HOPE...(1)
“มึงก็เพลาๆหน่อยเหอะว่ะ ช่วงนี้ก็วันเว้นวันเลยนะมึง”

“เฮอะ ยังมีความสุขได้ก็ทำๆไปดิวะ คนมันเครียดๆ”

“เครียดๆนี่ไม่ดูดบุหรี่ แต่ดูดอย่างอื่นก็ได้หรอวะ” เสียงผู้ชายโต๊ะหน้าสุดสามสี่คนหัวเราะครืดเมื่อคนหนึ่งในกลุ่มพูดออกมา

“ทำเป็นไม่เคย”

คนผมสีดำสนิท จมูกโด่งรั้น ดวงตาคมกริบน่าหลงใหล เหลือบมองผู้หญิงโต๊ะถัดไปอย่างหมายมาด

คนนั้นก็กำลังดี อืม อีกคนหนึ่งอีกนิดก็ทะลักออกมาแล้ว

ช่างแม่ง เดี๋ยวลงจากเวทีค่อยหาใหม่





Baby you don’t know me

ผมดื่มกว่าจะเมาได้เท่าความสวยของคุณนั่นแหละ

คืนนี้คุณดูสวยจังเลยครับ

ตอนสุดท้ายของค่ำคืนนี้ เราติดปีกไปด้วยกัน ผมจะพาคุณไป  




เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น เมื่อเธอเดินแออัดกับฝูงชนในวันเสาร์ที่ร้านอาหารกึ่งผับแห่งนี้ เธอผู้ไม่สันทัดกับสถานที่แบบนี้ ทำให้เธอรู้สึกแปลกแยก สายตาผู้คนที่มองมาทำให้เธอหน้าร้อนขึ้นมาเสียอย่างนั้น ก็ควรจะเขินอยู่หรอก เมื่อตอนนี้เธออยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวทับด้วยเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมสีฟ้าและกระโปรงยาวกรอมเท้าสีเดียวกัน เหมือนมาผิดงาน!

ใช่แล้ว ใครจะไปรู้เล่าว่า สถานที่แห่งนี้จะเหมือนผับดีๆนี่เอง อยู่ดีไม่ว่าดีเพื่อนๆที่รักก็อยากจะฉลองสอบเสร็จด้วยการมาร้านนี้แทนที่หมูกระทะ เนื้อย่าง ชาบู แบบที่เคยๆมาซะอย่างนั้น

และในที่สุดเธอก็เดินฝ่าฝูงชนมาจนถึงกลางร้านที่อยู่ใกล้เวทีแสดงดนตรีสดของที่นี่จนได้



Do you wanna go with me

I just wanna stay with you

ช่วยเอามือมาลูบหลังผมหน่อย ผมจะกางแขนให้คุณนอนข้างๆ

แล้วรวบผมลอนสลวยของคุณไว้ข้างหลัง

ผมจะจูบคุณอย่างแผ่วเบา
  


เสียงแรปเปอร์ที่อยู่บนเวทีก็ทำให้เธออยากเห็นหน้าเขา ใบหน้าที่เงยขึ้นของเธอประจวบพอเหมาะกับที่เขาก็หันใบหน้ามาทางเธอเช่นกัน สายตาคมกริบและกรอบหน้าคมที่เห็นสันกรามทำให้เธอหน้าร้อนผ่าว รีบก้มหน้าแล้วเดินหนีออกจากตรงนี้



“ต๊าย ยายลูกหยี มาช้าแบบนี้ไปเดินจงกรมมาหรอจ๊ะ”

ปลายฟ้าเพื่อนสนิทในกลุ่มเอ่ยออกมาหลังจากที่เธอหาโต๊ะเจอแล้ว นั่นแหละ การแต่งตัวของเธอ ทุกคนชินจนไม่มีใครติแล้วล่ะ เพื่อนๆเข้าใจเธอเสมอ จะมีอะไรดีเท่าเพื่อนเข้าใจในสิ่งที่เราเป็น และการแซะการแต่งตัวเธอแบบนี้ก็ไม่ได้จริงจังอะไรมาก เมื่อพูดจบทุกคนก็ฮาครืด แล้วก็ตักอาหารแบ่งใส่จานของเธอจนเต็ม

