Chapter 2
เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาเพิ่งได้รู้ว่าเจดีย์พุกาม ที่ประเทศพม่า ที่อยากไปนักอยากไปหนา 
แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปสักที ได้ปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวปีนขึ้นไปชมวิวของเมืองทั้งเมืองบนเจดีย์ (เหลือแค่ทางเดียวที่จะดูวิวสวยๆได้คือการนั่งบอลลูน ซึ่งก็ต้องเสียหลายตังอยู่) 
...
พออ่านข่าวจบก็ได้แต่มานั่งนึกว่า มีอีกหลายที่มากที่อยากไป แต่ยังไม่ได้ไป และมีอีกหลายอย่างที่อยากทำแต่อาจจะไม่ได้ทำแล้วเพราะมั่วแต่รอ รอ และรอ 
...
การไปปีนเขา ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ยังไม่เคยทำ อาจจะเพราะเราชอบทะเลมากกว่า
เราเลยไม่ค่อยไปเที่ยวภูเขาซะเท่าไหร่ แม้กระทั่งฤดูหนาว หรือช่วงใกล้สิ้นปี 
ที่หลายคนมักบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องขึ้นเขาไปรับอากาศหนาว ชมทะเลหมอกบนเขา 
เรายังพยายามสรรหาทะเลที่เหมาะแก่การไปเที่ยวหน้าหนาวมากกว่าอยู่ดี
เราไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าการไปเที่ยวภูเขาต้องเตรียมอะไรไปบ้าง 
หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือไม่ได้สนใจจะรู้มากกว่า
...
แต่ก็ใช่ว่าทั้งชีวิตจะไม่เคยไปเที่ยวภูเขาซะเมื่อไหร่
เมื่อต้นปีเพิ่งไปเที่ยวเขาค้อมา เป็นภูเขาที่ต้องใช้ความชำนาญอย่างมากในการขับรถ
เมื่อปลายปีที่แล้วไปเที่ยวเชียงคาน ก็ขับรถขึ้นไปดูวิวพระอาทิตย์ขึ้นบนเขาสักลูกอยู่หมือนกัน
เมื่อครั้งสมัยประถมก็เคยไปเที่ยวที่ภูเรือกับก๋ง+ยาย นานเกือบสัปดาห์
สมัยมัธยมนั้นก็อีก ได้ไปนอนกางเต้นข้ามปีในไร่ของญาติ(ของน้าสะไภ้อีกที) บนภูเขาที่เชียงใหม่

ถึงแม้จะไม่ใกล้กับการปีนเขาที่พูดถึง แต่อย่างน้อยก็เป็นภูเขาอ่ะเนอะ
...
และ ครั้งหนึ่งเราเคยมีบ้านอยู่บนเขา
(เป็นบ้านพักในที่ทำงานของพ่อเรา)
สมัยที่ยังเป็นเด็กเรียนอยู่ชั้นอนุบาล บ้านพักของพ่อเราอยู่บนส่วนที่สูงที่สุดของภูเขาลูกที่เราอยู่ เรียกได้ว่าอยู่บนยอดเขาเลยก็ว่าได้ ภูเขาสูงพอประมาณให้มองเห็นบ้านเรือน ผู้คน และวิวบางส่วนของเมืองได้บ้าง ข้างหลังบ้านก็เป็นภูเขาอีกลูกที่ใหญ่กว่า และอีกลูก และอีกลูก ซ้อนๆกัน
โชคดีที่ภูเขาที่เราได้เห็นในตอนนั้น(ซึ่งก็คือภูเขาหลังบ้าน) มีต้นไม้ป่าขึ้นเต็มไปหมด
แต่ภูเขาลูกที่เราอยู่ตอนนั้น จะมีต้นยูคาลิปตัสซะมากกว่า
เรียกได้ว่าอุดมสมบูรณ์สุดๆ ชนิดที่เคยมีคนจับเต่าป่ามาต้มกิน โดนใช้กระดองของเต่าเป็นหม้อต้ม
อื้ม.. วิถีชีวิตชาวเขาเขาล่ะ จะว่าก็ไม่ได้.
...
แต่ การเคยมีบ้านอยู่บนเขาอาจจะเป็นสาเหตุที่เราไม่ชอบภูเขาก็ได้
เราไม่ชอบกลิ่นของต้นไม้บนภูเขา ยิ่งตอนฝนตกเรายิ่งไม่ชอบ
แม้ในตอนนี้ก็จะปิดประตู หน้าต่างทุกครั้งที่ได้กลิ่น
สมัยนั้นพ่อเราดื่มเหล้าเป็นประจำ และด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์
ทำให้พ่อทะเลาะกับแม่แทบทุกวัน บางวันถึงขั้นลงไม้ลงมือ
เราที่ยังเด็กมาก ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว
บางครั้งแม่ก็หนีไปหลบในป่าบนเขาหลังบ้านนั้นแหละ โดยทิ้งเราไว้ในบ้าน
(ซึ่งก็คงไม่ได้ไกลจากบ้านมากหรอก เพราะแม่ก็คงกลัวสัตว์ร้ายเหมือนกัน)  
...
ครั้งนึง ในความทรงจำบอกว่าเราอาจจะเคยหนีไปหลบด้วยเหมือนกัน หรือไม่ก็คงไปตามหาแม่
(ที่ความจริงแม่อาจจะแค่ไปบ้านเพื่อน ที่อยู่ตีนเขาก็ได้) 
มันเป็นวันที่ฝนตก อบอวลไปด้วยกลิ่นดินและกลิ่นหญ้าที่โดนน้ำฝน 
เราเดินฝ่ากลุ่มต้นไม้โดนใช้มือแหวกใบไม้และกิ่งก้านของมันออกเป็นระยะ 
ทั้งหนาว ทั้งเจ็บจากการโดนใบไม้บาด
แต่ถึงความทรงจำจะจริงหรือไม่จริง เราก็ไม่อยากได้คำตอบอยู่แล้ว
เพราะไม่ว่าแบบไหนมันก็ไม่ได้ส่งผลดีทั้งนั้น
...
และก็อีก จังหวัดที่เราอยู่สมัยอนุบาลอยู่ใกล้กับทะเล
เลยเป็นเหตุให้เราได้ไปเที่ยวทะเลบ่อยๆ ไปเช้าเย็นกลับยังได้เพราะใกล้มาก
มันเป็นช่วงเวลาที่เรียกว่ามีความสุขมากๆก็ว่าได้ เด็กที่ไหนก็ชอบเล่นน้ำทั้งนั้น
เราเลยชอบทะเลมากกว่าภูเขา เพราะมันมีความทรงจำดีๆมากกว่า
...
เราไม่ได้กลัวที่จะนึกถึงมัน แต่เราแค่ไม่รู้ว่าจะนึกถึงมันไปเพื่ออะไร

เราคิดว่า ไม่ช้าก็เร็ว เราคงได้ไปเที่ยวภูเขาสักแห่งอีกครั้งในเร็วๆนี้แน่ๆ
และหวังว่าสักวันเราจะเลิกเกลียดกลิ่นต้นไม้บนภูเขาเวลามันโดนความชื้นซักที 
(ซึ่งก็ชื้นอยู่ตลอดตามสภาพภูมิประเทศเขตร้อนชื้น)
...
By the way, ยังอยากไปพุกามอยู่นะ และคิดว่าจะหาทางไปให้ได้ในที่สุด 55555  

SHARE
Writer
TiMSUM
I'm finding my passion.
Feeder who feeding a street cat that said "Nobody know everythings".

Comments