[3 shot] Come what may [Choi Yena x Miyawaki Sakura] [1]


Category: Yuri Fanfiction,1 shot, Iz*one AU


คนเราจะต้องทะเลาะกับเพื่อนแค่เรื่องไส้ของเครปที่ชอบไปเพื่ออะไรกันนะ...

ซากุระนึกสงสัยตัวเองเหมือนกัน ระหว่างที่ยืนเถียงกับเจ้าคนที่ยืนตรงกันข้าม แล้วลากแม่น้ำเป็นสิบสายมาโฆษณาเพื่อให้เธอเชื่อว่าไส้ของเครปที่อร่อยที่สุดน่ะมันต้องเป็นไส้ช็อกโกแลตกล้วยและครีมสดสิ ซึ่งมันก็อร่อยก็จริง เธอไม่เถียงหรอก แต่ว่าถ้าให้ชอบที่สุดแล้วในความคิดเธอน่ะเหรอ...

“ไม่เข้าใจอะ ไส้เครปที่เจ๋งที่สุดในโลกมันต้องสตรอเบอร์รี่สิ แล้วก็ราดด้วยครีมสด รสชาติมันจะเปรี้ยวหวานกำลังพอดี ช็อกโกบานาน่าที่เยนาว่ามันหวานเกินไป”

จำเพาะว่าต้องมายืนเถียงกันหน้าร้านขายเครปเสียด้วย ดีที่เจ้าของร้านเขาหันไปทำออเดอร์อื่นตามคิวของลูกค้าที่มาทีหลัง เพราะเลือกที่จะไม่สอดแทรกเข้ามากลางวงทะเลาะของพวกเธอสองคนด้วย แม้ในใจเจ้าของร้านคงอิดหนาระอาใจพอดูกับเด็กม.ปลายสองคนที่มาเถียงกันด้วยหัวข้อแสนไร้สาระนี้ หรือเขาอาจจะชินก็ไม่รู้กับลูกค้าขาประจำสองคน ที่คนหนึ่งก็ดูเอะอะมะเทิ่ง จะเอาแต่ความคิดตนฝ่ายเดียว ส่วนอีกคนก็พูดภาษาเกาหลีแปร่งๆ ที่ชักจะพัฒนาการทักษะการเถียงขึ้นไปเรื่อยๆ

“หวานอะไรกัน ซากุจังนั่นละที่ไม่ทำความเข้าใจรสชาติอันสุดยอดนี้ ฉะนั้นนะ วันนี้เธอต้องกินช็อกโกบานาน่าเป็นเพื่อนฉัน”

เยนายืนกราน ชี้นิ้วไปที่หน้าเพื่อน แต่ก็ถูกปัดออก พร้อมด้วยเหตุผลอันแสนยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน

“เยนาอยากกินก็กินไปคนเดียวสิ ฉันไม่กินด้วยหรอก” ซากุระกอดอก คิ้วขมวด เป่าลมในปากจนแก้มพอง แต่พอคิดบางอย่างได้ก็เสนอความคิดไป

“งั้นให้ฉันเลี้ยงเยนาก็ได้นะ มีข้อแม้ว่าต้องมาลองสตรอเบอร์รี่ครีมสดด้วยกัน” ยิ้มแป้นกลับไปแต่แน่นอนละว่าเยนาส่ายหัวท่าเดียว ปฏิเสธเสียงแข็ง

“ถึงซากุจังจะบอกว่าเลี้ยงฉันก็ไม่กินหรอก ฉันอุทิศชีวิตตัวเองให้ช็อกโกบาน่าไปแล้ว!”

การถกเถียงดูจะไม่มีทางสิ้นสุดลงเลย จนกระทั่งมีบุคคลหนึ่งที่เพิ่งรับเครปไส้สตอเบอร์รี่ครีมสดและช็อกโกแลตกล้วยมาจากเจ้าของร้านเครป ก่อนจะเดินไปทางสองคนที่ยังเถียงกันหน้าดำหน้าแดง และยื่นไส้สตอเบอร์รี่ออกไปขวางหน้าทั้งสองคนนั้น

“นี่ค่ะ ซากุระจัง ไส้สตรอเบอร์รี่ที่เธอชอบนะ” ซึ่งก็ได้ผล เพราะการถกเถียงจบลง ทั้งเยนาและซากุระนั้นหันไปมองทันทีว่าคนคนนั้นเป็นใคร

“ฮะ...ฮเยวอน ขะ...ขอบใจนะ”

ซากุระเป็นฝ่ายเอ่ยขอบคุณ แม้จะนึกเกรงใจ แต่รอยยิ้มของคนให้นั่นก็ทำเธอปฏิเสธไม่ออก อันที่จริงมันก็หลายต่อหลายครั้งแล้ว ที่ฮเยวอนที่อยู่ห้องเดียวกันจะเดินมาหา พร้อมยื่นของอะไรก็ตามที่เธอขาดไปตอนนั้น เช่นเครื่องเขียนหรือร่มที่ลืมเอามาจากบ้านเป็นต้น ยังไม่รวมถึงเรื่องขนมกินเล่นชุดใหญ่ที่รายนี้เดินเอามาให้เป็นระยะอยู่ดี ราวกับการประกาศตัวในห้องไปแล้วว่าตนเองนั้นคิดอย่างไรกับเด็กสาวชาวญี่ปุ่นที่ย้ายมาเรียนกลางเทอม เพราะติดสอยห้อยตามที่บ้านมาที่เกาหลี ส่วนฮเยวอนก็แค่ใครคนหนึ่งที่มีความกล้าจะทำตามอย่างที่ใจต้องการก็แค่นั้น

“อ๊ะ ฮเยวอนนา ทำไมมาขัดขวางการประชุมเรื่องสำคัญแบบนี้กันล่ะ”

