Givin' up.
05.10.18



Happy Father’s Day 



Happy?



ก็คงจะแฮปปี้แหล่ะ
สำหรับหลายๆคนอาจจะได้อยู่กับพ่อ
กับครอบสุขสันต์



แต่



ไม่ใช่กับผม..




สำหรับผมแล้ว
วันนี้มันก็แค่วันธรรมดาที่แสนจะห่วยแตกวันนึงเท่านั้น



‘ เป็นวันที่เหนื่อยชิบหาย ’


ไฟลท์บังคับ
ต้องกลับบ้านหลังจากที่สอบไฟนอลเสร็จพอดี

พี่ : วันพ่อปีนี้กลับมาบ้านนะ ทุกคนเค้ากลับกันหมด มีแต่มึงแหล่ะ ตั้งแต่ไปเรียนก็ไม่กลับเลยนะ ไม่มาไหว้พ่อบ้างรึไง?

น้า : วันพ่อกลับมาบ้านนะ มาเจอกันทุกคนเลย

ป้า : วันพ่อกลับมาบ้านด้วยนะ

แม่ : กลับบ้านบ้างก็ดีนะลูก




โอ้ยย!! 
ก็ไม่อยากกลับ!
กลับวันอื่นก็ได้ป้ะวะ?
แต่ไม่เอาวันนี้!!

นั่นคือสิ่งที่ผมคิด
แต่ความเป็นจริงแล้ว
ผมได้แต่ตอบทุกคนไปว่า..

‘ อืม ’



และการกลับมาบ้านครั้งนี้ของผม
ก็ไม่ต่างจากที่คิดไว้นัก..

เรื่องเดิมๆ คำพูดเดิมๆ
ซ้ำๆซากๆ


: อ้าว ปีนี้กลับมาไหว้ตาด้วยเหรอ? ปีก่อนๆไม่เห็นมาเลย

: ก็พูดไป เด็กมันก็ไม่ว่างเป็นมั๊ยล่ะ อีกอย่างตาก็เป็นเหมือนพ่อมันนั่นแหล่ะ ไม่มีพ่อก็ไหว้ตาแทนละกันเนอะ

: ได้คุยกับพ่อบ้างมั๊ยล่ะ วันนี้วันพ่อนะ ไม่ไปกราบเค้าหน่อยเหรอ?



บลาๆๆๆๆ
ไม่มีเรื่องอื่นให้คุยกันเหรอวะ?

แต่ผมจะทำอะไรได้? นอกจากปั้นหน้ายิ้มรับคำพูดเหล่านั้น 

ทั้งๆที่ข้างในมันไม่เหลืออะไรให้พังแล้ว


นี่ไงผมถึงไม่อยากกลับมาวันนี้..

ทุกครั้งที่ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า
เรื่องของผมมักจะเป็นทอปปิคของบทสนทนาของพวกเขาเสมอ

ก็เรื่องที่ผมไม่มีพ่อ
เรื่องที่ผมโดนพ่อแท้ๆด่าว่าไม่ใช่ลูกเค้า

นอกจากนี้ก็คงไม่มีเรื่องอื่นอีกแล้วล่ะมั้ง..


คนเราแม่งชอบมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นเหรอวะ?



ผมต้องเจอกับอะไรแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่วะ?

ผมเคยคิดนะ
ว่าเรื่องราวมันก็ผ่านมานานแล้ว
เดี๋ยวเค้าเบื่อก็คงเลิกพูดกันไปเอง


แต่มันกลับไม่เป็นแบบนั้น..
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี
เรื่องของผมก็ยังคงเป็นเรื่องสนุกปากของพวกเค้าอยู่ดี


และผมก็เคยคิด
ว่าถึงแม้พวกเค้าจะไม่เลิกพูดเรื่องนั้น
พอเวลาผ่านไป ผมก็คงจะชินไปเอง..



แต่เปล่า..
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน
ผมก็ไม่เคยชิน..

ไม่เคยแม้แต่นิด!


ผมยังเจ็บกับพูดเหล่านั้นเหมือนเดิม

คำพูดที่ทำให้หัวผมฉายภาพเหตุการณ์วันนั้นซ้ำๆ

วันที่พ่อชี้หน้าด่าผม
วันที่เค้าบอก ว่าผม.. ไม่ใช่ลูกเค้า




คุณว่าผมเจ็บมั๊ย?
ที่ต้องทนฟังอะไรแบบนั้นซ้ำๆซากๆ

หรือผมควรจะต้องรู้สึกยังไง?





ผมแม่งอยากร้องไห้ชิบหาย


แต่ทำไม่ได้

ผมให้พวกเค้าเห็นว่าผมอ่อนแอไม่ได้..


