วิ่ง - รั้ง - พัง - รัก-


-วิ่ง-

ผมเดินมาสักพักพร้อมเสียงหอบที่ดังกว่าเสียงฝีเท้า

การแบกน้ำหนักเกินแปดสิบกิโลเคลื่อนที่มันเป็นเรื่องไม่สนุกเลย...

"เค้าออกไปวิ่งนะ" ผมบอกภรรยาก่อนคว้ารองเท้าผ้าใบคู่เดียวทั้งเที่ยว ทั้งเล่น ออกไปบึงพลาญชัย แฟนมองหน้าเบ้ปากหยามสามีที่ไม่ออกกำลังกายมาร่วมปี น้ำหนักทบท่วมจากเดิมกว่าสิบกิโล

"ไม่ต้องไปหรอกเหนื่อยเฉย ๆ อยู่อ้วน ๆ แบบนี้แหละ กอดอุ่นดี" เธอพูดเเว่วตามหลัง แทรกเสียงหอบที่เกิดขึ้นตั้งแต่ยังไม่ออกจากบ้านด้วยซ้ำ

"คุณอาจยังไม่มีเป้าหมายว่าจะวิ่งทำไม แต่อย่างน้อยตอนนี้คุณวิ่งเพื่อตัวเอง" เสียงจาก Steplife พ็อดคาสท์ที่จะทำให้คุณพิชิตสิบกิโลเมตรเเรก

คำถามหนึ่งขึ้นในใจระหว่างเดินไปบึงฯ

--นั่นสิ ผมวิ่งทำไม?-



-รั้ง-

"รองเท้ามันจะพังแล้ว ซื้อใหม่สิ"
เธอบอกผมหลังจากเห็นวิ่งมาได้เกือบอาทิตย์

ผมส่ายหน้าบอกว่าเธอว่า ของมันยังใช้ได้ ก็ใช้ไปแหละ ซื้อจริง ๆ ก็อยากได้รองเท้าวิ่ง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะวิ่งได้อีกนานแค่ไหน กลัวซื้อมาแล้วไม่วิ่งก็กลายเป็นเสียเงินเปล่า

เธอยักไหล่แล้วไปคุยกับลูกค้าที่มาซื้อของ

เป็นความจริงที่ผมไม่รู้ว่าจะวิ่งได้อีกนานแค่ไหน แต่ละก้าวที่วิ่ง-- เรียกว่าเดินเร็วดีกว่า- มันทั้งหนัก เหมือนวิ่งบนทางที่มีมือหมื่นแสนคอยคว้าขา รั้งเท้าไม่ให้ก้าวไปข้างหน้า

การเริ่มเรียนรู้อะไรในวัยสามสิบหก กับน้ำหนักที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้มา มันยากมาก มันเหนื่อย มันท้อ หอบจนคิดว่า กูคงไม่ตายเพราะอ้วนหรอก กูจะตายเพราะเหนื่อยนี่แหละ

'แล้วมึงวิ่งทำไม' สมองด้านขี้เกียจอ้าปากถามมาตลอดสัปดาห์ที่เริ่มวิ่ง

'ไม่รู้' สมองอีกฝั่งพูด

'หยุดเถอะ' กล้ามเนื้อขาขอร้อง

'ไม่' หัวใจตอบ

รองเท้าด้านข้างเริ่มแตก คำพูดของแฟนที่ให้หารองเท้าวิ่งมาผุดขึ้นมาให้คิด และบอกตัวเองว่าหากซื้อคงต้องจริงจัง เงินไม่ได้หาง่าย ๆ ค้าขายฝืดเคืองไม่ใช่เรื่องดีแน่ถ้าซื้อมาไม่กี่วันแล้วเฉยเมย ทิ้งขว้าง

หากคุณทำอะไรเพื่อใครสักคน พลังนั้นจะทำให้คุณมีเป้าหมาย และอยากพาร่างกายไปทำภาระกิจให้สำเร็จ คำพูดบันดาลใจที่ได้ยินตลอด ๆ

แล้วเราต้องวิ่งเพื่อใคร?