ทุกคนหันไปมองบนเวทีกันต่อ





คุณช่วยปลอบประโลมผมหน่อยได้ไหมครับ

คุณช่วยทำให้ผมสบายใจได้ไหม

หรือถ้าเป็นไปไม่ได้ งั้นผมจะช่วยปลอบประโลมคุณแทนล่ะเป็นไง

ทั้งคุณและผมต่างไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงกันแล้ว

มันมีบางอย่างที่มันไวกว่าความรู้สึก

เฮ้! ถ้าท่าทางคุณบอกว่าไม่ใช่ แสดงว่าคุณไม่ต้องการมัน 






“เพิ่งเคยเห็นโฮปแสดงก็วันนี้แหละ” ฟังเสียงดนตรีสักพัก ปลายฟ้าก็พูดขึ้น ทำให้คนรอบตัวเธอพยักหน้าหงึกๆตาม

“อืม โคตรฮอต”

พลอยรุ้งก็เอ่ยตาม

“เสียงแรปกระชากหัวใจ ดูแววตาเขาสิ” นับดาวพูดบ้างพลางทำตามเคลิบเคลิ้ม

“โฮป?” ลูกหยีขมวดคิ้วพร้อมมองพวกเพื่อนๆอย่างไม่เข้าใจ

“หยี แกไม่รู้จักโฮปหรอ เขาอยู่มหาลัยเดียวกับเราไง ปีเดียวกันด้วย อยู่นิเทศ ”

“หรอ ฉันไม่รู้เลย”

“โอ๊ย แกเคยรู้อะไรบ้างล่ะ นอกจากจะไปไหว้พระเก้าวัดที่ไหนดีบ้าง ต้นจำปีออกดอกมาแล้วกี่ดอก” เสียงเพื่อนๆฮาครืด ทำให้เธอใช้มือตีแขนนับดาว

“ก็ไม่ได้ขนาดนั้นไหม จะบ้าหรอ”



แต่ก่อนจะพูดอะไรมากกว่านั้น คนบนเวทีก็กวาดสายตามาบรรจบกับเธอ



แต่คุณก็รู้ว่าเสียงลมหายใจที่สูดลึกของคุณ

มันสามารถทำให้พื้นทั้งแผ่นจมหายได้

พร้อมมอบรอยข่วนเป็นทางยาวบนหลังที่คุณลูบ

ค่อยๆนะครับ ให้โอกาสผมหายใจบ้าง





เสียงลมหายใจของคนบนเวทีดังขึ้นหลังประโยคสุดท้ายที่เขาร้องจบ ทำให้ลมหายใจขาดห้วง เขายังไม่ละสายตาไปจากเธอ

เธอรู้สึกถึงอาการผิดปกติของหัวใจ ปกติหัวใจเธอมันเต้นจังหวะนี้หรือเปล่านะ เธอแค่เหนื่อย แล้วเธอเหนื่อยอะไร

เมื่อไม่สามารถตอบคำถามของตัวเองได้ เธอก็หลบสายตาแรปเปอร์ที่ว่า มันจะอะไรนักหนากับแค่สายตาคนคนหนึ่ง!



คนบนเวทีลงไปแล้ว หัวใจเธอก็กลับมาเต้นเป็นจังหวะเดิม เธอผ่อนลมหายใจอย่างค่อยๆ โล่งใจ ความรู้สึกนี้มันคืออะไร ไม่กล้าสบตาเขาอย่างนั้นหรือ ลูกหยีทัดผมที่ปรกหน้าสีน้ำตาลเข้มของตัวเองไว้ที่หู สูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะหันหน้าไปคุยกับเพื่อนในบทสนทนาที่กำลังคุยกันอยู่





“เป็นไงวะ สักคนได้รึยัง” ผู้ชายตัวขาวใบหน้าแดงก่ำ บ่งบอกว่ากำลังกรึ่มได้ที

“ก็มีบ้าง แต่ไม่ถูกใจว่ะ”

“เฮ้ย…”

“อะไรของมึงกลอส”

“นั่นปลายฟ้านี่หว่า” ตาของเพื่อนตัวขาวเบิกโตขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะใช้มือชี้ไปยังโต๊ะโต๊ะหนึ่งฝั่งตรงข้าม

“ใครวะ ปลายฟ้า” โฮปมองตามแล้วอดเบิกตามองไม่ได้ เมื่อ ‘ผู้หญิงคนนั้น’ อยู่ในรัศมีนิ้วที่กลอสชี้ให้ดูด้วย

“แฟนไอโซ่ไง”

“อ้อ ชอบคนแบบนี้หรอวะ เรียบร้อยแบบนี้?”

