สักวัน
ไม่ได้นับวันเวลา ว่าผ่านมากี่อาทิตย์แล้ว
แต่คิดว่ามันคงจะมากพอ ที่จะช่วยเยียวยาตัวเองให้เข้มแข็งขึ้นจากคนใจร้าย

จริงๆแล้วที่ไม่มีเขาอยู่ 
มันก็ยังพอมีเรื่องดีๆอยู่บ้าง ฉันมีความสุข
แต่มันเป็นความสุขคนละส่วนกัน 
ที่ไม่สามารถมาเติมเต็มกันได้

ดีใจนะ 
ที่หัวเราะกับเพื่อนๆได้อย่างมีความสุขจริงๆ
โดยที่ไม่มีเรื่องของเขามาเกี่ยวข้อง
ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองได้กลับมาเป็นคนเดิม
คนที่ขี้เกียจมีความรัก
มันเป็นความรู้สึกดีอยู่หน่อยๆ 
แบบเป็นปกติของทุกวัน 
ไม่ได้มีเรื่องของคนรักมากวนใจ 
อย่างมากที่สุด ก็เพียงแอบมองใครสักคนอยู่ห่างๆ ไม่ได้เข้าใกล้ 
แต่ก็ไม่ได้หนีความรู้สึกของตัวเอง
ง่ายๆคือ ชอบคิดว่า แอบมอง เดี๋ยวสักวันคงจะเลิกมองไปเอง ก็แค่เสน่ห์ของเขามันดึงดูดฉัน
แค่นั้นเอง ตอนที่กำลังหัวเราะ ฉันคิดแบบนั้น จริงๆนะ
ก็เลยทำให้คิดไปเองว่า..
' ถ้าไม่สนใจ สักวัน คงจะเลิกสนใจไปเอง
ถ้าไม่ยํ้าว่าต้องลืม สักวัน คงจะลืมไปเอง
ถ้าไม่นับเวลา เมื่อรู้ตัวอีกที สักวันนั้น 
คงจะผ่านมานานแล้ว
และถ้าปล่อยให้มันผ่านไป สักวัน 
คงจะผ่านไปได้จริงๆ '

มันอาจจะเป็นแบบนั้นจริงๆก็ได้
แต่มันยังไม่ใช่วันนี้ ตอนนี้
อาจจะคงต้องใช้มากกว่านี้อีกสักหน่อย 
สงสัยว่าฉันคงจะรีบคาดหวังผลลัพธ์มากไปเอง
 ในเมื่อวันนี้ที่ได้เดินผ่านกัน
ยังรู้สึกว่าเขายังอยู่ไม่ไกลจากตัวฉันเลย
ฉันไม่ได้หมายความว่า ระยะทางระหว่างที่เดินสวนกันนั้น อยู่ใกล้กันมากขนาดไหน 
แต่ฉันหมายถึง เขายังไม่ได้ไปไหนไกล 
ยังอยู่ในใจของฉันตลอดเวลา

ไม่รู้เหมือนกันว่ามีอะไรนักหนาที่เหนี่ยวรั้งไว้
ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไม ยังเฉยๆไม่ได้สักที
ไม่รู้ว่าฉันรีบเกินไป หรือมันจะทำไม่ได้จริงๆ
ไม่รู้ว่าในใจที่ยังรั้งไว้ หรือ ความผูกพันธ์ที่รั้งไว้กันแน่ หรือจะเป็นเพราะความสุขที่เคยเกิดขึ้น
เป็นเพราะฉันยังคงศรัทธาในตัวเขาอยู่ตลอดเวลา
ทำให้ยังเฉยๆกับเขาไม่ได้สักที

แต่จะเป็นเพราะอะไรก็ช่างมันเถอะ
ต่อให้จะมีความสุขมากๆ มันก็เป็นความสุขคนละส่วนกัน มันก็เอาความสุขส่วนนั้น 
มาหักล้างบาดแผลที่เกิดจากอีกส่วนนึงไม่ได้จริงๆแล้ว มันเพียงแค่ช่วยให้ฉันดีขึ้นและ
(เหมือนจะ)เข้มแข็งขึ้นมากๆ  เสียงหัวเราะของตัวเองเป็นเหมือนเวลา ที่ช่วยนำพาให้ฉันผ่านช่วงแย่ๆไปได้อย่างง่ายดาย