เยนาโวยวายขึ้นมาตอนเห็นว่าซากุระหยุดเถียงกับตัวเองไปแล้วหันไปสนใจขนมในมือแทน

“หา...ตะกี้เยนาว่าอะไรนะ เราไม่ทันฟังน่ะ”

เด็กสาวที่เมื่อครู่เอาแต่หันไปยิ้มหวานให้ซากุระหันไปถามเยนาอย่างไม่แน่ใจ ทว่าเยนาคงไม่อยากพูดซ้ำแล้วเลยเปลี่ยนเรื่อง

“ช่างเถอะ วันนี้จะยอมยกโทษให้ก่อนก็ได้นะซากุจัง ฉันไปซื้อมากินบ้างดีกว่า”

“ไม่ต้องหรอกน่า” ฮเยวอนยื่นเครปอีกอันในมือให้ มันเป็นรสที่เยนาชอบอยู่แล้ว “ฉันให้ พอดีไม่ค่อยชอบเครปน่ะ”

“อ้าว งั้นฮเยวอนซื้อมาทำไมเนี่ย” ซากุระถามกลับ ซึ่งพอฮเยวอนสบเข้ากับตาคู่โตที่มองมาก็หัวเราะอย่างขัดเขิน

“ก็เห็นเถียงกันไม่จบสักที พวกในห้องที่เดินผ่านไปก่อนเลยเมาท์ให้ฟังในห้องรวมอยู่น่ะ ฉันเลยเดินมาดูบ้างก็เห็นอย่างที่เขาบอกกันจริงด้วย” ฮเยวอนหมายถึงห้องรวมหน้าสนทนาในแอปพลิเคชั่นแชทสีเหลืองที่นักเรียนห้องมอห้าทับสามจะใช้กัน ซึ่งถ้าเป็นอย่างที่เล่าจริง ป่านนี้เพื่อนในห้องคงนินทากันสนุกปากไปแล้ว แต่ว่าเยนาก็ไม่สนใจหรอกนะ

“ไม่เอาหรอก...” คนได้ของฟรีส่ายหัวจนผมหางม้าด้านหลังไหวไปมา เจ้าตัวยื่นเครปที่ยังไม่ได้แตะต้องคืนให้ฮเยวอน

“ศักดิ์ศรีของคนรักช็อกโกบานาน่าจะมารับเครปฟรีๆได้ยังไง ฮเยวอนกินไปเถอะ ฉันกลับบ้านก่อนแล้วกัน” จากนั้นเยนาก็ไม่พูดอะไรต่อ เพียงเดินจากไป ทิ้งอีกสองคนไว้

“เฮ้อ อะไรของเค้าเนี่ย เพี้ยนจังเลย เนอะ ซากุระจัง”

ฮเยวอนหันไปขอความเห็น แต่พอหันไปอีกทางร่างของซากุระก็หายไปแล้ว พอสอดสายตามองตามว่าคนญี่ปุ่นหายไปไหน ก็เห็นว่าเจ้าตัวคนนั้นเดินตามเยนาไปเสียแล้ว ซึ่งซากุระก็ดูจะนึกขึ้นมาได้ว่ายังมีฮเยวอนอยู่ทั้งคนเลยหันมาบอกลา

“ฉันไปก่อนนะ ขอบใจสำหรับเครปมากเลย” แล้วก็เดินตามเยนาไปไม่ฟังแม้แต่คำบอกลาของคนที่ยืนงงๆอยู่ที่เดิมบ้างเลย ลงท้ายเป็นฮเวยอนเองนั่นละที่ยักไหล่ขึ้นอย่างช่วยไม่ได้

“แค่เครปยังคงไม่พอละมั้งเนี่ย ที่จะพิชิตใจซากุระจัง” เด็กสาวจึงกินเครปที่ได้คืนมาแทนด้วยไม่อยากทิ้งไปดื้อๆ

“เออ อร่อยแฮะรสนี้ เยนาก็พูดไม่ผิดหรอก...” ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์มือถือมากดอับโหลดวิดีโอช่วงที่ซากุระและเยนาเถียงกัน ส่งลงในห้องสนทนาที่แจ้งข่าวมาให้ ด้วยต้องการอยากจะเอาคืนเล็กน้อย พรุ่งนี้สองคนนั้นได้วิ่งมาโวยวายกับเธอแน่ๆ ฮเยวอนคิดอย่างนึกสนุก 
.

.

.

“เยนายา เยนายา”

ในที่สุดก็เดินตามมาทันจนได้ ไม่รู้ว่าเพราะคนเดินนำไปก่อนยอมลดฝีเท้าลง หรือว่าคนเดิมตามหลังกันแน่ที่ไล่จนทัน แต่พอซากุระดึงที่แขนเสื้อของเยนาเอาไว้ เจ้าคนผมหางม้าก็หยุดเดินก่อนจะหันมามองกัน

“ตามมาทำไมเนี่ย ไม่ไปกับฮเยวอนล่ะ” พอถูกพูดตัดพ้อมาแบบนั้น ซากุระก็ไม่แน่ใจนักหรอกว่าเยนางอนกันหรือเปล่า แต่เจ้าปากที่ยื่นออกมาคล้ายปากเป็ดและหน้ามุ่ยๆแล้วซากุระก็ถือเอาว่าใช่ก็แล้วกัน

“จะไปทำไมอะ ก็อยากกลับบ้านแล้ว หิวข้าว”

“งั้นก็กินไอ้ที่อยู่ในมือไปก่อนแล้วกัน ลงรถไฟแล้วจะกินไม่ได้นะ”