“ใครเรียบร้อย กูเห็นแต่เดรสสีแดงหน้าอกหน้าใจล้นขนาดนี้ นี่มึงมองใคร”

“ก็คนนั้น…” เขามองไปทางผู้หญิงในกระโปรงยาวสีฟ้ากำลังพูดคุยกับเพื่อนๆอย่างอารมณ์ดี ทำให้เขากวาดตามองเพื่อนๆของเธอด้วยแววตาสงสัย เพื่อนๆอีกสามคนก็ดูเปรี้ยวจี๊ดนี่หว่า ทำไมมีเธอคนเดียวที่แตกต่าง แต่ก็เพราะความแตกต่างไม่ใช่หรือยังไง ที่ทำให้เขาสังเกตเธอ

“อ๋อ ไม่ใช่คนนั้น เพื่อนเขาดิ”

“อือฮึ แล้วคนนั้นใคร” เขาจ้องมองอย่างตาไม่กะพริบ

“ลูกหยี ใช่ไหมที่แกพูดถึง คนแต่งตัวเรียบร้อยคนนั้น”

“ลูกหยี…”

“ดูไม่เข้าพวกเลยใช่ปะ แต่กลุ่มนี้เขารักกันดีเว้ย คบกันตั้งแต่ปีหนึ่ง ลูกหยีเหมือนน้องน้อยของสามคนนั้นอะ ดูแลกันดีเหลือเกิน”

“แล้วมึงรู้ได้ไง” ตาของโฮปมองไปที่เพื่อนตัวดีอย่างสงสัย ทำให้กลอสขำออกมาซะเสียงดัง

“กูเคยจีบปลายฟ้าไง เพื่อนแม่งโคตรดุ ที่กูทะเลาะกับไอโซ่ชกกันปากแตกก็เพราะงี้แหละ”

เขาหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ชกต่อยกันเรื่องผู้หญิง ปกติแล้วสำหรับเขา ไม่ได้ยื้อแย่งอะไรกับคนอื่นเขาหรอก แต่แม่งเอากับผู้หญิงแล้วผู้หญิงโกหกว่าโสด โสดบ้าอะไรกันล่ะ เปิดประตูมาหมัดใหญ่ๆก็โพละเข้าเบ้าหน้าเต็มๆ

“แล้วที่ถามนี่คงไม่ใช่สนใจนะโฮป เชยแบบนี้มึงไม่ชอบหรอก”

“เฮอะ เหมือนพรากพรหมจรรย์แม่ชี คงต้องสารภาพบาปกับพระผู้เป็นเจ้า” รอยยิ้มของเขากระตุกขึ้นนิดเดียว ก่อนจะหุบลง หลุบตามองแก้วเหล้าที่ถูกชงมาอย่างดี





หลังจากสัปดาห์อันตรายนั้นก็ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว เธอนอนไม่หลับมาหนึ่งคืนหลังกลับมาจากร้านอาหารกึ่งผับแห่งนั้น เธอไม่กล้าสันนิษฐานอาการของตัวเอง เธอก็แค่เผลอไผลไปกับความหล่อของคนที่ชื่อโฮป ใช่ เพียงแค่นั้นแหละที่ลูกหยีคิดได้

“กลับบ้านดีๆนะลูกหยี โซ่มารับหลังมอแล้วอะ” ปลายฟ้าโบกมือลาหลังจากไปส่งรายงานของอาจารย์ที่ห้องพัก ส่วนนับดาวกับพลอยรุ้งส่งไปตั้งแต่เมื่อวานเลยลากลับตั้งแต่เรียนเสร็จ