ผมต้องฝืนขนาดไหนกันวะ?




หลังจากที่ไหว้พ่อเสร็จหรือตาของผมนั่นแหล่ะ
ก็ถึงคราวมื้ออาหารเย็นอันแสนอึดอัดในความรู้สึกของผม

ระหว่างนั้นทุกคนก็คุยกันสนุกสนานตามประสาคนไม่ได้เจอกันนานนั่นแหล่ะ

คงจะมีแค่ผมที่นั่งเขี่ยข้าวในจานเล่นข้างๆแม่และพี่ชาย

‘ อยากไปให้พ้นๆจากตรงนี้ซักที หงุดหงิด! หงุดหงิดโว้ยย! ’

ทั้งที่คิดแบบนั้น แต่ท่าทีที่ผมแสดงออกไปยังคงมีแต่ความเรียบเฉย..

ตา : เป็นอะไรเรา กับข้าวไม่อร่อยเหรอ?
ยาย : นั่นสิ เห็นนั่งเขี่ยข้าวมาพักนึงแล้ว

อาาา..
มองผมอยู่เหรอ


เมื่อตายายพูดขึ้นมาแบบนั้น ผมเลยกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนไปซะเลย..

: เปล่าครับ ผมยังไม่ค่อยหิวน่ะครับ ไม่มีอะไร

ผมตอบกลับตากับยายยิ้มๆ ไม่อยากให้คนแก่เป็นห่วง


แต่อยู่ประโยคนึงจากบุคคลที่มาใหม่
ก็ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าผมหายไปแทบจะทันที
: ขอโทษครับมาสาย พอดีเพิ่งเคลียร์งานเสร็จ

ป้า : เอ้า กำลังจะถามถึงพอดีเลย เห็นลูกชายคนโตเราบอกว่าปีนี้แกจะมา


ครับ
‘ พ่อผมเอง ’



บัดซบ!
เอาเข้าไปดิ..

ผมหันไปมองหน้าพี่ชายที่นั่งอยู่ข้างๆที่ไม่คิดจะบอกผมสักคำว่า ‘ เขา ’ จะมา..

: มีไรจะบอกกูมั๊ย?
ผมถามพี่
; ก็อย่างที่เห็น 

โอเค..



โอเคก็เหี้ยละ..

คุณคิดว่าผมอยากเจอเค้าป้ะ?
หลังจากที่ทำกับผมแบบนั้นอ่ะนะ?


ขอโทษนะ
ภาพนั้นมันฝังหัวผมจนลบไม่ออกแล้วล่ะครับ..


บุคคลผู้มาใหม่เดินมานั่งที่ว่างถัดจากพี่ชายผม
เขายิ้มให้แม่ผมนิดหน่อย

ผมยกมือไหว้พ่อ..
โดยมีแม่เอามือมาจับขาผมเบาๆคล้ายกับให้กำลังใจ

พ่อผมพยักหน้าให้ แต่ใบหน้านั้นกลับไม่มีรอยยิ้มให้กับผมแม้แต่นิด..

เขานั่งลงโอบไหล่ลูกชายคนโตสุดที่รักหัวแก้วหัวแหวน 
ไม่แม้แต่จะเฉียดปลายนิ้วมาโดนไหล่ผมด้วยซ้ำ..


เอาวะ ไม่โอเคก็ต้องโอเค!


ทุกคนก็ยังคงคุยกันสนุกสนานเหมือนเดิม

คงมีแต่ผมเท่านั้นแหล่ะที่ไม่อยากจะรับรู้อะไรอีกแล้ว

จนกระทั่งป้าพูดกับบุคคลที่เป็นพ่อของผม

ป้า : แกนี่ก็ดีนะ หย่าขาดกับน้องพี่แล้วยังมาหาสู่พ่อแม่อยู่ ดูลูกคนเล็กแกสิ นี่ถ้าไม่บังคับก็คงไม่กลับมาหรอกมั้ง


ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามระงับอารมณ์ที่มันกำลังเดือดดาลถึงที่สุด

แม่ลูบขาผมเบาๆ

ตา : พอได้แล้ว จะไปอะไรกับเด็กมัน

ผมถอนหายใจแรงๆ พลางก้มหัวขอบคุณตาที่ช่วยผมไว้

แต่ป้าแกก็ยังไม่หยุดแค่นั้น
ป้า : ก็จริงนี่พ่อ ดูมันทำตัวสิ

แล้วคุณคิดว่าผมจะทนไหวมั๊ยครับ?

แน่นอนว่าไม่..

