึ้นก่อน



“แต่ถ้าสั่งแบบนั้นรสชาติมันจะไม่ตีกันแย่เหรอ ไม่อย่างนั้นเกิดไม่อร่อยขึ้นมาเราก็ไม่อยากจะกินน่ะสิ ฉันไม่อยากทิ้งนะ”



“ก็ลองดูก่อนก็ได้นะ เยนายา...” ซากุระเป็นฝ่ายติงขึ้นก่อน เยนาหันกลับไปมองในตาของคนที่เสนอขึ้น “เราอาจได้ค้นพบความชอบใหม่ก็ได้ หรือถ้าไม่อร่อยจริงๆ เราก็จะได้รู้ แล้วก็ไม่สั่งมากินอีกไงล่ะ”



“นั่นสินะ” เยนาพยักหน้ารับข้อเสนอของคนข้างๆ แล้วก็วิ่งไปต่อคิวซื้อเครปทันใด ทิ้งซากุระไว้กับฮเยวอน และแชยอนที่เดินเข้ามาหา



“ตัดสินใจได้แล้วเหรอ”



“อืม” ซากุระพยักหน้า แล้วกล่าวเสริม “ฉันว่าจริงๆแล้วเยนาคิดได้ก่อนฉันอีก แต่ไม่กล้าพูดหรอก เพราะเกรงใจน่ะ”



“แหมๆ ตามใจกันจริงๆนะ” ฮเยวอนหยอก จากนั้นก็หันไปหาแชยอนแล้วแกล้งซากุระต่อ



“รู้แบบนี้ฉันกับเธอก็ถอนตัวไปตั้งนานแล้ว ปล่อยให้อยู่คนเดียวดีกว่า เผื่อว่าจะคิดอะไรได้ไวขึ้นกันทั้งสองคนน่ะ”



“ใช่เลยๆ” แชยอนเป็นฝ่ายหยอกบ้าง “แต่คิดอีกทีถ้าไม่เข้ามายุ่งด้วย เยนาอาจคิดไม่ได้เหมือนกันนะ แล้วซากุระก็คงจะปากหนัก ไม่ยอมบอกไปก่อนบ้างแน่ๆ ทำให้หึงจนคิดได้แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ว่าไหมล่ะ”



ซากุระไม่ตอบ แต่แค่อมยิ้มขำ ไม่เถียงอะไรกับคำพูดของฮเยวอนและแชยอนเลย เพราะคิดว่าทั้งสองคนพูดไม่ผิดหรอก โดยตลอดเวลานั้นเธอเอาแต่ยืนมองเยนา ที่ประเดี๋ยวก็ตั้งท่าชะเง้อคอ ราวกับว่าถ้าทำแบบนั้นแล้วคิวมันจะหดสั้นขึ้น ประเดี๋ยวก็มองมาทางเธอ ขมุบขมิบริมฝีปากให้อ่านได้ว่ารอสักครู่นะ ซากุระหัวเราะขำๆ พลางโบกมือเป็นทำนองว่าไม่เป็นอะไร เธอรอได้



“ชักไม่อยากยืนอยู่ด้วยเป็นก้างขวางคอและ หิวข้าวและด้วย ไปหาไรกินกันดีกว่า แชยอนไปมะ” ฮเยวอนตั้งท่าบิดขี้เกียจ ก่อนจะหันไปชวนแชยอน ซึ่งแชยอนเองก็หัวเราะแล้วพยักหน้าตกลง



“ไปสิ เออ ฉันมีร้านต๊อกร้านใหม่มาแนะนำ นี่เขามีโปรโมชั่นช่วงเปิดร้านด้วยนะ”



จากนั้น แชยอนและฮเยวอนก็ลาจากไป ทิ้งไว้แค่ซากุระที่ยืนรอเยนาอยู่ จากมุมที่ยืนอยู่ตรงนี้นั้นเยนากำลังตั้งอกตั้งใจยืนรอเครปที่สั่งมากินด้วยกัน ริมฝีปากยื่นออกมาน้อยๆ คล้ายปากเป็ดนั่นน่าหยิกเล่น ซึ่งปกติแล้วช่วงนี้ซากุระก็ทำบ่อย แต่นั่นคือตอนที่อยู่กันตามลำพังนะ