“อื้อ กลับดีๆนะ” หลังจากปลายฟ้าคบกับโซ่มาเกือบ 3 ปี เธอดูจะมีความสุขขึ้นมามากกว่าแต่ก่อน ที่มีผู้ชายอีกคนเข้ามาในชีวิตปลายฟ้า ตอนนั้นรอบตัวเธอแทบเดือดเป็นไฟ ปะทะคารมกันจนเธอเหนื่อยแทนปลายฟ้า

เฮ้อ ความรักคงเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยสัมผัสจริงๆนั่นแหละ มันคงร้อนเหมือนกับไฟ และเย็นเหมือนกับสายน้ำ เพราะคนแบบเธอคงไม่มีผู้ชายหน้าไหนมาจีบ ที่ผ่านมาไม่ใช่ไม่มี แต่คนมาจีบเธอก็แค่เหมือนหมาหยอกไก่ จนเพื่อนเธออีกสามคนต้องไล่เขาไปเตลิดเปิดเปิง เธอเหมือนเป็นน้องเล็กในกลุ่ม เป็นเพราะลักษณะนิสัย ลุคการแต่งตัว จนเหมือนกับว่าเธอมีพี่สาวเปรี้ยวจี๊ดอีกสามคนตามคุม

แต่เธอดีใจ ที่มีเพื่อนๆรักเธอขนาดนี้ จะมีใครคนไหนได้รับความรักจากเพื่อนได้ขนาดนี้อีกไหม ชักจะหมั่นไส้ตัวเองนิดๆแล้วสิ





เสียงคนกรีดร้องดังลั่นทำให้เธอหันไปมอง แต่ไม่ทันเสียแล้วเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงปะทะที่สีข้างแม้จะไม่รุนแรง แต่ก็ทำให้ทรุดตัวลงไปกับพื้นถนนทำให้ผิวเธอครูดไปกับพื้นคอนกรีต เลือดซิบๆค่อยซึมออกมา

มอเตอร์ไซด์คันดังกล่าวขับหนีไปอย่างรวดเร็ว ลูกหยีไม่ได้สนใจอะไรนอกจากพยายามจะลุกขึ้นมาให้ออกไปจากกลางถนนนี้ ผู้คนที่อยู่รอบๆกำลังจะข้ามมาหาเธอ แต่ก่อนหน้านั้นกลับมีใครบางคนก้าวมาถึงตัวเธอก่อน

“อย่าฝืนลุก” คนคนนั้นมีน้ำเสียงที่เธอรู้สึกคุ้นหู แต่ก่อนจะหันหน้าไปมอง ตัวเธอก็ลอยจากพื้นเพราะอ้อมแขนคนตรงหน้า ลูกหยีรีบเกาะคอเขาไว้เพื่อกันตก เขาเดินพาเธอมาที่รถด้านหลัง แล้วเปิดประตูด้านหลังให้เธอนอนยาว พอปิดประตูก็ทำให้เธอมองเห็นเขาชัดขึ้น

โฮป…




“ไม่โทรบอกพ่อกับแม่?”

“อื้อ ไม่หรอก โทรไปตอนนี้เดี๋ยวจะรีบนั่งเครื่องมาหาซะเปล่าๆ”

“หรอ” เขาพยักหน้ารับและไม่ซักไซ้อะไรเธอเรื่องพ่อแม่มากนัก

“เอ่อ…”

“อะไร” เธอสะดุ้งกับคำพูดทื่อๆของเขา

“ขอบคุณนะ”

“วันหลังดูรถดีๆ ฉันรู้ว่าเธอข้ามทางม้าลาย แต่เธอก็รู้ว่าประเทศนี้ทางม้าลายมันก็แค่ลายบนถนนทั้งนั้นแหละ” โฮปพูดออกมายาวๆเป็นครั้งแรก เมื่อเธออ้ำๆอึ้งๆเพราะคุยกับเขา

“จ้ะ” ลูกหยีได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างพร้อมกับตอบรับคำเขาแผ่วเบา

“เดี๋ยวฉันไปส่ง” จู่ๆคนด้านข้างก็ลุกขึ้น พร้อมกับพูดประโยคที่ทำให้เธอตาโต

“ไม่..ไม่ต้องก็ได้”

“แล้วเธอจะกลับยังไง”

“เอ่อ…แท็กซี่”

“มันน่าไว้ใจกว่าฉันหรอ”

“คือเปล่านะโฮป คือ…!” ตายแล้ว! เธอเผลอหลุดชื่อเขาออกมาเต็มๆ เขาจะคิดยังไงกัน!