"อย่างน้อยก็เพื่อคุณเอง" เสียงพ็อดคาสท์ ยังแว่วในโสตฯ

ไม่หรอกเราไม่วิ่งเพื่อตัวเองแน่ ๆ เพราะถ้าอยากทำเพื่อตัวเอง นอนเล่นเกมอยู่บ้านคือคำตอบที่ดีกว่า

ผ่านไปเกือบชั่วโมง เริ่มเจ็บนิ้วก้อยเท้าขวา คงเพราะรองเท้าไม่ได้ถูกออกแบบมาให้วิ่ง อีกทั้งรอยแตกของพื้นรองเท้าก็เหมือนจะยุบลงไปปักเท้า

แต่ขายังก้าวต่อ ไม่เร็วแต่ไม่หยุด

ลึก ๆ บอกว่าเรายังพอเดินไปได้อีก ในหัวก็ทะลึ่งอยากปรัชญา คิดว่าชีวิตก็เหมือนกับวิ่งละมั้ง ระหว่างทางก็มีมือมากมายมารั้ง แต่ยังไงก็ต้องไปข้างหน้า มีปัญหาสารพัดแต่ลมหายใจยังมีก็ต้องก้าวต่อไป

ร้องเท้าเริ่มผุ ชีวิตเริ่มพัง แต่ประสบการณ์และความหวัง ก็เปลี่ยนเป็นพลังให้ก้าวต่อไป

เดินอีกนิดนึงเเล้วกัน

-พัง-

สองอาทิตย์แล้วที่ผมออกวิ่ง

รองเท้าคู่นั้นพังแล้ว ได้คู่ใหม่จากเงินในกระปุกออมสิน ด้วยราคาไม่ถึงพัน ทำให้ผมแบ่งส่วนที่เหลือไปซื้อรองเท้าฟุตบอลมือสองได้อีกคู่ไว้เล่นสลับกับวิ่ง

"เสียดาย" ผมบอกเธอ แต่เธอก็ยืนยันจะเอาคู่นั้นไปทิ้ง เธอบอกว่าหากเรามองแต่ของเก่าจะเอาดวงตาจากไหนมามองหาสิ่งใหม่

หากย่ำอยู่ที่เก่า ก็ไม่มีทางได้ไปเดินในโลกใหม่

"อยากวิ่งสิบโล ไม่ใช่เหรอ" เธอถามย้ำเป้าหมายที่ผมเคยบอก ถ้ายังใส่รองเท้าคู่นั้นยังไงก็ไม่ถึง

ใช่-- ถ้าซ้อมด้วยรองเท้าคู่นั้น ยังไงก็ไม่ถึง
ถ้าทำอะไรด้วยความคิดเก่า ๆ ยังไงก็ไม่ได้

ทำอะไรด้วย หัวใจที่ไร้เป้าหมาย หัวใจเซฟโซน
หัวใจฝ่อฝัน หัวใจพัง ๆ ยังไงก็ล้มเหลว


-รัก-

ผมเซ็นชื่อลงทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2551
สิบปีมาแล้ว...

25 พ.ย. 2561 อยู่ดี ๆ เพื่อนก็ทักเข้ากลุ่มไลน์ว่าใครสนใจวิ่งไหม มีจัดในจังหวัดเดือนมีนาปีหน้า
ห่าอะไรดลใจให้ตอบกลับไปว่าเอาด้วย

ก่อนแต่งงานเราคบกันมาสองปีนิด ๆ
ก่อนสมัครวิ่งผมดูใจเจ้ากีฬานี้ไม่กี่วัน

ชีวิตมันวนลูปย้อนกลับสลับไปมาแบบนี้เสมอ วันที่จดทะเบียน ผมไม่รู้หรอกว่าชีวิตคู่จะเจออะไร แน่นอนตอนบอกเพื่อนว่าจะไปวิ่งด้วย ผมก็ไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไร

หลังแต่งงานปีที่หนึ่งจะเป็นอย่างไร ปีที่สามจะเจอบททดสอบแบบไหน จะผ่านปีอาถรรพ์ที่เจ็ดหรือไม่ และหลังปีที่สิบชีวิตจะเป็นแบบไหนคงไม่มีใครบอกได้จนกว่าจะไปเจอเอง

การวิ่งก็เช่นกัน ตอนนี้ผมวิ่งเยอะสุดได้สามกิโลฯ มองไม่ออกว่าตัวเองจะพาสังขารณ์ข้ามกิโลฯ ที่เจ็ดได้เป็นอย่างไร และแน่นอนสวรรค์หลังกิโลเมตรที่สิบจะเป็นแบบไหน

แต่ที่แน่ ๆ คงต้องไปให้เห็นด้วยตัวเอง...