เยนาชี้บอก ด้วยอีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงทางลงสำหรับรถไฟที่ใช้โดยสารกันประจำแล้ว บ้านของเยนาและซากุระไม่ได้อยู่ติดกันก็จริง แต่ห่างกันเพียงคนละตึก ทุกเช้าและทุกเย็นก็จะเดินไปและกลับพร้อมกันเท่านั้น ที่รู้จักกันเมื่อตอนยังอยู่มัธยมต้นเมื่อสองปีก่อน ก็เพราะเห็นว่าใส่ชุดนักเรียนโรงเรียนเดียวกันมาซื้อขนมในร้านสะดวกซื้อที่ตั้งอยู่ระหว่างตึกนั่นเอง

ทว่าท่าทีเงียบไปของซากุระ แล้วยังมองเครปในมือที่ใกล้จะละลายแล้วไปพลาง มองหน้าเยนาไปพลางทำเอาเด็กสาวเกาหลีเกาหัวแกร๊กๆอย่างสงสัย

“อะไรล่ะ กินไปสิ ไม่ต้องเกรงใจหรอก งั้นเอามานี่เลยถ้าไม่กินน่ะ” ตั้งท่าจะยื้อแย่งไปบ้าง ซากุระเลยดึงห่างไปสุดแขน โวยวายกลับบ้าง 

“อะไรกันเนี่ย ไหนบอกว่าไม่ชอบไง เยนาจะกินทำไมเล่า”

“ก็มันเสียดายของ แล้วก็จะได้รีบกินให้หมดเร็วๆด้วย อีกอย่างนะ...” เยนาให้เหตุผลที่ฟังดูแล้วเข้าท่า ซึ่งถ้ามาคิดให้ดีแล้วเจ้าตัวก็ควรจะคิดได้ตั้งแต่เมื่อครู่นะ ไม่รู้จะเสียเวลาเถียงกันทำไมอยู่นานสองนาน

“รสสตรอเบอร์รี่ครีมสดจริงๆก็ไม่เลวร้ายหรอก ฉันจะมาบังคับให้ซากุจังชอบตามฉันได้ไง”

พอได้ฟังดังนั้นทั้งซากุระแล้วก็เยนาจึงแบ่งเครปในมือกินกันจนหมด เด็กสาวสองคนกินไปพลางมองหน้ากันไปพลาง หัวเราะให้กับการทะเลาะกันในเรื่องเล็กๆน้อยที่เกิดขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน จนเป็นเรื่องชินชากันไปแล้ว ไม่มีใครโกรธใครกันได้ลงจริงๆหรอก

.

.

.

วิชาภาษาเกาหลีแบบที่เรียนในโรงเรียนมัธยมทั่วไปช่างเป็นเรื่องสาหัสหนักหนาสำหรับชาวต่างชาติแบบเธอนักละ แต่ดีที่มีตัวช่วยที่พึ่งพาได้ละนะ เพราะถึงซากุระจะพูดคุยได้ถนัดก็ตาม แต่กับเรื่องของการอ่านหรือการเขียนแล้วยังห่างไกล ไม่ต่างกับเด็กประถมด้วยซ้ำ โดยตัวช่วยที่ว่านั้นก็นั่งห่างไปไม่ไกลหรอก เรียนอยู่ห้องเดียวกัน

“แชยอน ไอ้ตรงนี้มันหมายความว่าไงอะ”

ซากุระเดินถือหนังสือเรียนภาษาเกาหลีในส่วนของเนื้อหาที่เพิ่งเรียนจบไปหาตัวช่วยที่ได้รับมอบหมายมาจากอาจารย์ให้ช่วยดูแลกัน ด้วยแชยอนเคยไปแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น แล้วยังเก่งทั้งภาษาเกาหลีและญี่ปุ่น เรื่องของการอธิบายเรื่องยากๆ อย่างการใช้ไวยากรณ์ในภาษาเกาหลีที่แสนโหดหินก็ถ่ายทอดออกมาให้เข้าใจได้ง่าย

นอกจากที่อาจารย์ให้ช่วยดูแลกันแล้ว ซากุระก็พอจะเดาได้ละนะว่าแชยอนน่ะมีใจให้กัน แบบเดียวกับฮเยวอนนั่นละ ต่างกับที่แชยอนน่ะจะแนวแนบเนียนหน่อยๆ ไม่กระโตกกระตากเท่าไร ส่วนฮเยวอนนั่นดูจะประกาศตัวอย่างไม่อายคนอื่นเท่าไรเลย ว่าชอบและสนใจกัน นี่เด็กผู้หญิงเกาหลีสมัยนี้เป็นอะไรไปหมดแล้วนะ คนญี่ปุ่นไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรเลย

ถ้าเทียบกันแล้วฮเยวอนก็สวยกว่านั่นละ แต่ถ้าให้เทียบรวมๆแล้วแชยอนเป็นคนที่เธอสนิทใจกว่าที่จะเดินเข้าไปพูดคุยด้วยก่อน ถึงแม้ว่าเรื่องนั้นจะเป็นการชวนคุยกันเรื่องเรียนก็ตาม เพราะแชยอนยังไม่ค่อยทำให้เธออึดอัดใจสักเท่าไร เพราะความไม่กระโตกกระตาก ชอบแอบมองกัน หรือส่งคำพูดแสดงความห่วงใยมาเสียมากกว่า ซึ่งเป็นการเข้าหากันคนละแบบกับฮเยวอนที่ชอบทำอะไรโจ่งแจ้ง อย่างเช่นตอนนี้ ที่เจ้าตัวเดินผ่านเพื่อนคนอื่นเข้ามาหากัน จากนั้นก็ยืนข้างๆโต๊ะเรียนแล้วก็ชวนเสียงดัง

“เย็นนี้ไปคาเฟ่เปิดใหม่ตรงหัวมุมถนนกันไหม ซากุระจัง”