“งั้นก็ไปกับฉัน” เขาไม่พูดอะไรกับสิ่งนั้น แต่บังคับให้เธอไปกับเขาแทน เขากำลังจะช้อนตัวเธอ แต่เธอรีบห้ามเขาไว้ ทำให้เขาทำหน้าไม่พอใจ “ไม่อุ้มแล้วจะไปยังไง เธอเจ็บสีข้างอยู่”

“ฉันค่อยๆเดินไปได้ไหม” ลูกหยีส่งสายตาอ้อนวอนเขา แววตาเขามีประกายบางอย่างก่อนจะตอบรับเธอ จับมือเธอแล้วค่อยๆพยุง

แต่ในที่สุดเขาก็หมดความอดทน ช้อนตัวลูกหยีเดินพาเธอไปขึ้นรถเขาที่ลานจอดรถอยู่ดี









“เธอชื่ออะไร” โฮปถามชื่อเธอทั้งๆที่รู้ชื่อของเธออยู่แล้ว ใครจะไปบอกว่าโฮปคนนี้รู้ชื่อผู้หญิงตัวเล็กเรียบๆคนนี้กัน

“ลูกหยี” เธอตอบเสียงเบาอย่างไม่มั่นใจ ทำไมเขาถึงจ้องเธอแบบนั้น มันเกร็งนะ

“…ยาหยี”

“มะ…ไม่ใช่ ยาหยี ลูกหยีต่างหาก” ลูกหยีได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอแล้วหน้าก็ร้อนผ่าว ใครให้เขาเรียกเธอด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า ยาหยี กันล่ะ

“ลูกหยี” เขาเรียกชื่อเธออีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้สิ่งที่เต้นในหน้าอกข้างซ้ายเต้นช้าลงเลย เธอหันไปมองหน้าเขาเต็มๆตาครั้งแรก สบตากับแววตาคมของเขาเหมือนกับครั้งนั้นที่ร้านอาหาร

โฮปรู้สึกเหมือนโลกของเขาเดินช้าลง ให้ตายเถอะ! ดวงตาผู้หญิงคนนี้ทำมาจากอะไร เขาหยอกล้อเธอ เรียกเธอว่ายาหยี แต่พอเธอหันมามองเขาเต็มๆตา ทำไมเขาถึงได้รู้สึกเหมือนถูกเธอหยอกล้อเสียเอง ดวงตากลมโตหยอดเยิ้มให้ความรู้สึกเหมือนสัมผัสน้ำผึ้งเดือนห้า ทั้งคิ้ว จมูก และริมฝีปากสีสดอวบอิ่ม ทำให้เขาลมหายใจขาดห้วง กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก รู้สึกไปหมดว่าร่างกายเขาน่าจะตอบสนองแบบนี้กับเธอคนเดียว

ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครทำให้เขาเป็นแบบนี้มาก่อน แม้แต่ตอนมีเซ็กส์ เขาก็แค่ตอบสนองไปตามอารมณ์ของผู้ชายเท่านั้น ใจสั่น หวั่นไหวหรอ อย่าหวังเลย ชีวิตเขา ความรักที่มีให้กับพ่อแม่ยังต้องเสียใจ นับประสาอะไรกับผู้หญิง
 แต่กับลูกหยี ทำไมเขารู้สึกอยากจะลองกระโจนเข้าหาเธอสักครั้ง ไม่ใช่แค่กับเซ็กส์ แต่รวมถึงอย่างอื่น อืม… ความคิดในใจเขาตีรวนไปหมด แล้วเขาก็ตั้งสติได้ อย่าหลงใหลไปกับความอ่อนหวานที่เข้ามา

ไม่! เขาไม่มีทางคบกับใครได้ คนอย่างเขาแค่คิดจะคบหาด้วย ก็หมดโอกาสแล้ว ไม่มีหรอก ความหวังที่เหมือนกับชื่อ ผู้หญิงจะจับเขาก็อย่าหวังเลย

“บ้านเธอหลังนี้หรอ”

“อื้ม” บ้านหลังไม่ใหญ่มากแต่กว้างขวางสองชั้น ชั้นล่างทำด้วยปูนแต่ชั้นบนทำมาจากไม้ รวมเป็นองค์ประกอบที่สวยงาม

“อยู่คนเดียว?”

