[3 shot] Come what may [Choi Yena x Miyawaki Sakura] [2]

.

.

.

หนึ่งสัปดาห์หลังเหตุการณ์โดนัทชุบเกลือผ่านไป และซากุระที่มัวแต่ยุ่งกับการอ่านหนังสือสอบปลายภาคก็ยังไม่ได้กินโดนัทฉบับแก้ตัวของเยนาสักทีก็ได้แต่ขมวดคิ้วใส่ฮเยวอนกับแชยอนที่อยู่ๆ ก็เปิดประตูห้องเรียนเข้ามาพร้อมกัน ในตอนเลิกเรียน ที่ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านหมดแล้ว แต่ซากุระนัดกับเยนาที่ติดประชุมชมรมว่าจะกลับบ้านด้วยกันเลยอยู่รอ



“เมื่อกี้ฉันกับแชยอนออกไปตกลงกันแล้ว...” ฮเยวอนเปิดประเด็นขึ้นก่อน เจ้าตัวดูจริงจังมากจนซากุระแปลกใจ เพราะล่าสุดที่เห็นฮเยวอนจริงจังแบบนี้ก็คือตอนไปต่อคิวซื้อขนมปังถั่วแดงเจ้าดังที่วันนึงจะขายเพียงห้าสิบชิ้นเท่านั้น จากนั้นแชยอนก็เสริมต่อหลังจากฮเยวอนเกริ่นให้ก่อน



“...ว่าจากนี้ไปเราจะมาแข่งกันจีบซากุระจังแบบเปิดเผย”



ซากุระหันไปมองหน้าแชยอนทันควัน ตามด้วยหันกลับไปมองฮเยวอนอีกครั้งเมื่อได้ฟังประโยคต่อมา



“และถ้าใครคือคนที่ซากุระเลือก อีกคนต้องถอยไปทันที ไม่เข้ามาวุ่นวายกับชีวิตรักของผู้ชนะอีก”



“เฮ้! เดี๋ยวก่อนสิ” ซากุระยกมือตั้งท่าจะห้ามศึกที่กำลังจะเกิด ซึ่งเธอไม่ได้อยากให้มันเป็นเรื่องจริงจังสักนิด “นี่มันอะไรกันน่ะพวกเธอก็ ฉันไม่ใช่ถ้วยรางวัลนะ”



บ่นออกไปด้วยท่าทีฉุนๆ แต่นั่นกลับเรียกสายตางุนงงมาจากฮเยวอนและแชยอนเสียอย่างนั้น และกลายเป็นแชยอนเองนั่นละที่เฉลียวใจขึ้นมาได้ก่อน



“อ้าว ไม่ใช่วาซากุระจังกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ไม่รู้จะเลือกใครดี เลยเก็บฉันกับฮเยวอนเอาไว้ก่อนระหว่างที่กำลังตัดสินใจเหรอ” ซึ่งเด็กเรียนของห้องเฉลยสมมติฐานมาแบบนั้นทำเอาซากุระอยากวิ่งกลับบ้าน บอกพ่อว่าจะย้ายกลับญี่ปุ่นกันดีกว่าเสียรู้แล้วรู้รอด เพื่อที่จะไม่ต้องอยู่ในวังวนความบ้าบอนี้อีกต่อไปแล้ว



“พวกเธอน่ะบ้ากันไปหมดแล้ว ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นเสียหน่อย” ซากุระไม่ได้โวยวายอย่างที่คิดในใจไปหรอก แต่จากสีหน้าเหนื่อยหน่ายของเธอที่แสดงออกไปมันก็คงเพียงพอแล้วกับการหยุดเหตุเข้าใจผิดนี้เอาไว้



“แล้ว....” เป็นฮเยวอนที่เอ่ยขึ้นต่อทันควัน “...ที่ไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะว่าไม่สนใจฉันกับแชยอนที่จีบซากุระจังตลอดอย่างนั้นเหรอ”



สีหน้าของฮเยวอนรวมไปถึงแชยอนเองด้วยมีเค้าความกังวลปรากฏออกมา เล่นเอาคนญี่ปุ่นอย่างเธอกลุ้มใจขึ้นมาทันควัน เพราะที่ฮเยวอนคาดเดาขึ้นมา มันไม่ได้ผิดไปจากที่เธอรู้สึกเลย แต่จะให้ปฏิเสธตรงๆแล้วก็ดูจะใจร้ายกันเกินไปหรือเปล่า