ไม่สนแม่งแล้วมารยาทอะไรนั่นน่ะ ในเมื่อเค้าไม่มีมันกับผมก่อน

ผมวางช้อนส้อมลงกับจานเสียงดัง และมันก็เรียกความสนใจจากทุกคนได้เป็นอย่างดี

ผมได้ยินเสียงแม่ถอนหายใจ เพราะคงรู้ว่าคงรั้งผมไม่อยู่แน่ๆ

พี่ : มึง ใจเย็นๆก่อน

ณ เวลานั้นผมเหมือนคนที่โมโหถึงขีดสุด ไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น

: เย็น? จะให้กูเย็นอะไรอีก?
  สิ่งที่เค้าทำล่ะ เคยเห็นหัวกูบ้างปะ?
  
ผมตวาดใส่พี่เสียงดัง
ทุกคนต่างพากันเงียบ รวมทั้งพ่อผมด้วย

: เงียบกันทำไมครับ? ไม่พูดต่อล่ะ สนุกไม่เหรอเรื่องผมอ่ะ? ตลกกันมากไม่ใช่รึไง พูดสิ ต่อหน้าพ่อผมนี่แหล่ะ ล้อผมไปเลยว่าผมไม่ใช่ลูกเค้า เอาดิ เอาให้สาแก่ใจไปเลย!

ผมพูดพร้อมกับกวาดตามองทุกคน

ผมต้องใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อไม่ให้น้ำตามันไหลออกมา



ผมเหลือบตามมองพ่อที่เอื้อมมืิอมาแต่ะไหล่ผมแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก

: เหอะ! ไม่เต็มใจก็ไม่ต้องจับก็ได้ครับ ไม่ต้องการ

ผมพูดกับเขาไปแบบนั้น ทั้งๆที่ตัวผมก็เจ็บ
เจ็บกับคำพูดที่ตอกย้ำตัวเอง..

: ไม่พูดกันต่อเหรอครับ? ทำไม คิดว่าที่ผมไม่พูดเพราะผมไม่สู้คนหรือไง? พอผมพูดแล้วเงียบกันทำไมล่ะครับ?

แต่ทุกคนก็ยังเงียบ..
โอเค


: ไม่พูดเหรอ? งั้นผมไปนะ ทานข้าวกันต่อให้อร่อยนะครับ

ผมพูดแล้วลุกขึ้นทันที 
ไม่สนใจคำทักท้วงของใครทั้งนั้น
และก็ไม่ได้สนใจด้วยว่ามือที่จับไหล่ผมอยู่นั้นปล่อยไปตั้งแต่ตอนไหน..



ผมเดินออกมานั่งสวนหลังบ้านตา
ยุงจะกัดก็ช่างหัวมันเถอะ


เมื่อผมไม่ต้องอยู่ในสายตาใครแล้ว
เกราะความเข้มแข็งทั้งหมดที่ผมสร้างมาก็พังลงในพริบตา..

ผมปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมาเงียบๆ
กับบุหรี่ที่ถูกจุดขึ้นมาสูบ

ผมไม่รู้ว่าผมอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหน
ผมไม่รู้ว่าน้ำตาผมหยุดไหลไปหรือยัง
ผมไม่รู้ว่าผมสูบบุหรี่ไปแล้วกี่มวน..


จนได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา
ผมรีบปาดน้ำตาออกจากใบหน้ามันที


ตา : เราสูบบุหรี่ด้วยเหรอ?
ยาย : นั่นสิ ไม่เห็นเคยบอกตายยายเลย ฮึ

น้ำเสียงดุๆของตายายดังขึ้น ทำให้ผมโล่งใจไปหน่อย อย่างน้อยก็ไม่ใช่คนอื่นล่ะนะ

: ก็มีบ้างครับ
ผมตอบกลับไปแค่นั้น

ทั้งสองนั่งลงข้างๆผม
ผมจึงทิ้งบุหรี่ในมึงลงแล้วเหยียบให้มันดับไป

เขานั่งอยู่ข้างผมเงียบๆ โดยไม่พูดอะไร
ผมจึงพูดขึ้นก่อน

: มีอะไรเหรอครับ ออกมานั่งตากยุงตรงนี้ไม่ดีเลยนะ ขึ้นบ้านไปเถอะครับ เดี๋ยวผมตามไป