“เอ่อ...” แน่นอนว่าซากุระน่ะไม่อยากไปกับฮเยวอนแค่สองต่อสองอยู่แล้ว เลยอ้างถึงคนที่ต้องกลับบ้านไปด้วยกันทุกวัน

“ไม่ได้หรอก ฉันนัดกับเยนาไว้แล้วน่ะ มีเกมใหม่ต้องเล่นกันเย็นนี้” ซากุระไม่ได้โกหกนะ เพราะก็เคยคุยกับเยนาเอาไว้ เพียงแต่แค่ยังไม่ได้กำหนดวันที่ตายตัวเสียหน่อย

“หื้ม แต่คาเฟ่นั่นมีแต่คนรีวิวว่าอาหารอร่อย เครื่องดื่มก็ด้วย การตกแต่งก็สวยอีก ซากุระจังน่าจะชอบนะ” ฮเยวอนยังคงตื้อ และระหว่างที่ซากุระกำลังคิดว่าจะใช้วิธีไหนที่จะได้ผลจริง อยู่ๆแชยอนก็เข้ามาช่วยกันเสียดื้อๆ 

“นี่ๆ ฮเยวอน” แชยอนยกมือขึ้นห้าม พลางยืนขึ้น “ซากุระจังบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ว่างน่ะ อย่าไปเซ้าซี้สิ” 

“เซ้าซี้ เอ...ฉันว่าก็ไม่ได้ถึงขั้นจะบังคับอะไรสักหน่อย แชยอนอย่าพูดเกินไปสิ”

ดูฮเยวอนจะโมโหเล็กน้อย เจ้าตัวกอดอกแล้วยืนจ้องหน้ากับแชยอนเสียอย่างนั้น ทำเอาคนรอบข้างที่เมื่อครู่ยังไม่มีใครสนใจ มัวแต่คุยอยู่กับกลุ่มเพื่อนตัวเองก็เลยหันมามองกันใหญ่ ซากุระเห็นท่าไม่ค่อยดีแบบนั้นแล้วก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยดี แล้วดูท่าคนที่ไม่ค่อยมีเรื่องมีราวอะไรกับคนอื่นเขาอย่างแชยอนก็ดูหัวเสียไม่เบาไปด้วย เธอกำลังคิดอยู่ว่าจะห้ามทั้งสองคนไม่ให้เปิดฉากปะทะคารมหรืออารมณ์กันแบบไหนดี พลันอีกตัวช่วยที่ไม่คาดคิด อย่างเยนาก็วิ่งทะเล่อทะเล่าเข้ามาหากัน เรียกว่าอยู่กลางวงของการทะเลาะเลยละ

“ซากุจังๆ ดูให้หน่อยสิ ทำไมเสื้อฉันมันแปลกๆ อะ ใส่ไม่ค่อยสบายเลย”

เจ้าคนที่ชอบมัดผมทรงห้างม้าอยู่เป็นนิจ ชี้ไปมาตามเสื้อนักเรียนให้ดู ซากุระเองที่เห็นจากหางตาแล้ว ทั้งแชยอนและฮเยวอนเองก็กำลังมองไปทางเยนาด้วยสายตาตกใจ

“ไหนๆ ดูหน่อยสิ” ซากุระถือใช้โอกาสนั้นพาตัวให้เดินออกจากจุดนั้นเล็กน้อย ก็พอดีกับที่คนอื่นๆ ในห้องดูจะละวางความสนใจไปจากพวกเธอแล้ว ส่วนซากุระที่กำลังสนใจเยนาอยู่ ก็เลยไม่ได้สนใจอีกสองคนที่เพิ่งเถียงกัน

“อะ รู้แล้วทำไมแปลกๆ ก็เยนาเล่นกลัดกระดุมผิดแถวนี่นา ดูสิๆ” เธอชี้ให้เยนาจอมซื่อบื้อก้มลงมองผลงานตัวเอง

“เนี่ย เอากระดุมหนึ่งไปติดรังดุมสอง กระดุมที่สองไปติดรังดุมสาม มันก็ผิดหมดเลยสิ โอ๊ย ฮิๆๆ”

พอเห็นความเด๋อด๋าของเยนาที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยก็ทำเอาหัวเราะแทบแย่ แต่ก็ต้องร้องว้ายออกมาเสียดังลั่น เมื่อเจ้าคนติดผิดตั้งท่าจะแกะกระดุมออกแล้วติดใหม่เอาตอนนี้

“เธอจะบ้าเหรอ ไปแก้ที่ห้องน้ำไป โอย เยนาบ้า!” ซากุระเอ็ดใหญ่แล้วรีบเดินจูงมือของเยนาให้เดินตาม ซึ่งเยนาก็ยินยอมโดยดี

...โอย พ้นเสียที...ซากุระคิดระหว่างที่จูงมือเดินนำหน้าเพื่อนไปทางห้องน้ำที่ตั้งอยู่อีกฟากนึง เธอขอบใจที่เยนานำปัญหาชวนหัวแบบนี้มาให้เธอช่วยแก้ไข อย่างน้อยมันก็ช่วยเธอให้ออกจากเรื่องวุ่นวายได้ชั่วคราว

...เธอไม่ได้ชอบคัง ฮเยวอน หรือว่าอี แชยอน ในแบบที่สองคนนั้นต่างตกหลุมรักเธอ ...แต่ในใจก็ไม่อยากขับไล่ไสส่งกัน เพราะอย่างน้อยก็น่าจะมีมิตรภาพที่เธออยากคงไว้กับสองคนนั้น อยากเป็นเพียงเพื่อนกับแชยอน กับฮเยวอน และที่สำคัญ ซากุระว่าคงไม่อาจคิดได้จริงๆ อาจเพราะตอนนี้ เธอก็เริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว สำหรับความรู้สึกพิเศษที่มีให้ใครบางคน

...โดยเฉพาะกับ...