“โธ่เอ้ย แบบนี้เองน่ะเหรอ ไอ้เราก็นึกว่ามีโอกาสมากที่สุดเสียอีก” ฮเยวอนที่คาดเดาใจกันได้ถูกว่าซากุระน่ะไม่กล้าปฏิเสธออกมาให้หน้าหงายหรอก เลยรำพึงรำพันออกมา ก่อนที่จะทิ้งตัวลงนั่งกับเก้าอี้ที่ว่างใกล้ๆ ส่วนแชยอนก็มองหน้ากันด้วยสายตาครุ่นคิด



“ถามอะไรอย่างสิ ซากุระจัง...” เธอไม่ค่อยชอบเลยตอนที่แชยอนเอ่ยมาแบบนั้น เพราะอีกคนนั้นเป็นคนฉลาดและมองอะไรได้ทะลุปรุโปร่งเหลือเกิน เธอชักกลัวว่าคำถามที่แชยอนจะเอ่ยถามมานั้นจะไม่สามารถตอบได้ หรืออาจจำเป็นต้องเลือกจะโกหกกัน



“หืม” แต่เธอไม่อยากแสดงออกว่ากลัว เพราะแชยอนไม่ใช่คนไม่ดีเสียหน่อย คงไม่ถามอะไรที่ไม่รักษาน้ำใจ หรือลำบากใจที่จะตอบ



“ซากุระจังมีคนที่ชอบอยู่แล้วหรือเปล่า เลยไม่สนใจพวกเราน่ะ”



นั่นไง ว่าแล้วเชียว...ซากุระอุทานในใจ เธอเผลอเม้มปากไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตีสีหน้านิ่งๆ เหมือนไม่สะทกสะท้านกัน ฝ่ายฮเยวอนเองก็มองมาทางเธอพลาง มองแชยอนพลาง



“....ไม่ตอบได้ไหมเนี่ยคำถามนี้” เธอเลือกที่จะเฉไฉ เพราะกลัวว่าจะถูกซักไซ้ต่อว่าคนที่เธอชอบนั้นเป็นใคร ก็ไม่อยากให้คนคนนั้นวุ่นวายไปกว่านี้นี่นา



“ก็ไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันพอจะเดาได้อยู่” แชยอนพยักหน้ารับ ทำหน้าเจ็บปวดครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมา



“ใช่คนนั้นหรือเปล่าละ เพราะถ้าเป็นคนนั้นฉันกับแชยอนก็พอเข้าใจได้นะ ก็ตัวติดกันตลอดเลยนี่นา” ฮเยวอนเกริ่นขึ้นมาดื้อๆ ด้วยเหมือนจะเดาไว้ว่าคนคนนั้นคือใคร ส่วนซากุระก็ปิดปากนิ่ง ภาวนาให้คนที่ไปประชุมกลับมาโดยไว ปกติเธอมองว่าฮเยวอนกับแชยอนเป็นเพื่อนที่เข้ากับตนได้เกือบทุกอย่าง ทั้งยังมีน้ำใจช่วยเหลือกัน เธอไม่อยากหักหาญน้ำใจทั้งสองคน เลยเลือกได้แต่พยักหน้ารับ และเป็นจังหวะพอดีที่เยนาโผล่เข้ามา เจ้าตัวเดินทำหน้างงๆมาทางโต๊ะที่นั่งอยู่ หัวใจที่หนักอึ้งด้วยสถานการณ์ที่รู้สึกดั่งถูกบีบคั้นค่อยคลายลงเมื่อมองเห็นหน้าคนที่รออยู่



“เฮ้ ซากุจังกลับบ้านกันเถอะ ว่าแต่พวกเธอนี่อีกแล้วเหรอ อย่าไปกวนซากุระสิ” เยนาขู่พลางหยิบกระเป๋าเป้ขึ้นสะพายหลัง คนที่มาสายเล็กน้อยมองหน้าสองคนที่มาวุ่นวายกับซากุระ ก่อนจะยื่นมือไปตรงหน้าคนญี่ปุ่นก่อนจะเอ่ยคำพูดที่ฟังแล้วสบายใจขึ้นมาดื้อๆ



“กลับบ้านกันเถอะ ฉันอยากกินข้าวฝีมือคุณแม่ของซากุจังแล้ว” ซึ่งซากุระมองฝ่ามือที่อยู่ตรงหน้าเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้าตกลงโดยใช้เวลาไม่นานเลย