ผมพูดแล้วยิ้มให้ทั้งสองเหมือนที่ทำเป็นประจำ

แต่ทั้งสองกลับเมินคำพูดของผม

ตา : เหนื่อยมากเลยใช่มั๊ยลูก

ประโยคนั้นทำให้ผมอยากร้องไห้ออกมาอีกครั้ง
และเหมือนทั้งสองจะรู้ว่าผมกำลังฝืน

ยาย : อยากร้องก็ร้องเถอะลูก ตรงนี้มีแค่ตากับยายไม่มีใครเห็นหรอก

หลังจากนั้นน้ำตาผมก็ไหลราวกับเขื่อนแตก

: ตายายไม่โกรธผมใช่มั๊ยครับ วันนี้ผมนิสัยไม่ดีเลย

ผมพูดทั้งน้ำตา 

ตา : 555 ไม่โกรธหรอกลูก 
      คงอดทนมามากเลยสินะ มันก็เป็นธรรมดาที่จะทนไม่ไหวกันบ้าง

: ผมเหนื่อยแล้วครับ ตา ยาย ผมไม่อยากสู้กับอะไรแล้ว ผมเหนื่อย

ยาย : เหนื่อยก็พักนะลูก หายเหนื่อยแล้วมาสู้ใหม่นะครับ คนเก่งของยายเก่งมากแล้วนะ

ยายพูดแล้วดึงผมเข้าไปกอด
ตาลูบหัวผมเบาๆเหมือนกัน

ตา : ขึ้นบ้านกันเถอะ ยุงกัดแย่แล้ว

: ตายายไปก่อนเลยครับ ผมขออยู่ตรงนี้อีกสักพักนะ

ตา : อือ
ยาย : อย่าสูบบุหรี่เยอะนะเรา

: 555 โอเคครับ






ผมกลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้ง

พร้อมกับความคิดเดิมๆที่วนกลับมาในหัว

‘ เมื่อไหร่จะหายไปซักที ’



ผมไม่ได้ขอให้เรื่องราวเหล่านั้นหายไป
ผมไม่ได้ขอให้คนรอบตัวหายไป
และก็ไม่ได้ขอให้โรคที่เป็นอยู่หายไปด้วย

เพราะดูๆแล้ว เจ้าหมาดำตัวนี้คงจะอยู่กับผมไปอีกนาน..


แต่สิ่งที่ผมขอให้มันหายไปซักที
ก็ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจาก..



‘ ตัวผมเอง ’




หายไปซักที..


ผมเหนื่อย




ผมทนไม่ไหวแล้ว..













SHARE

Comments

sadgirl_l
11 days ago
สู้ไปกับเราก่อนนะ เราอยากจะปลอบเเต่ไม่รู้จะทำยังไงให้กระทบคุณน้อยที่สุด เราเข้าใจความรู้สึกคุณนะ เราไม่ต่างกับคุณเลย เราพยายามจะสู้เหมือนกัน พยายามไม่ป้อนความทุกข์ให้กับหมาตัวนั้น กลัวว่ามันจะตัวใหญ่ขึ้นจนกลืนกินคนที่เป็นผู้ป้อนอาหารอย่างเรา อยู่บนโลกนี้กับเราก่อนนะ อยู่เพื่อมองความสำเร็จของตัวเองก่อน💛
Reply
mheefromnowhere
10 days ago
เราเข้ามากอดคุณนะ เราเข้าใจมากๆเลย สู้ไปด้วยกันนะ  : )
Reply
someoneinarea
10 days ago
เราเข้าใจคุณนะ เพราะเราก็เป็นแบบคุณนี่แหละ :-)

กับคำว่าเราไม่ใช่ลูกของพ่อ และเราก็กำลังเรียนเหมือนคุณเลย
เราแค่อยากจะบอกคุณว่าอดทนนะ อดทนให้มากๆนะคุณ
อดทนให้มากที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ ถึงแม้มันจะเหนื่อยที่ไม่มีใครเข้าใจเราหรือไม่มีใครอยู่ข้างๆเรา แต่เราเชื่อว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไปนะ
เรารอเรียนจบแค่นี้เท่านั้น แล้วเราก็จะจากไป .. แบบไม่มีวันหวนกลับ เอาเป็นว่าคุณไม่ได้ยืนอยู่คนเดียวกับปัญหานี่นะ เพราะมีเรานี่แหละที่ยืนอยู่กับคุณในโลกนี้กับปัญหานี้
Reply
XoxoOom
9 days ago
เข้าใจคุณนะ อยากให้คุณสู้ๆ คุณยังมีคนที่รักคุณอยู่ข้างๆคุณเสมอนะ หันไปมองพวกเขาสิ พวกเขาพร้อมที่จะดูแลและอยู่ข้างคุณในทุกช่วงเวลาเสมอนะ สู้ๆนะคุณ : ) เราจะคอยเป็นกำลังใจให้
Reply
Airelement
7 days ago
อ่านแล้วน้ำตาไหลเลยค่ะ เข้าใจความรู้สึกเลย
ทุกอย่างมันต้องดีขึ้น เป็นกำลังใจให้ค่ะ

Reply