“ทำไมถึงได้ติดกระดุมมาผิดละเนี่ย เยนานี่ละก็เป็นเด็กอนุบาลหรือไงนะ”

ซากุระรีบดึงตัวเองมาจากความคิดในหัว ไม่รู้ที่เผลอไผลคิดแบบนั้นไปเหตุเพราะว่าจับมือเยนาอยู่หรือไงนะ แต่ก็เป็นจังหวะที่เธอและคนที่ตามหลังมาถึงห้องน้ำพอดี โชคดีที่ไม่มีใครอยู่ ต่อให้เยนาแกะกระดุมออกตอนนี้ก็ไม่มีใครเห็น...ไม่สิ ยังมีตัวเธออีกคนนี่หว่า นึกได้แบบนั้นก็เลยรีบมองไปทางอื่น รวมไปถึงระวังไม่หันไปทางกระจกที่อาจสะท้อนภาพให้เห็นจากด้านหลังด้วย

“ก็เมื่อเช้าฉันตื่นสายนี่นา รีบเกิน ติดถูกติดผิด” เยนาแก้ตัว ทำเอาซากุระละอยากบ้องหัวสักที เธอก็ชอบเล่นเกมเหมือนกันนั่นละ แต่รู้ว่าควรนอนไม่ให้มันดึกจนเกินไป

“คราวหลังก็นอนให้มันเร็วๆสิ”

“ได้ค่าได้เลย แม่คนป๊อบ” พอเธอได้ยินแบบนั้นก็เผลอหันหน้าไปทางเยนา โดยลืมสาเหตุที่เมื่อครู่แกล้งหันหน้าหนีไปเสียสนิท ดีนะที่เยนาเพิ่งกลัดกระดุมใหม่เสียเรียบร้อยแล้ว ไม่อย่างนั้นได้เห็นอะไรที่ไม่ควรจะเห็น ได้ร้องโวยวายใส่เยนาที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักนิดแน่ๆ

“มะ...หมายความว่าไง คนป๊อบอะไรของเธอ” ซากุระแกล้งทำเป็นโมโห ซึ่งเยนากลับหัวเราะใส่กันเหมือนกับว่าเธอนั้นช่างไม่รู้อะไรเอาเสียเลย

“ก็ตะกี้อะ ไม่ใช่ฉันไม่เห็นนะ ในห้องเรียนที่ซากุระจังผู้แสนฮอตกำลังถูกคุณหนูฮเยวอนกับเด็กเรียนอย่างแชยอนแย่งกันจีบอยู่ ถึงได้บอกว่าป๊อบนะเรา กิ้วๆ ว่าแต่จะเลือกคนไหนดีจ๊ะ” พูดพลางทำหน้าล้อเลียนไปพลาง

“โอ๊ย เยนาพูดอะไรก็ไม่รู้ ไร้สาระ”

หงุดหงิดกับคำแซวนั้นก็เลยเดินหนีออกมาจากห้องน้ำเสียดื้อๆ รู้แบบนี้เธอละน่าจะปล่อยให้ใส่เสื้อติดกระดุมผิดไปทั้งวันเลย ไม่น่าช่วยหรอก ซากุระน่ะไม่สนใจหรอกว่าใครจะซุบซิบอย่างไร ตลอดเวลาคนก็ชอบนินทาเด็กต่างชาติอย่างเธออยู่แล้ว ดีที่ไม่เข้ามารุมกลั่นแกล้งแบบที่เคยได้ยิน อาจเพราะพวกเด็กดังๆหลายคนชอบเธอ

นอกจากฮเยวอน หรือแชยอนแล้ว พวกนักเลงประจำโรงเรียนอย่างคู่หูอันยอง หรืออัน ยูจินกับจาง วอนยองที่ใครต่อใครต่างพากันขยาดป่าวประกาศไปทั่วว่าห้ามใครแตะต้องเธอ ไม่อย่างนั้นโดนจับเชือดแน่ แค่เพราะซากุระเคยช่วยสองคนนั้นติววิชาภาษาญี่ปุ่นให้ เพราะยูจินเดินมาขอร้องกันดื้อๆ และซากุระที่ว่าง่ายก็อยากผูกมิตร ทั้งที่ไม่เคยได้รู้กิตติศัพท์อะไรของทั้งคู่มาก่อนด้วยซ้ำ แต่ยังดีที่สองคนนั้นไม่คิดจะจีบเธอบ้าง ไม่อย่างนั้นมีหวังชีวิตได้วุ่นวายกันไปใหญ่ ซากุระเลยพอใจที่จะออกไปเที่ยวเล่นกับสองคนนั้นบ้าง รวมไปถึงการพกเยนาให้ไปด้วยกัน ซึ่งดูเหมือนเยนากับยูจินจะเข้ากันได้ดีไปเสียอีก

ใช่ เธอไม่สน เพราะคนที่สนใจหรือว่าแคร์ในคำพูดและความคิดเพียงคนเดียวน่ะ ก็มีแต่เจ้าคนที่เดินต้อยๆตามหลังมานี่ละ ซื่อบื้อไม่มีใครเกิน ชเว เยนาเขาละ

“ซากุจัง เฮ้อ ซากุจัง จะรีบไปไหนเนี่ย” เยนากึ่งเดินกึ่งวิ่งตามมา เธอรำคาญมากเข้าก็หันหลังไปชี้หน้าเพื่อน ก่อนจะขู่ใส่แบบเจ้าแมวขี้โมโห

“อย่าตามมานะ วันนี้ก็จะกลับก่อน เยนาไม่ต้องเดินตามด้วย”

แล้วเธอก็เดินสะบัดหนีไป กลับไปทางห้องเรียน ส่วนเยนาที่กำลังงงก็ยอมทำตามที่เธอพูดอย่างว่าง่าย แต่ก็ไม่วายร้องตะโกนถามกันด้วยความงุนงงว่าตนเองน่ะทำอะไรผิด ถึงได้โดนโกรธเอา

“ซากุจัง...หวาๆ โกรธอะไรของเค้าเนี่ย”

ไม่รู้ก็ไม่ต้องรู้...ไม่ต้องรู้อะไรสักอย่างหรอกเยนา ไม่รู้ไปตลอดชีวิตนั่นละ 
.