“ไปก่อนนะ แชยอน ฮเยวอน” ซากุระตั้งใจไม่ตอบคำถามของแชยอน ก่อนจะวางมือลงกับฝ่ามือนุ่มนั้น คว้ากระเป๋าเป้ขึ้น บอกลาสองคนที่ยังมองกันตาละห้อยด้วยความรู้สึกผิด แต่อย่างไรแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฮเยวอนผู้แสนเอาใจใส่ หรือแชยอนผู้ที่คอยดูแลมาตลอดเสมอๆ



ซากุระบีบมือของเยนาก่อนที่จะเดินกลับบ้านด้วยกัน --ก็มีอยู่คนเดียว และเป็นคนคนนี้ละที่ซากุระรู้สึกไปไกลกว่าความเป็นเพื่อน--

.

.

.

พอกินหม้อไฟที่แม่ทำจนอิ่มแล้ว ซากุระกับเยนาก็นั่งทำการบ้านในห้องของเธอ โต๊ะเล็กพับได้ของเยนาที่ซื้อมาเพื่อให้อีกคนโดยเฉพาะเหมือนเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งประจำห้องไปแล้ว สีเหลืองมะนาวของมันสดใสโดดเด่นจากเฟอร์นิเจอร์อย่างตู้เตียงที่มีสีทึบทึม แรกทีเดียวที่เยนาหอบมันมาไว้ที่ห้องของเธอ ซากุระรู้สึกถึงความผิดแผกแตกต่าง แต่พอเวลาผ่านไปเธอก็เริ่มชินกับการมีอยู่ของมันไปแล้ว...



“นี่ๆ วันนี้น่ะ สองคนนั้นมายุ่งอะไรกับซากุจังเหรอ”



อยู่ๆเยนาก็ถามขึ้น ซากุระที่กำลังแก้โจทย์สมการอยู่ตรงโต๊ะของตัวเอง พอเยนาถามแบบนั้นเลยต้องวางดินสอแล้วหันหลังไปมองหน้าอีกคนที่อยู่ๆ ก็ถามด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมา ซากุระเพ่งมองหน้าเยนาครู่หนึ่ง พอเดาใจกันได้เลยตอบคำถามพร้อมกับถามไปต่อเองบ้าง



“ก็อยู่ๆเดินเข้ามายื่นเงื่อนไข จะแข่งกันจีบฉันกันจริงจัง ถ้าใครจีบติดอีกคนจะไม่เข้ามาวุ่นวายแล้วแบบนั้นละ แต่เยนาไม่ได้ยินเรื่องทั้งหมดแล้วเหรอ” ที่ถามเยนาไปแบบนั้นเพราะอีกคนไม่มีทางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังแบบนั้นหรอก ถ้ามันไม่ได้รบกวนจิตใจอะไรมากมายนัก



“ก็ยืนฟังตอนหลังๆแล้วน่ะ เลยถามให้แน่ใจ...” เยนายื่นปากออกมาทำให้นึกถึงปากของเป็ดแบบที่เจ้าตัวชอบทำ ซึ่งถ้าเป็นเวลาปกติ ซากุระคงจะเดินไปดึงเล่นแล้ว...



“แล้วทันตอนที่ฉันบอกไปยังละว่าไม่เอาด้วยหรอก เรื่องอะไรแบบนั้น...” ซากุระโบกมือ เธอแค่อยากบอกว่าใจของตัวเองนั้นคิดอะไรอยู่



“ฉันไม่ได้ชอบทั้งแชยอนและฮเยวอนหรอกน่า” ตอนที่เอ่ยไปนั้น ได้มองเข้าไปในตาของเยนาด้วย เธอพยายามมองหาความหมายในดวงตาตี่ๆคู่นั้น แต่รอยยิ้มอย่างคนโล่งใจก็แทนคำตอบที่เธอค้นหาอยู่ ขอแค่เยนาสบายใจก็พอแล้ว



โชคดีที่เยนาไม่ได้ถามอะไรต่อ ก็แค่พยักหน้ารับไปแกนๆ แล้วก้มหน้าลงทำการบ้านต่อ พลางเปลี่ยนเรื่องไปนินทาครูสอนคณิตศาสตร์แทน เพราะถ้าเกิดเยนาจะมาคาดคั้นว่าตอนนี้เธอมีคนที่ชอบแล้วหรือยัง ก็คงจะต้องโกหกไปอยู่ดี เพราะว่าซากุระยังไม่มีเรี่ยวแรงหรือความกล้าที่จะเดินไปกอดอีกคนเขาแล้วสารภาพความรู้สึกหรอก ด้วยยังไม่แน่ใจ และคิดว่าจะปล่อยให้เวลานั้นช่วยก่อร่างสร้างคำตอบไปก่อนก็แล้วกัน

.