ครึ่งหลังยากกว่า-- หนังสือ Homofinisher ของนิ้วกลมเขียนย้ำเป็นพัก ๆ

ใช่ครึ่งหลังจะยากกว่าไม่ว่าเรื่องอะไร ทั้งหลังจากคบกับ หลังจากแต่งงาน หลังผ่านชีวิตคู่ไปสามมี หลังมีลูก หลังจาก บลา ๆ ๆ แต่นั่นแหละ ระยะทางและกาลเวลาจะขยับเส้นตรงกลางและผลังคำว่า 'หลังจาก' ออกไปเรื่อย ๆ จนถึงเส้นสุดท้ายคือความตาย ที่ยังไม่มีใครย้อนมาเล่าให้ฟังว่า 'หลังจากตาย' เป็นไง

"อ้วน ๆ แบบนี่แหละกอดอุ่น" คำที่เธอบอกในวันแรกที่ผมออกวิ่ง แต่ความอ้วนก็อาจทำให้เราเข้าใกล้คำว่าตายง่ายขึ้น ผมไม่อยากเข้าฝันมาบอกเธอว่า 'หลังจากตาย' เป็นไง

ขายังจ๊อกกิ้ง เสียงดังจากมือถือบอกว่าเข้าสู่กิโลเมตรที่สี่ ผมข้ามเส้นขีดจำกัดมาอีกก้าว ระหว่างที่คิดก็ได้มาอีกก้าว

เรามักจินตนาการถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึงเสมอ ถ้ายังมีพลังสิ่งนั้นจะเป็นความท้าย แต่ถ้าไม่ สิ่งนั่นจะเป็นความกลัว ทั้ง ๆ ที่ความจริงอาจไม่ใช่ทั้งสอง ตรงหน้ายังเป็นเพียงทางปูกระเบื้องสลับลาดยาง และสิ่งที่ต้องทำคือก้าว

'เบื่อไหม' สมองคิด
'เหนื่อยไหม' กล้ามเนื้อปนไขมันถาม
'เหนื่อย เบื่อ' หัวใจตอบ แต่สิ่งที่อยากทำมันใหญ่กว่าความเบื่อและเหนื่อย

เป้าหมายจริง ๆ ผุดวาบขึ้นมา
เป้าหมายที่ไม่ใช่วิ่งเพื่อตัวเองแบบในพ็อดคาสท์พูด

ผมตอบตัวเองได้แล้วว่าผมวิ่งทำไม
'วิ่งให้เธอ' ผมบอกกับตัวเอง

ขายังก้าวแม้สิ่งที่ทำอยู่ไม่ใช่วิ่ง

วันนี้อยากข้ามเขตหนึ่งชั่วโมงให้ได้ มือกดเป้าหมายในแอปฯ หนึ่งชั่วโมงยี่สิบนาที ระยะทางค่อยว่ากัน

การวิ่งและอยู่คนเดียวเป็นชั่วโมงทำให้ได้คิด
ในเวลาที่เหลือสิบกว่านาที ผมพยายามหาคำหรือจะหาของขวัญอะไรมาขอโทษเธอ

เพราะสิ่งที่ผมจะทำอาจทำให้เธอกอดอุ่นน้อยลงอีกนิด แต่ผมจะพยายามมีชีวิตให้เธอกอดไปอีกนาน

#Runme
#My1st10K

SHARE
Written in this book
Run
Writer
imonkey7
นักเขียนไม่เสร็จ
มีเรื่องมากมายจะเขียนแต่ก็เขียนไม่เสร็จ Blog : https://imonkey.blog/ และ https://bookster.blog/

Comments