.


ไม่รู้เหมือนกันว่าเยนาคิดอย่างไร เช้าวันต่อมาก็ดันโผล่มายืนยิ้มเผล่ ใต้ทางออกคอนโดที่บ้านเธอตั้งอยู่ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติที่ทั้งเธอและเยนาจะไปโรงเรียนด้วยกันทุกเช้าอยู่แล้ว แต่เยนาลืมไปหรือไงกันนะว่าเธอขู่เอาไว้ไม่ให้ตามกันมาน่ะ

“บอกแล้วให้ต่างคนต่างไป จะมารอทำไม” แต่จริงๆแล้วซากุระก็หายโกรธเยนาแล้วละ แต่เจ้าเด็กผมทรงหางม้าก็คงคิดว่าจะมาง้อกันในสิ่งที่เจ้าตัวเองก็คงยังไม่รู้ตัวว่าโดนโกรธเรื่องอะไร รู้แต่เพียงมายืนขวางไว้แต่เช้า ไม่วายยื่นกล่องใส่อาหารเล็กๆให้กล่องหนึ่ง

“ก็เผื่อไง..แล้วนี่ก็เป็นโดนัทที่แม่ฉันทอดไว้เมื่อคืน ฉันขอแม่มา บอกแล้วว่าจะเอาให้ซากุระไง เลยแถมมาให้ตั้งสามชิ้นแน่ะ แล้วก็นะ....มีความลับจะบอกด้วย” เยนาพูดพลางเปิดกล่องอวด และเจ้าโดนัทนั้นเป็นแบบมีรูตรงกลางเคลือบน้ำตาลที่ดูน่ากินทีเดียว แต่ซากุระก็ยังเงียบต่อ เพราะอยากรู้ว่าเยนาจะโม้อะไรต่อ

“ฉันคลุกน้ำตาลเองเลยนะ แม่ฉันให้ช่วยทำให้น่ะ แม่บอกงานง่ายๆ ฉันน่าจะทำได้” ดวงตาของเยนาตอนที่พูดอวดนั้นเป็นประกายเหมือนรู้ว่าวันนี้เป็นวันศุกร์ หรือว่าพ่อบอกจะเลี้ยงพิซซ่า ไม่รู้ดีใจอะไรนักหนาของเขา แต่ซากุระจะใจอ่อนสักหน่อยก็ได้

“ก็ได้ๆ” แกล้งยื่นมือไปรับอย่างเสียไม่ได้ แต่เยนากลับยิ้มแฉ่ง แล้วปิดฝากล่อง หย่อนมันลงถุงตามเดิม แล้วค่อยๆยื่นให้

“กินตามสบายนะ ฉันลองกินไปเมื่อคืนที่แม่เขาลองทำไปก่อนแล้ว อร่อยมากๆเลย ซากุจังจะไม่ผิดหวัง” เยนาโม้เต็มที่ แล้วเป็นซากุระเองนั่นละที่เรียกให้เยนาเดินตาม

“รู้แล้วละน่า มาสิ ไม่งั้นไปสายกันทั้งคู่หรอก ฉันจะแกล้งบอกอาจารย์ว่ามาสายเพราะเยนาทำให้ฉันช้า” ทำทีเป็นขู่ไปแบบนั้น แต่ในใจของเธอไม่ได้โกรธอะไรเยนาแม้แต่นิดเดียวแล้วละ แต่ช่วงเช้าวันนี้ก็ขอไว้ฟอร์มกันก่อนแล้วกัน อย่างการทำเป็นเฉยชาใส่เยนา แต่ใจของเธอก็กระหวัดไปถึงเจ้าโดนัทที่อยู่ในกล่อง ให้ตายสิ ไม่อยากจะแบ่งใครเลย โดนัทที่เยนาทำ เธออยากกินคนเดียวให้หมดเลย...

กระนั้น พักกลางวันก็มาถึงช้าจนใจนั้นร้อนรำคาญไปหมด ซากุระรีบๆกินข้าวกล่องจนหมด แล้วจึงหยิบกล่องโดนัทออกมา กินสักชิ้นหนึ่งแล้วกัน ตกเย็นค่อยชวนเยนาไปกินด้วยกันอีก เอาเป็นแถวถนนเลียบแม่น้ำ ที่ช่วงนี้อากาศแจ่มใส จนมีคนมานั่งเล่นประปรายแล้วให้เยนาซื้อชาสักขวดมากินแกล้มกันคงจะเข้ากันดี

เธอคิดเรื่อยเปื่อย แต่ก่อนที่จะได้ส่งโดนัทเข้าปาก อยู่ๆก็มีฮเยวอนที่มาจากไหนไม่รู้โผล่มาข้างๆ ซากุระสะดุ้งตัวตกใจและปล่อยโดนัทหลุดออกจากปลายนิ้ว ดีที่มันร่วงตุ้บลงกล่องดังเดิม ไม่อย่างนั้นเยนา ไม่สิ ต้องเป็นซากุระที่ร้องไห้เสียใจและเสียดายแน่ๆ