.

.

ช่วงนี้เยนาทำตัวแปลกไปจนสังเกตเห็นได้เลย ซากุระก็แอบคิดเข้าข้างตัวเองเหมือนกันว่าเพราะเธอเองนั่นละที่มีผล มีอิทธิพลต่อหัวใจของเยนาเข้า แต่ไม่ใช่ทำตัวแปลกในทางที่ไม่ดีหรอกนะ ส่วนใหญ่เยนาก็ทำตัวปกติกับเธอเหมือนเดิม ไม่ได้หลบหน้าหรือทำตัวเป็นสาวน้อยเขินอายอะไรหรอก กลับกันแล้วยังทำตัวตลกไปกว่าเดิมอีก สมมติว่าซากุระมีสมุดไดอะรี่แห่งความลับอยู่กับตัว เธอก็จะบันทึกเรื่องราวช่วงนี้เอาไว้ เพื่อไว้เปิดอ่านยามที่รู้สึกอยากหวนรำลึกถึงความสุขที่เกิดจากเยนาได้ภายหลัง มันจะไม่ลบเลือนไปจากความทรงจำ ไม่ว่าจะเป็นปี เป็นสิบปี หรือหลายสิบปีข้างหน้าไปได้



ก่อนอื่น ดูเหมือนต้องเล่าเรื่องราวต่อจากนั้นที่ทั้งฮเยวอนและแชยอนบุกเข้ามาหากัน ยื่นข้อเสนอแปลกประหลาดให้ฟังจนชวนให้ปวดหัว สองคนนั้นที่ไม่รู้ไปตกลงกันอิท่าไหนมา ถึงได้เสนอมาว่า...



“ก็ถ้ายังไม่มีแนวโน้มที่ชเว เยนาจะมีใจให้เธอเหมือนกัน หรือว่าหันมาคบกับซากุระจังมากกว่าเพื่อนแล้ว พวกฉันก็จะขอดูแลซากุระไปก่อนแล้วกัน” ฮเยวอนเป็นตัวแทนของแชยอนที่ช่วงนี้ยุ่งกับงานของคณะกรรมการนักเรียน เป็นฝ่ายเดินมาบอกกัน ในตอนที่ซากุระนั่งรอกลับบ้านกับเยนาเช่นเคย



“อย่าปิดกั้นโอกาสจากพวกเราเลยน่า...” ใบหน้าหม่นๆของฮเยวอนที่ส่งมาทำให้เธอใจอ่อน ลงท้ายก็เลยเป็นเธอที่พยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่มันก็มีเงื่อนไข



“มันก็ได้หรอกนะ แต่พวกเธอต้องทำตัวเหมือนเดิมนะ อย่าล้ำเส้น แล้วอย่าไปยุ่งกับเยนาเด็ดขาดเลย” พอเสนอไปแบบนั้นฮเยวอนก็ยิ้มร่าเริง ทำเอาซากุระใจอ่อนยวบยาบ ทั้งแชยอนและฮเยวอนไม่ใช่คนเลวร้ายนี่นา ต่อให้รู้เจตนาที่เข้ามาเพราะหวังเรื่องความสัมพันธ์ที่มากไปกว่าเพื่อนก็เถอะ



“แต่ถ้าพูดถึงเรื่องเยนาแล้ว ซากุระไม่คิดบ้างเหรอ ช่วงนี้ฉันว่าเยนาทำตัวแปลกๆ”



“อา ฮเยวอนก็คิดแบบนั้นเหรอ”



ซากุระหัวเราะเมื่อคิดถึงข้อสังเกตที่ว่า อย่างเช่นความเด๋อแสนป้ำๆเป๋อๆ ดูจะมากขึ้นเป็นเท่าตัว อย่างเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ก็เหมือนกัน ที่ฮเยวอนว่าน่ะหมายถึงตอนก่อนจะเรียนคาบวิชาภาษาอังกฤษ ครูขอให้เยนาช่วยถือปึกชีทกระดาษข้อสอบย่อยที่ตรวจและให้คะแนนเรียบร้อยแล้วจากบนโต๊ะในห้องพักครูมาให้หน่อย แต่ผลปรากฏว่า....

.

.

.
มีต่อ
SHARE

Comments