“ใช่ พ่อแม่ทำงานอยู่เชียงใหม่น่ะ”

“อืม พรุ่งนี้มาเรียนยังไง” เขาสูดลมหายใจลึก เมื่อได้กลิ่นหอมจากร่างที่กำลังขยับปลดเบลท์ออก เขาสัมผัสได้กลิ่นหอมละมุนของเนื้อนวลเนียนข้างๆ เธอใส่น้ำหอมอะไร ทำไมเขาไม่เคยได้กลิ่นนี้จากผู้หญิงที่ผ่านๆมาเลย

“คงให้เพื่อนมารับน่ะ”

“ดีแล้ว” เขารับคำเธอเบาๆ ก่อนจะเปิดประตูลงไปจะอุ้มเธออีกรอบ แต่ลูกหยีปฏิเสธขอเดินเข้าบ้านเอง โดยมีเขาช่วยประคองเธอข้างๆ และกำชับให้เธออย่าลืมประคบเย็นจนยี่สิบสี่ชั่วโมงค่อยประคบร้อน แล้วทายาที่หมอให้ด้วย ถ้าปวดก็กินยา ลูกหยีพยักหน้าหงึกๆ โบกมือลาคนที่ออกจากบ้านขึ้นรถ เธอยิ้มบางๆเมื่อรถคันสีดำแล่นออกไป









HOPE 
รับแอดด้วย นี่ไลน์ฉัน



เอ๋!

เขาไปเอาเบอร์เธอมาตั้งแต่เมื่อไร แต่แล้วก็คิดได้เมื่อเธอกรอกใบข้อมูลส่วนตัวที่โรงพยาบาลเขาก็อยู่ด้วย แถมค่ารักษาพยาบาลเขาก็ออกให้อีก เห็นทีคงต้องใช้หนี้เขาแล้วแหละ



LOOKYEE 

โฮป

ขอบคุณนะ









เสียงไลน์แจ้งเตือนทำให้เขาปลดล็อคแล้วมองไปที่สติ๊กเกอร์ผู้หญิงส่งยิ้มกว้างที่เขาคิดว่าเหมือนกับลูกหยีมากจนน่าตกใจ เขาลังเลใจนิดหน่อยก่อนจะกดเข้าไปที่หน้าสติ๊กเกอร์ตัวนั้น แล้วกดซื้อสติ๊กเกอร์ 50C อย่างรวดเร็ว

โฮป เป็นบ้าอะไรวะ!

ในไลน์เขาไม่มีสติ๊กเกอร์ที่ได้จากการซื้อมาก่อน ทำไมเขาจะต้องสนใจอะไรแบบนั้น แต่นี่คงไม่ใช่เพราะสติ๊กเกอร์หน้าเหมือนเธอหรอกใช่ไหม

ไม่มีทาง!



เขากำลังจะเปิดประตูรถออกไป แต่ก็เห็นอะไรบางอย่างเข้า บางอย่างที่มีกลีบสีเหลืองนวลยาวรี เขาค่อยๆหยิบมันขึ้นมาแล้วสูดดมกลิ่นของมัน

ดอกจำปี… 
ริมฝีปากสีเข้มเล็กน้อยที่เกิดจากการสูบบุหรี่ก็คลี่ยิ้มเป็นรอยยิ้มที่ไม่ใช่แค่กระตุกยิ้มแบบที่เคยๆทำ รอยยิ้มกว้างแบบที่น้อยคนนักที่จะเห็น

ผู้หญิงสมัยนี้ยังพกดอกจำปีไปไหนมาไหนอีกหรอ ยาหยี  
  


SHARE
Writer
Gnae
คนแก้มป่อง
ความรักยืนยาวกว่าชีวิตของฉัน

Comments

Sansastarkzz
13 days ago
สนุกดีค่ะ รออ่านๆ
Reply
Gnae
6 days ago
ขอบคุณค่ะ ^__^