“ทัศนศึกษาเดือนหน้าเขาประกาศรายชื่อคนที่จะได้นอนห้องเดียวกันแล้วนะ ฉันได้นอนห้องเดียวกับซากุระด้วยละ” ฮเยวอนดูยิ้มแป้นดีใจ แต่ซากุระน่ะจะไม่หลงกลอีกคนเข้าหรอก

“นี่ๆ แต่ห้องนึงนอนเบียดกันตั้งสี่คนนี่นา อีกสองคนน่ะเป็นใครเหรอ” ถามไปอย่างรู้ทันแต่ก็ไม่วายตื่นเต้น ด้วยการไปทัศนศึกษามันก็คือการออกไปเที่ยวต่างจังหวัดดีๆเองเนี่ยละ คนต่างชาติแบบเธอก็จะเป็นครั้งแรกที่ออกไปเที่ยวข้างนอกโซลกับเขาบ้างสักที

“ก็แชยอนกับเยนาไง ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่สนิทใจด้วย” ฮเยวอนพูดเหมือนรู้ใจ อันที่จริงซากุระไม่ถือหรอกว่าจะต้องนอนกับใคร แต่ถ้าเป็นอีกสองคนที่พูดมาเธอก็สบายใจมากกว่าคนอื่นแค่นั้นเอง ซากุระยิ้มให้อีกคนอย่างรู้กัน แต่ฮเยวอนที่เห็นโดนัทตรงตักเธอก็ทักขึ้น

“หื้ม โดนัทนี่นา ทำเองเหรอ”

“ปะ....เปล่าหรอก เยนาเอามาให้น่ะ” พูดพลางเหลือบมองคนที่กำลังแกะซองขนมปังกินอีกชิ้นหลังจากกินข้าวกล่องไปจนหมดแล้ว ปกติช่วงกลางวันน่ะเยนาจะไม่ค่อยเข้ามาคุยด้วยเท่าไรหรอก เพราะติดตีเกมกับอัน ยูจินที่วิ่งมาจากอีกห้องมาเล่นด้วย ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับเธอหรอก เพราะเวลาของเยนาน่ะมีให้กันตอนเช้าและตอนเย็น ไปตลอดจนถึงค่ำอยู่แล้ว

“กินหน่อยได้มะ ดูดีอะ” ฮเยวอนขอกันดื้อๆ ตามประสาคนชอบกินขนม ซากุระหัวเราะก่อนจะหยิบโดนัทในกล่องมาฉีกแบ่งครึ่งแล้วส่งให้ฮเยวอน

“กินข้าวอิ่มแล้วน่ะ กินแค่ครึ่งชิ้นก็พอเนอะ” อีกคนเขาอาจอยากกินทั้งชิ้นก็ได้ แต่ซากุระก็ดักคอเอาไว้ก่อน เพราะแผนการนั่งชิลริมแม่น้ำจะขาดโดนัทอีกสองชิ้นไม่ได้เลยนี่นา

“เย้ ขอบคุณ” ฮเยวอนไม่ได้ว่าอะไร เพียงรับโดนัทจากนิ้วของเธอไปแล้วส่งเข้าปาก ส่วนอีกครึ่งชิ้นนั้นเธอกำลังจะกินเองบ้างแล้ว แต่อยู่ๆฮเยวอนก็ทำสิ่งที่น่าตกใจด้วยการโยนโดนัทในมือที่เหลือลงพื้นดื้อๆ!

“โอ๊ย เค็ม!” เจ้าตัวร้องโวยวายลั่นก่อนจะคว้าขวดน้ำบนโต๊ะเธอไปดื่มอักๆรวดเดียวจนเกือบหมดขวด ซากุระที่กำลังงงก็เอาแต่มองฮเยวอนเลยยังไม่ได้กินสักที อาจเพราะไอ้คำว่าเค็มจากปากฮเยวอนนั่นต่างหากที่ทำเอาติดใจ

ซากุระเลยหยิบกระดาษทิชชู่ออกมาห่อเจ้าโดนัทแหว่งๆนั่นขึ้นมาดูให้แน่ใจ เปรียบเทียบกับอีกครึ่งชิ้นในมือ และอีกสองชิ้นในกล่อง แล้วเพ่งมองดีๆ ก่อนจะเข้าใจแล้วว่าทำไมฮเยวอนถึงได้อุทานออกมาแบบนั้น

“ใครใช้ให้เอาเกลือคลุกโดนัทเนี่ย! เยนามันจะแกล้งเธอหรือเปล่า” ฮเยวอนโวยวายลั่น เรียกให้เจ้าของชื่อหยุดจากการเล่นเกมแล้วหันมามองกัน ซึ่งคนที่ไม่ได้ออกไปไหนตอนพักก็เริ่มมองมาทางเดียวกันแล้ว

“กะ...เกลือ จะบ้าเรอะ มันจะเป็นไปได้ยังไง เมื่อวานตอนฉันกินยังหวานปกติเลย” เยนาโวยวายแล้วเดินมาทางนี้บ้าง เจ้าตัวหยิบหลักฐานมือซากุระไปดู ส่วนซากุระก็แอบแตะนิ้วกับเกล็ดสีขาวนั่นกับปลายลิ้นเพื่อชิมรส แล้วก็ค้นพบว่าที่ฮเยวอนว่านั้นไม่ผิดหรอก

“เยนาบอกว่า...สามชิ้นนี้คลุกเองใช่ไหม” ซากุระถาม เยนาก็พยักหน้ารับ สีหน้ามั่นอกมั่นใจของเยนานั่นทำเอาเธอยากหัวเราะออกมาเสียจริง

“ก็หยิบขวดที่ใส่เกล็ดสีขาวๆมาเทกับกระบะ แล้วคลุกโดนัทลงไปไง มันจะไปเค็ม...” เยนาพูดแล้วลองกัดโดนัทกินบ้าง ซึ่งยังไม่ทันจะกลืนลงคอหรอก คายออกมาแทบไม่ทัน