แต่ถ้าวันนึง ที่ได้เจอกันแบบวันนี้  
ถ้าเราได้เดินผ่านกันใกล้ๆ แบบนี้ทุกวัน
ถ้าฉันยังจดจำเรื่องของเขาได้แม่นยำ
ถ้าฉันยัง เฉยๆ กับเขาไม่ได้สักที 
ถ้าใจของฉันยังคงเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ
มันคงไม่ดีแน่ๆ  อาการของฉันที่กำลังจะดีขึ้น
มันคงจะค่อยๆแย่ลงไปทุกวัน 
จู่ๆบาดแผลจากความรักครั้งล่าสุด
มันก็เกิดอาการอักเสบ และระบมมากกว่่าเดิมอีก
คงต้องใช้เวลา รักษาตัวเองใหม่อีกแล้วสินะ
มันเจ็บ มันอึดอัด มันทำตัวไม่ถูก มันอยากร้องไห้ แล้วมันก็ยังอยากยิ้มสู้ อยากเข้มแข็งเร็วๆ แต่มันก็ทำได้ไม่ค่อยดีนัก ใจมันยังคงเต้นเร็ว เต้นดัง และกลัวมากๆ ไม่อยากเจอ ไม่อยากมองหน้า ไม่อยากเดินผ่าน กลัวว่าจะร้องไห้หรือทำอะไรที่ไม่สมควรทำต่อหน้าเขา 
 - ฉันกลัวการได้เดินผ่านเขาจริงๆนะ

" ถ้าใจมันเต้นแรง 
ก็ปล่อยให้มันเต้นแบบนั้นต่อไปเลย "

ไม่ต้องไปกังวลยํ้ากับตัวเอง
ว่าใจยังเต้นแรงอยู่ใช่ไหม?
ฉันจะได้รู้ใช่ไหม ว่าใจของฉันยังเต้นเพราะอะไร
แล้วเขาจะรู้รึเปล่า ว่าเขายังคงทำให้ใจเต้นทุกครั้ง
ไม่ว่าจะเป็นวันที่อยู่ด้วยกัน และวันที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว
แต่ใจมันเต้นคนละแบบ คนละความรู้สึกกันแค่นั้นเอง  วาบหวามกับหวิวๆหน่วงๆ
วันนั้นอาจจะเต้นเพราะความรัก
แต่วันนี้คงเต้นเพราะทำตัวไม่ถูก
ขอให้มันเป็นเพราะทำตัวไม่ถูกมากกว่าเป็นเพราะอะไรบางอย่างในใจ

" เลิกกันเพราะหมดรัก ยังดีกว่า
 เลิกเพราะรักกันอยู่ ด้วยซํ้า "

ในขณะที่ฉันเอง ไม่รู้ด้วยซํ้า 
ว่าเราเป็นแบบไหนกันแน่ 
แต่เอาเป็นว่าเลิกกันแล้ว
มันเหมือนจะเป็นแบบที่สอง 
แต่ก็ตอบไม่ได้ (ทำไมเขามีคนใหม่เร็วจัง?)
มันเหมือนจะเป็นแบบแรก 
ก็ตอบไม่ได้อีกแล้ว เพราะช่วงแรกๆนั้น 
ยังเหมือนว่าต่างคนต่างอยู่ที่เดิมอยู่เลย เขายังคงแอบมองอยู่บ่อยๆ ยังคงมีความเป็นห่วงที่ฉันสัมผัสได้

แต่ไม่ว่ายังไงก็ช่างมันอีกครั้งก็แล้วกัน
ขอให้คนใจร้ายของฉันในวันนี้
เป็นคนใจดีของเขาคนนั้นตลอดไป

เมื่อมองบนฟากฟ้าคุณนึกถึงอะไร?
' ฉันนึกถึงเขา '
😟
....
...
..
.
เมื่อมองไปบนฟากฟ้าคุณนึกถึงอะไร?
' นึกถึง วันที่เรากลับมาเป็นพี่น้องกัน '




















SHARE
Written in this book
SIWARAWIN.
หนังสือเล่มนี้ เป็นเรื่องราวที่ตั้งใจสร้างมันขึ้นมา ด้วยความรู้สึกรัก เราหวังว่าเรื่องราวเล่านี้จะยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเกือบ 16 เดือน เรื่องราวในหนังสือก็ได้จบลงไป รวมทั้งความรู้สึกรักของอีกฝ่ายก็ได้จบลงไปแล้วเช่นกัน เหลือไว้เพียงความทรงจำที่เรายังคงเก็บไว้ ตอนแรกเราว่าอยากจะเขียนอีกเล่ม ระหว่างที่กำลังเยียวยาตัวเอง ไม่ว่าจะยังไง SIWARAWIN ก็จะยังเป็นหนังสือเล่มโปรดของเราตลอดไป.
Writer
brightness
reader
เติบโตไปพร้อมกันนะ เจ้ารอยยิ้มของตัวเอง

Comments