หลังจากรออยู่ครู่หนึ่ง เยนาก็เดินกลับมาหาพร้อมกับเครปไส้พุดดิ้งครีมสด ที่มีช็อกโกแลตซอสและสตรอเบอรรี่ซอสราดด้านบน สีที่ตัดกันของมันทำให้ดูน่ากินขึ้นมา



“ซากุระจัง ชิมสิๆ”



เยนายื่นมาให้เธอได้ลองกินก่อน เลยไม่อยากขัดแล้วลองรับมาถือไว้ และชิมคำแรกไป รสหวานละมุนนุ่มเบาของวิปครีมเป็นอย่างแรกที่รับรส ตามด้วยรสของซอสที่ตัดกันเป็นตรงกันข้าม หวานและขมนิดๆ และหวานอมเปรี้ยวนั่นทำให้รู้สึกว่ามันอร่อยกว่าเดิม และพอกัดไปอีกคำก็เจอกับพุดดิ้งซ่อนเอาไว้ รสหวานหอมของพุดดิ้งและแป้งเครปบางๆ ช่างเข้ากัน เรียกว่าเจ้าเครปที่ซากุระกำลังกินอยู่นี้อร่อยกว่าเครปรสอื่นๆที่เคยกินมา



ทั้งที่แค่แต่ละสิ่งอยู่แยกกันมันก็อร่อยอยู่แล้ว ทว่าพอมาอยู่ด้วยกัน ก็อร่อยยิ่งกว่า หรือการได้ลองในสิ่งที่ไม่เคยได้ลองมาก่อน ก็ทำให้รู้ว่าบางสิ่งที่เคยมองข้ามนั้นมันมีความหมายมากกว่าแค่เห็นเพียงผ่านตา...



ซากุระยื่นเครปที่ชิมไปแล้วให้เยนา ซึ่งเยนาก็รับไปกินด้วยท่าทีสงสัยใครรู่ แล้วพอได้ลองกิน รสชาติของมันคงถูกใจเจ้าตัวน่าดู ถึงขั้นหัวเราะออกมา ตลอดเวลาซากุระมองเยนาด้วยหัวใจที่พองขึ้นกว่าทุกวัน



“ฉันน่ะ...อยากกินเครปกับเธอไปตลอดเลยนะ” สารภาพถ้อยคำที่แสนจะดูหวานเลี่ยนเกินไปสักหน่อย แต่ใบหน้าที่แดงขึ้นของเยนา และการที่เจ้าตัวพยักหน้ารับไวๆ ตามด้วยคำพูดที่เข้าใจในความหมายที่จะสื่อกันสองคนเข้าใจ



“อือ ฉันก็อยากต่อคิวซื้อเครปให้ซากุจังกินทุกวันเหมือนกัน”



ดวงตาใส่แจ๋วของเยนานั่นทำเอาหัวใจเต้นไหว เส้นทางจากตรงนี้กลับไปบ้านก็ดูห่างไกลกว่าหัวใจจะไปถึง ความน่ารักของเยนาในเวลานี้น่ะ ทำเอาอยากใช้เวลาอยู่ด้วยกันตามลำพัง แล้วจัดแจงทำโทษริมฝีปากยื่นๆที่เผลอพูดคำหวานออกมา ด้วยริมฝีปากของซากุระเองจริงๆ





Fin.



Talk



- เรื่องนี้เป็นคอมมิชชั่นค่ะ คนคอมมาให้เราลงในนี้ได้เลย แต่ยาวมากขนาดอัดลงสองตอนไม่ได้จริงๆค่ะ  
- กวักมือเรียกแม่ยก #เยนสา

SHARE

Comments

Shallot
6 days ago
น่ารักมากเลยค่ะ เป็นความรักใสๆ วัยมัธยมที่อ่านแล้วรู้สึกว่าโลกที่มีความรักมันสดใสเบิกบานจริงๆ ขอบคุณที่เอามาลงให้อ่านนะคะ :)
Reply
retirw
4 days ago
รักใสใสของเยนสาที่ชีวิตจริงตีกันไม่หยุด 555555 น่ารักมากเลยค่ะอ่านแล้วหัวใจพองโตปุ๊งปิ๊งเป็นสีชมพู ขอบคุณที่แต่งนะคะ
Reply