“เฮ้ย เค็มจริงๆ ด้วย หยิบขวดผิดเหรอเนี่ย เห็นขาวๆ เหมือนกัน” หน้าตาเหรอหราของเยนาเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนๆ ยกใหญ่ มันเป็นสีขาวๆ เหมือนกันก็จริง แต่ลักษณะน่ะต่างกันจะตาย แต่เยนาก็ไม่ใช่คนเข้าครัวอยู่แล้ว จะหยิบผิดหยิบถูกก็ไม่แปลก

“โอ๊ย บ้าจริง อะไรของเยนาเนี่ย ต๊องชะมัด” ฮเยวอนทำท่าอยากทุบหัวเพื่อน แต่ก็ไม่วายชี้มาทางโดนัทที่เหลือ

“เอาไปทิ้งเลยนะ อย่าฝืนกินไปละ มันไม่คุ้มกับการฟอกไตนะ” ขู่เสร็จก็จากไป บ่นๆ ว่าจะไปหาน้ำกินแก้เค็ม ปล่อยให้เยนาและซากุระมองหน้ากัน แล้วก็ยิ้มอย่างจนแต้มให้ทั้งคู่นั่น ซากุระเก็บโดนัทที่เหลือมากองรวมกันแล้วเอาไปทิ้งทีเดียว ส่วนเยนาได้แต่ยืนหัวเราะ ทำหน้าขอโทษขอโพยมาให้ ซึ่งยิ่งเห็นท่าจ๋อยๆ ของเยนาแล้ว เรื่องของแผนการไปนั่งเล่นริมน้ำก็คงต้องเลื่อนไปก่อน คนอะไร แค่แยกเกลือกับน้ำตาลยังแยกไม่ออกเลย

เยนายืนเกาหัวแกรกๆ สลับกับการมองหน้าเธอไปด้วย มองโดนัทที่ว่านั้นไปด้วย ลงท้ายแล้วทั้งเธอและคนเด๋อด๋าก็มองแล้วและหัวเราะออกมาพร้อมกันเสียยกใหญ่ มีเสียงแซวจากเพื่อนในห้องของคนที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นระลอกๆ

...คนอะไรไม่รู้ ไร้เดียงสาสิ้นดี...ทำไมถึงได้น่าเอ็นดูในความซื่อบื้อมากขนาดนี้นะ...จนแล้วจนรอด ซากุระก็ไม่เคยโกรธเยนาได้ลงสักครั้งอยู่ดี ถึงจะหงุดหงิดไปบ้าง แต่เธอก็ลืมมันได้รวดเร็วตลอด คงเพราะความใจอ่อนที่มี เยนาทำให้เธอหายโกรธกันง่ายจนเกินไป

...ความสุขในทุกครั้งที่ได้อยู่กับเยนานั้น ไม่มีใครให้กันได้เลย ความรู้สึกเบาบางที่ช่างมีชีวิตชีวา มีสีสันแสนอบอุ่นใจ ก่อร่างสร้างตัวอยู่ในใจกันวันละเล็กวันละน้อย กว่าซากุระจะรู้ตัวนั้น เยนาก็เข้ามาเป็นทุกอย่างในชีวิตกันแล้ว แล้วเยนาล่ะ จะคิดเหมือนกันหรือเปล่านะ เธอเองก็ไม่เคยกล้าที่จะถามออกไปสักที กลัวว่าเยนาจะบอกว่าคิดกันแค่เพื่อน และกลายเป็นความกระอักกระอ่วนที่ผลักไสทั้งสองให้ไกลห่าง ถ้าจะต้องเป็นแบบนั้นจริง ก็สู้เก็บเอาไว้ในหัวใจก่อนก็แล้วกัน  
.

.

.

มีต่อ 
SHARE

Comments

Sayuu89
7 months ago
<3
Reply
Shallot
7 months ago
ตอนเถียงกันเรื่องเครปนี่หิวตามเลยค่ะ โดนัทนี่ก็นะ จดจ้องอยู่ตั้งนาน เค็มซะงั้น5555 เป็นฟิคคู่นี้เรื่องแรกเลยค่ะที่อ่าน ไม่รู้เคยมีคนเขียนรึยัง แต่เป็นเคมีที่น่ารักมากเลย
Reply
THEKYUL
7 months ago
อ่านแล้วให้ความรู้สึกแบบการ์ตูนญี่ปุ่นเลยค่ะ มีเหตุการณ์ที่เป็นพล็อตของมันในแต่ละช่วง ทำให้ได้เห็นนิสัยของแต่ละตัวละครชัดมากเลย เดี๋ยวไว้ไปอ่านตอนต่อไปก่อนนะคะ ลงทีเดียวเลย ยาวมากก ขอบคุณมากเลยค่าา
Reply
retirw
7 months ago
อยากอ่านเยนสามานานแล้วค่ะ ฮือออ ขอบคุณที่แต่งนะคะ ㅠㅠ เจ้าเยนในเรื่องที่อย่างกับตัวจริง55555555 ต๊องๆดูน่าแกล้งไปหมด
Reply
mimaow
7 months ago
เพิ่งเข้ามาอ่านค่า ต้องขอเม้นตอนนี้ก่อนเลย แต่งเคมีเยนสาได้น่ารักมากกกกกกก เจ้าเยนเด๋อเหมือนตัวจริงเลย5555555 เป็นกำลังใจให้ค่าขอบคุณที่แต่งเยนสานะคะ เคยอ่านแต่แบบจอยดีใจมากเลยที่มีคนแต่งแบบบรรยายด้วย ขอบคุณจริงๆนะคะฮือ
Reply